จะรู้ได้อย่างไรว่า “ดื้อยาปฏิชีวนะ” และกินยาอย่างไรไม่ให้ดื้อยา?

จากรายงานข่าวที่ระบุว่าไทยพบเชื้อดื้อยาเพิ่มมากขึ้น โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์แนะนำให้คนไทยไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะทานเอง และควรทานยาตามคำสั่งของแพทย์อย่างเคร่งครัด
ทางทีมงาน TNN Health ได้สอบถามไปทาง พญ.ฉัตรดาว จางวางกร หรือ "หมอดาว" แพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ครอบครัว และเวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับการสังเกตตัวเองว่ามีภาวะเชื้อดื้อยาหรือไม่ ซึ่งหมอดาวระบุว่า
จะรู้ได้อย่างไรว่า “ดื้อยาปฏิชีวนะ” และกินยาอย่างไรไม่ให้ดื้อยา?
ภาวะดื้อยาปฏิชีวนะ คือ ภาวะที่เชื้อแบคทีเรียไม่ตอบสนองต่อยาที่เคยใช้รักษาได้ ทำให้รักษายากขึ้น เสี่ยงต่อการติดเชื้อรุนแรง และบางครั้งอาจถึงขึ้นเสียชีวิตได้
สัญญาณที่ควรสงสัย เช่น
- กินยาครบแล้วก็จริง แต่อาการกลับไม่ดีขึ้น
- ไข้ไม่ลดหรือกลับมาเป็นซ้ำเร็ว
- ต้องเปลี่ยนยาต่างชนิดหลายรอบ
- ติดเชื้อบ่อยผิดปกติ
ซึ่งพฤติกรรมที่ทำให้ดื้อยา ได้แก่
- ซื้อยาปฏิชีวนะกินเอง
- หยุดยาเองเมื่ออาการดีขึ้น โดยที่ไม่กินให้ครบกำหนดระยะเวลาที่แพทย์ เภสัชกร แนะนำให้กิน
- ใช้ยาปฏิชีวนะซึ่งแท้จริงแล้วมีวัตถุประสงค์ไว้รักษาเชื้อแบคทีเรีย มารักษาโรคที่มาจากไวรัส เช่น ไข้หวัด เจ็บคอ มีน้ำมูก
- แบ่งยาให้คนอื่นกิน
วิธีป้องกันง่าย ๆ คือ
1. ไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย และให้การรักษา โดยใช้ยาจากตามแพทย์สั่งเท่านั้น
2. กินยาให้ครบตามกำหนด
3. ไม่ขอ “ยาแรง” โดยไม่จำเป็น
4. ล้างมือและ หมั่นดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคลให้ดี เพื่อลดการติดเชื้อ
เพราะสุดท้ายแล้ว “ยาปฏิชีวนะ” เป็นทรัพยากรอันทรงคุณค่าทางการแพทย์ ที่หากใช้ผิด วันนี้อาจรักษาได้ แต่วันหน้าอาจไม่มียาไหนเอาอยู่ ก็ได้นะคะ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
