รีเซต

ความสัมพันธ์หลายคนแบบพร้อมใจ เป็นความรักที่ยั่งยืนได้จริงหรือ?

ความสัมพันธ์หลายคนแบบพร้อมใจ เป็นความรักที่ยั่งยืนได้จริงหรือ?
TNN ช่อง16
22 พฤษภาคม 2569 ( 13:16 )
13

กลายเป็นเรื่องราวไวรัลบนโลกออนไลน์ เมื่อชายรักชาย 5 คน ออกมาเปิดเผยความสัมพันธ์แบบ Polycule หรือ Polyamory หรือความสัมพันธ์แบบที่ยินยอมพร้อมใจกันหลายคน นำมาสู่คำถามที่ว่า ความสัมพันธ์แบบนี้จะเป็นความรักที่ยั่งยืนได้จริงหรือไม่ ? 

พญ.ฉัตรดาว จางวางกร หรือ "หมอดาว" ว.40702 แพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ครอบครัว และเวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ ให้ความรู้ไว้ว่า 


ปัจจุบัน “Polyamory” หรือความสัมพันธ์แบบมีคนรักมากกว่าหนึ่งคน ที่ไม่ใช่มีแค่เธอและฉัน แต่อยู่ด้วยกันเป็นทีมโดยทุกฝ่าย ต่างรับรู้และยินยอม กำลังถูกพูดถึงมากขึ้น คำถามสำคัญคือ “ความสัมพันธ์แบบนี้ยั่งยืนได้จริงไหม?”

คือต้องอธิบายให้เข้าใจก่อนว่า ไม่ใช่แค่เรื่องของเพศหญิงชาย อย่างที่กล่าวไป อาจเป็น LGBTQs มีความผสมผสานปนเปกันไปก็ได้นะคะ คือ มีตั้งแต่ 3 คนขึ้นไปเพื่อให้เข้าใจง่าย

คำตอบคือ “เป็นไปได้” ค่ะ แต่ไม่ใช่สำหรับทุกคน และเชื่อมั้ยว่า ในอดีตเคยมีสังคมอย่างนี้มาแล้วคือ อยู่กันเป็นหมู่คณะ สามารถมีเพศสัมพันธ์สลับคู่กันไปมา โดยจะไม่ระบุว่าใครคือ สามีภรรยาใคร ส่วนลูกที่ตั้งครรภ์นั้น ฝ่ายหญิงอาจจะไม่รู้ชัดเจนด้วยซ้ำว่าใครคือ พ่อของลูกในท้องกันแน่ พอคลอดออกมา ก็ช่วยกันเลี้ยงดูคือ เป็นลูกของเราทุกคน

คราวนี้กลับมาที่ปัจจุบัน

มีงานวิจัยพบว่า ความสัมพันธ์แบบ Consensual Non-Monogamy (CNM) ซึ่งรวมถึง Polyamory สามารถมีระดับความพึงพอใจในความสัมพันธ์ได้ใกล้เคียงกับคู่รักแบบ Monogamy หากมี “การสื่อสารที่ดี ความซื่อสัตย์ และข้อตกลงที่ชัดเจน” 

แต่ปัญหาคือ ความเชื่อใจ ซึ่งจะทำอย่างไรได้จริง เพราะเมื่อมีขั้วของคนที่มากกว่า 2 แล้ว ความท้าทายหลักๆ คือเรื่อง “ความหึงหวง การจัดสรรเวลา ความคาดหวัง และความมั่นคงทางอารมณ์” หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งฝืนใจหรือยอม เพราะกลัวเสียอีกฝ่ายไป ความสัมพันธ์มักเกิดปัญหาระยะยาวได้

ไม่ต้องอะไรค่ะ ลองดูจากประวัติศาสตร์ชาติมนุษย์ก็ได้ ที่ส่วนใหญ่ สังคมมักจะเอื้อให้ฝ่ายชายมีภรรยาหลายคน พอถึงเวลาที่ลูกของแต่ละแม่ออกมา ถ้าจัดสรรกันไม่ดี ก็รังแต่ทะเลาะแย่งสมบัติทรัพยากร แก่งแย่ง ชิงดีชิงเด่น อิจฉากัน

ดังนั้น Polyamory ไม่ใช่ “สูตรลัดของความรัก” แต่เป็นรูปแบบความสัมพันธ์ที่ต้องใช้วุฒิภาวะทางอารมณ์สูงกว่าปกติ ต้องมีการจัดการที่ชัดเจน และฟังดูย้อนแย้งกัน คือ แต่ละคนที่อยู่ในความสัมพันธ์นี้ ต้องเชื่อในเรื่อง All win ซึ่งอย่าลืมว่า สุดท้ายคนเราย่อมมีกิเลส มีความอยากได้ยึดถือ ความเป็นตัวตน 

และลองคิดดูดีๆว่า แค่คน 2 คนมาอยู่ด้วยกัน ยังปรับตัวยากเลย แถมหากเป็นชายหญิงมีลูกกัน ยังปรับตัวเป็นพ่อเป็นแม่กันยากอีก ถ้าเกิดเป็น Polyamory จะเป็นอย่างไร ลองคิดดูนะคะ ว่าจะวุ่นวายแค่ไหน

ชีวิตการทำงานมันเหนื่อยอยู่แล้วค่ะ และถ้าคิดจะมีความสัมพันธ์กับใคร ยิ่งที่เราอยากสร้างอนาคตไปด้วยกันได้นั้น เลือกที่สงบ สบายใจ เชื่อใจ กันได้ทั้งต่อหน้าและลับหลัง ไม่ต้องมานั่งระแวงหลังจะดีกว่าค่ะ เชื่อหมอดาวเถอะ

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง