รีเซต

แอบ“นอกใจ” ทั้งที่รู้ว่าไม่ดี แบบนี้ “แพ้เสียงในหัว” หรือเปล่า?

แอบ“นอกใจ” ทั้งที่รู้ว่าไม่ดี แบบนี้ “แพ้เสียงในหัว” หรือเปล่า?
TNN ช่อง16
20 มกราคม 2569 ( 21:37 )
12

ความรักดี ๆ ยังมีอยู่จริงไหม? ทำไมประเด็นเรื่อง “การนอกใจ” ถึงมีให้เห็นอยู่ตลอดเวลาทั้งจากคนใกล้ตัวหรือในข่าวดัง มีเหตุผลและแนวคิดมากมายที่คนเลือกใช้เป็นข้ออ้างในการนอกใจคู่รัก บ้างก็บอกว่าถ้ารักมันดี คงไม่มีการนอกใจเกิดขึ้น หรือจังหวะเวลาไม่เป็นใจ เพราะดันพบคนที่รู้สึกว่าใช่ ตอนที่ยังอยู่ในความสัมพันธ์ สำหรับใครก็ตามที่กำลังท้อแท้เรื่องความรัก และเจ็บหนักจากการถูกนอกใจ 


บทความนี้จะชวนคุณมาตีแผ่เรื่อง “การนอกใจ” ในมุมจิตวิทยา พร้อมหาวิธีเยียวยาและ Move On ไปด้วยกัน โดย ภัสร์นลิน บวรจรัสพงศ์ นักจิตวิทยาคลินิก Me Centerฃ


ความรักดี ๆ ยังมีอยู่จริงไหม?

ทุกครั้งที่เราได้ยินเรื่องการนอกใจ เรามักโฟกัสไปที่การทรยศ ในมุมของนักจิตวิทยา เราไม่รีบด่วนตัดสินว่าใครผิดใครถูก แต่จะชวนมองลึกลงไปถึงการทำงานของ “ช่องว่างทางอารมณ์” และ “แรงขับภายในจิตใจ” ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังการกระทำที่ซับซ้อนเหล่านั้น


ทำไมคนถึงเลือกที่จะ ‘นอกใจ’ รู้ทั้งรู้ว่าไม่ดีแล้วทำไมยังทำ?

เหตุผลที่คนนอกใจอาจไม่ได้เริ่มต้นจากความตั้งใจจะทำร้ายใครเสมอไป แต่อาจเริ่มจากความรู้สึกบางอย่างที่ไม่ได้รับการตอบสนอง หรืออาจเพราะบางคนไม่รู้จะอยู่กับความว่างเปล่าในใจอย่างไร ตอนตกหลุมรักใหม่ๆ สมองจะหลั่งโดปามีนมากเป็นพิเศษ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความสัมพันธ์เริ่มนิ่ง โดปามีนหลั่งน้อยลง ความตื่นเต้นที่เคยมีหายไป เหมือนไฟที่เคยลุกเริ่มมอด บางคนไม่รู้จะอยู่กับความรู้สึกนี้ยังไง จึงเผลอไปหาความเร้าใจใหม่ๆ ด้วยการนอกใจเพื่อตอบสนองความรู้สึกที่ตนเองต้องการ


บางคนไม่ได้อยากมีใครใหม่ แต่อยากรู้ว่าตัวเองยังมีค่าอยู่ไหม เมื่อคนรักไม่ฟัง ไม่มอง ไม่รับรู้ใจ เขาก็อาจเริ่มมองหาที่พึ่งจากสายตาคู่ใหม่ เพื่อยืนยันว่าตัวเองยังสำคัญ


บางคนมีบาดแผลในใจตั้งแต่วัยเด็ก เติบโตมาในบ้านที่ให้ความรู้สึกว่า ถ้าไม่ดีพอ-เขาจะทิ้งเราไป และความกลัวนั้นไม่เคยได้รับการเยียวยา เมื่อใดที่เขารู้สึกถูกละเลย เขาจะเลือกหนี - ไม่ใช่เพราะไม่รัก แต่เพราะกลัวตัวเองจะเจ็บ 


การนอกใจจึงไม่ใช่เรื่องของกิเลสเสมอไป แต่มันอาจเป็นกลไกการเอาตัวรอดจากความกลัวที่จะถูกละเลยก็เป็นได้




ทำไมการแอบคุยหรือนอกใจกลับทำให้บางคนรู้สึกตื่นเต้น และเป็นต่อในความสัมพันธ์?


ความตื่นเต้นมันไม่ใช่เวทมนตร์ของคนใหม่ แต่มันคือปฏิกิริยาทางเคมีในสมองที่ทำงานเหมือนตอนเล่นพนัน เราส่งข้อความแล้วรอคอยคำตอบ ความไม่แน่นอนนั้นทำให้สมองหลั่งโดปามีนเสมือนเรากำลังเดิมพันรางวัลใหญ่ ยิ่งเสี่ยง ยิ่งรู้สึกดี ทั้งที่จริง ๆ แล้ว มันคือการเสพติดความตื่นเต้นชั่วคราว หรืออาจเป็นเพราะ ความสัมพันธ์เดิมทำให้เรารู้สึกหมดอำนาจ ถูกละเลย แต่ในความสัมพันธ์ใหม่ เรากลับรู้สึกเป็นคนที่ได้รับเลือกอีกครั้ง ความรู้สึกนี้เองที่ทำให้หลายคนหลงคิดว่าตัวเองตกหลุมรักครั้งใหม่เข้าแล้ว ทั้งที่จริงๆ อาจแค่รู้สึกอยากมีคุณค่ากับใครสักคนอีกครั้ง


เมื่อจับได้ว่าคู่รักกำลังนอกใจ ควรทำอย่างไรต่อดี?

ความเจ็บปวดจากการถูกนอกใจไม่ใช่เรื่องเล็ก มันคือ วิกฤตทางจิตใจ (Psychological Crisis) สมองเราจะเข้าสู่โหมดสู้หรือหนี เราอาจโกรธ ร้องไห้ หรือรู้สึกชาไปหมด สิ่งแรกที่ควรทำ ไม่ใช่การตัดสินใจ แต่คือการดูแลใจให้มั่นคงพอจะคิดได้ด้วยเหตุผลอีกครั้ง

1. หยุดทุกการตัดสินใจใหญ่ในช่วง 72 ชั่วโมงแรก: อย่าด่วนฟ้องหย่า อย่าด่วนบอกเลิก อย่าเร่งตัวเองเพื่อจะให้อภัยตอนที่สมองยังร้อน เพราะขณะนั้นกลไกที่คิดแทนเราไม่ใช่เหตุผล แต่คือความเจ็บปวด

2. สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ตัวเอง: แยกห้อง แยกพื้นที่ หยุดเช็กโซเชียล หยุดขุด เพราะการพยายามหาข้อมูลในช่วงเวลานี้อาจไม่ใช่การเยียวยาแต่เป็นการทำร้ายตนเองให้เจ็บปวดซ้ำๆ

3. มองหา “พื้นที่ที่ไม่ตัดสิน”: พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญหรือคนใกล้ชิดที่รับฟังโดยไม่ตัดสิน ไม่ด่วนหาทางออก เราอาจไม่ได้ต้องการคำตอบทันที แต่ต้องการ “ที่พักใจ” ก่อนเริ่มเดินต่อ


วิธีเยียวยาใจ และ Move On ไปสู่ความสัมพันธ์ใหม่ที่ดีขึ้น?

หัวใจคนเรามีความจำ เหมือนกล้ามเนื้อที่เคยบาดเจ็บ มันยังจำได้แม้แผลจะหายแล้ว การเยียวยาหัวใจจึงต้องอาศัยทั้งเวลาและกระบวนการฟื้นฟู 

1. อนุญาตให้หัวใจเจ็บได้ น้ำตาไม่ใช่สัญลักษณ์ของความอ่อนแอ แต่มันคือกลไกทางชีวภาพแห่งการเยียวยา  

2. คืนคุณค่าให้ตัวเอง เมื่อความรักจบลง เรามักเผลอวัดคุณค่าชีวิตจากการมีหรือไม่มีใคร ให้ลองบอกตัวเองว่า “ความสัมพันธ์พังได้ แต่คุณค่าในตัวฉันยังอยู่ครบ” เริ่มจากสิ่งเล็กๆ เช่น ดูแลตัวเองให้ดี ทานอาหารให้ครบมื้อ เดินออกกำลังกาย พฤติกรรมเล็กๆ เหล่านี้คือการยืนยันกับสมองว่าเรายังมีอำนาจในการดูแลชีวิตและมีความสุขได้ด้วยตัวเอง

3. สร้างพื้นที่ปลอดภัยของใจด้วยตัวเอง อาจเป็นมุมสงบในห้อง เพลงที่ทำให้รู้สึกเบา หรือเพื่อนที่อยู่ข้างๆ โดยไม่ต้องพูดอะไรมาก ทุกครั้งที่เราอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย สมองจะเรียนรู้ว่าเราจะสามารถเอาตัวรอดจากความเจ็บครั้งนี้ได้

4. เปลี่ยนมุมมอง จากความสูญเสีย ให้เป็นการกลับมาบ้านหลังเดิม การเยียวยาที่ดีที่สุดอาจไม่ใช่การหาคนใหม่ แต่คือการกลับมาหา “รักแรกในชีวิต” นั่นคือ รักตัวเองคำว่า “รักตัวเอง” ไม่ได้หมายถึงการอยู่คนเดียวให้ได้ แต่คือการอยู่กับตัวเองโดยไม่รู้สึกโดดเดี่ยว


“ความรักดี ๆ ยังมีอยู่จริง อย่าพยายามรีบลืม แต่ค่อย ๆ เรียนรู้จากความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น เพราะนั่นคือจุดเริ่มต้นของการเข้าใจในความรักอย่างแท้จริง”


หากสนใจปรึกษาจิตแพทย์และนักจิตวิทยาคลินิก ติดต่อได้ที่

Me Center คริสตัล ดีไซน์ เซนเตอร์ (CDC) ชั้น 2 

โทร 085-355-2255

Me Center ศูนย์สมองและสุขภาพจิต ชั้น 8 โรงพยาบาลอินทรารัตน์ 

โทร 02-481-5555 ต่อ 8300

Me Center สาขาอโศก ชั้น 20 อาคาร 253 อโศก

Line Official: @mecenter (https://lin.ee/mCheDsu)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง