รีเซต

จีนให้มากกว่าแพนด้า! สรุป “ทรัมป์-สี” พบหน้ากันล่าสุด ตกลงอะไรกันบ้าง?

จีนให้มากกว่าแพนด้า! สรุป “ทรัมป์-สี” พบหน้ากันล่าสุด ตกลงอะไรกันบ้าง?
TNN ช่อง16
2 ตุลาคม 2569 ( 08:00 )
11

 “ทรัมป์-สี” พบหน้า! รอบนี้แลกด้วยอะไร? เปิดรายชื่อสินค้าลดภาษี 6 หมื่นล้านดอลลาร์


เจอหน้ากันแบบตัวเป็นๆ อีกครั้ง ผู้นำของจีนและสหรัฐฯ รอบนี้โลกต้องรู้ ต้องฟังว่ามหาอำนาจเขาเจรจาตกลงอะไรกันบ้าง


ล่าสุดที่เคาะออกมาแล้วแน่ๆ คือการพักรบการค้าต่อไปอีกถึงปีหน้า ตามด้วยการลดภาษีสินค้าให้กัน มูลค่าถึง 6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ แล้วสินค้านี้คืออะไร ทำไมทั้งสองฝ่ายยอมแลก หาคำตอบกัน


“ทรัมป์–สี” ตกลงพักรบการค้า ขยับเส้นตายถึงต้นปีหน้า


ผลจากการเจอหน้ากันครั้งล่าสุดของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำของจีน กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำของสหรัฐฯ ที่กรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 23–25 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ทำให้โลกอาจจะเบาใจขึ้นมาได้ในระดับหนึ่ง ว่าทุกอย่างออกมาในทางบวกมากกว่าลบ


เพราะทั้งสองฝ่ายได้ตกลงที่จะพักรบการค้าออกไปอีกสองเดือน จากเดิมที่กำลังจะสิ้นสุดวันที่ 10 พ.ย.2569 ขยายไปเป็นต้นปีหน้า คือ ถึงวันที่ 10 ม.ค.2570


ซึ่งหมายความว่าในระหว่างนี้ เราจะต้องไม่เห็นข่าวว่าทั้งสองฝ่ายตั้งหน้าตั้งตาแข่งกันขึ้นภาษีใส่กันอีกเหมือนช่วงต้นปีก่อน


นอกจากนี้ทั้งสองฝ่ายจะเดินเข้าสู่การเจรจาเพื่อหาข้อตกลงระยะยาวให้ได้ ไม่ใช่เพียงแค่การต่อเวลาพักรบการค้าต่อไปเรื่อยๆ แบบที่ผ่านมา


8 ข้อที่จีน–สหรัฐฯ เห็นพ้อง ตั้งแต่การค้า AI ถึงอิหร่าน


ทรัมป์ และสี รัฐบาลของทั้งสองประเทศ ได้บรรลุ “ฉันทามติ 8 ข้อ” ที่มีเนื้อหาตั้งแต่การค้า AI เรื่องของอิหร่าน ประเด็นยาเสพติด ไปจนถึงความมั่นคงของโลกด้วย



เริ่มจากข้อแรก ที่ระบุถึงความสัมพันธ์ระหว่างจีนและสหรัฐโดยตรง


ข้อที่ 1. รักษาความสัมพันธ์จีน–สหรัฐให้มีเสถียรภาพ


ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะสร้าง “ความสัมพันธ์จีน–สหรัฐ” ที่สร้างสรรค์และมีเสถียรภาพเชิงยุทธศาสตร์ บนพื้นฐานของความเคารพ ความเป็นธรรม และการต่างตอบแทน


ข้อที่ 2. หนุน APEC-G20 ซึ่งกันและกัน


จีนและสหรัฐจะสนับสนุนซึ่งกันและกันในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค และการประชุมสุดยอด G20 ให้ประสบความสำเร็จ โดยผู้นำทั้งสองประเทศมีความตั้งใจที่จะเข้าร่วมการประชุมที่อีกฝ่ายเป็นเจ้าภาพ


ข้อที่ 3. ไม่ยอมรับอิหร่านมีนิวเคลียร์หรือเก็บค่าฮอร์มุซ


ผู้นำทั้งสองเห็นพ้องว่า อิหร่านควรปฏิบัติตามคำมั่นที่จะ “ไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์” และไม่ควรอนุญาตให้ประเทศหรือสถาบันใด “เรียกเก็บค่าผ่านทาง” จากเส้นทางน้ำระหว่างประเทศ


ข้อที่ 4. รำลึกความสัมพันธ์ในสงครามโลกครั้งที่ 2


ผู้นำทั้งสองรำลึกว่า จีนและสหรัฐเคยเป็น “พันธมิตรกัน” ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และร่วมต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่จนได้รับชัยชนะในสงคราม


ข้อที่ 5. ไฮไลต์สำคัญ ลดภาษีสินค้าระหว่างกัน 6 หมื่นล้านดอลลาร์


ข้อนี้สำคัญอย่างมาก เพราะเกี่ยวกับการค้าโลกโดยตรง นั่นคือ การตกลงที่จะลดภาษีสินค้าให้แก่กัน หรือรวมสองฝ่ายคือ 6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ


ผู้นำทั้งสองเห็นพ้องว่า กลไกหารือด้านเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐมีบทบาทสำคัญ พร้อมรับรองผลการเจรจาของคณะทำงานสองฝ่าย ซึ่งครอบคลุมทั้งการจัดตั้งและเดินหน้า “คณะกรรมการการค้า (Board of Trade)” การลดภาษีศุลกากรแบบต่างตอบแทนสำหรับสินค้ามูลค่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์ รวมถึงการขยายเวลาข้อตกลงที่ได้จากการเจรจาที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ พร้อมสั่งการให้ทั้งสองฝ่ายนำข้อตกลงเหล่านี้ไปปฏิบัติ


สำหรับสินค้าส่งออกของสหรัฐฯ จะครอบคลุมทั้งสินค้าเกษตร ปลาและอาหารทะเล ไม้ซุงและผลิตภัณฑ์ไม้ เครื่องสำอาง และอุปกรณ์การแพทย์


สำหรับสินค้าที่สหรัฐฯ นำเข้าจากจีน จะครอบคลุมในส่วนของสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก ของเล่น ของตกแต่งเทศกาล และเบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็กในรถยนต์


หลังจากประธานาธิบดีทรัมป์เดินหน้าฟื้นฟูอุตสาหกรรมถ่านหินของสหรัฐ จีนจะนำเข้าถ่านหินจากสหรัฐอย่างน้อย 10 ล้านตันในปี 2027 และอีกอย่างน้อย 10 ล้านตันในปี 2028


ข้อที่ 6. ร่วมปราบปรามยาเสพติดและอาชญากรรม


ทั้งสองฝ่ายระบุว่า ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานปราบปรามยาเสพติดและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของจีนและสหรัฐ ได้ก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม


โดยเมื่อไม่นานมานี้ ทั้งสองฝ่ายได้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด จนสามารถคลี่คลายหลายคดีที่เกี่ยวข้องกับสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทชนิดใหม่ และสารตั้งต้น รวมทั้งจับกุมผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องได้หลายสิบรายในทั้งสองประเทศ



ข้อที่ 7.  เปิดกลไกหารือความเสี่ยงด้าน AI


อีกหนึ่งประเด็นร้อน คือ เรื่องของเอไอ หรือปัญญาประดิษฐ์ อย่าลืมว่าก่อนหน้านี้ทั้งสองฝ่ายฟาดพันกันอย่างหนัก จนเรียกได้ว่าเป็นสงครามเทคโนโลยี แต่วันนี้ท่าทีคือ พร้อมจะหารือร่วมกัน


ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องจัดตั้ง “การหารือด้านปัญญาประดิษฐ์จีน–สหรัฐ” เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับความเสี่ยงและประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับ AI โดยการหารือครั้งต่อไปจะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2026


นอกจากนี้ จีนและสหรัฐยังตกลงจัดตั้งช่องทางการสื่อสารทวิภาคีสำหรับรับมือกับเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ AI


ข้อที่ 8. จีนส่งแพนด้ายักษ์ 2 ตัวไปสหรัฐฯ 


สหรัฐยินดีต้อนรับแพนด้ายักษ์ 2 ตัว ซึ่งจีนให้สวนสัตว์แอตแลนตา ยืมไปดูแล


นอกเหนือจากฉันทามติทั้ง 8 ประการแล้ว กองทัพจีนและสหรัฐยังเห็นพ้องที่จะเร่งจัดทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วย “การสื่อสารและการป้องกันวิกฤติ” ให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด รวมถึงเดินหน้าความร่วมมือในการค้นหาร่างหรืออัฐิของทหารสหรัฐที่สูญหายในจีนต่อไปอีกด้วย


แล้วสหรัฐฯ กับจีน ยอมแลกสินค้ากันอะไรบ้าง?


มาถึงตรงนี้ เรากลับมาเจาะดูเรื่องของสินค้ากันดีกว่า ว่าสหรัฐฯ และจีน ยอมแลกอะไรกันบ้าง ฝ่ายละ 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ถือว่าไม่น้อย และสินค้าอาจจะใกล้ตัวเรากว่าที่คิด


ความคืบหน้าล่าสุดจากฉันทามติข้อที่ 5 เรื่องการลดภาษีสินค้าให้แก่กันระหว่างจีนและสหรัฐฯ ครอบคลุมสินค้ามูลค่า 6 หมื่นล้านดอลลาร์


ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ เจมิสัน เกรียร์ ระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวจะช่วยเปิดทางให้สินค้าสหรัฐฯ เข้าถึงตลาดจีนได้ดีขึ้น คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 30% ของการส่งออกสหรัฐฯ ไปจีน


สำหรับรายการสินค้าที่จีนเตรียมลดภาษี ครอบคลุมสินค้าเกษตรของสหรัฐฯ เช่น ข้าวโพด ข้าวสาลี ข้าวฟ่าง เนื้อสัตว์ ผลิตภัณฑ์นม น้ำมันพืชและกากพืช รวมถึงอาหารทะเล ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ เครื่องสำอาง และเครื่องมือแพทย์ แต่ยังไม่รวมถั่วเหลือง


ส่วนสหรัฐฯ เสนอปรับลดภาษีสินค้าจีน เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก เครื่องชงกาแฟ เครื่องปิ้งขนมปัง เครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร ผ้าห่มและเครื่องนอน ตลอดจนของเล่น ดอกไม้ประดิษฐ์ ของตกแต่งเทศกาล และเบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็ก


นอกจากนี้ในการประชุมสุดยอดยังได้ข้อสรุปให้จีนซื้อถ่านหินจากสหรัฐฯ ปีละ 10 ล้านตัน ในปี 2570 และ 2571 คิดเป็นประมาณ 2% ของการนำเข้าถ่านหินจีนต่อปี


จีนยังจะพิจารณาอนุมัติให้สถาบันการเงินต่างชาติ รวมถึงบริษัทที่มีเงินทุนจากสหรัฐฯ ดำเนินธุรกิจและเปิดสาขาในประเทศ พร้อมหารือเรื่องการเพิ่มเที่ยวบินระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ต่อไป


บทสรุป สหรัฐฯ และจีน ถอยกันคนละก้าว พักรบการค้าต่อยาวถึงต้นปีหน้า แต่จะไปถึงเวลานั้นได้จริงหรือไม่ หรือจะมีอะไรเกิดขึ้นอีก เราก็คงต้องจับตากันต่อไป

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง