ซูเปอร์ไต้ฝุ่น “ดอลฟิน” แรงไม่หยุด ส่วนเส้นทางผันผวน นักอุตุฯจับตาใกล้ชิดจะไปทางไหน?

ไต้ฝุ่น "ดอลฟิน" (Dolphin) พายุหมุนเขตร้อนลูกที่ 13 ในมหาสมุทรแปซิฟิก ทวีกำลังขึ้นอย่างรวดเร็วจนกลายเป็น ซูเปอร์ไต้ฝุ่นระดับ 5 แล้ว หลังสภาพแวดล้อมเหนือมหาสมุทรเอื้อต่อการเพิ่มความรุนแรงอย่างมาก ขณะที่นักอุตุนิยมวิทยาระบุว่า เส้นทางของพายุยังมีความไม่แน่นอน แม้แบบจำลองส่วนใหญ่จะชี้ว่าพายุจะเคลื่อนตัวไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ ก่อนจะหันไปทางตะวันตกในช่วงหลายวันข้างหน้า
โดยเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2569 ซูเปอร์ไต้ฝุ่นดอลฟินได้ทวีกำลังขึ้นเป็น ไต้ฝุ่นระดับ 5 ด้วยความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 150 นอต หรือราว 278 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และยังมีโอกาสทวีกำลังได้อีกในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า
นักอุตุนิยมวิทยาระบุว่า การเพิ่มความรุนแรงของดอลฟินเคยได้หยุดชะงักชั่วคราวจากกระบวนการเปลี่ยนผนังตาพายุ แต่ภาพถ่ายดาวเทียมล่าสุดแสดงให้เห็นว่ากระบวนการดังกล่าวกำลังสิ้นสุดลง ตาพายุเริ่มกลับมาชัดเจนอีกครั้ง ขณะที่ยอดเมฆบริเวณใจกลางพายุมีอุณหภูมิต่ำมาก และตรวจพบฟ้าผ่าจำนวนมากรอบกำแพงตาพายุ ซึ่งเป็นสัญญาณสำคัญของการทวีกำลังอย่างรวดเร็ว
แบบจำลองสภาพอากาศส่วนใหญ่เริ่มเห็นพ้องกันว่า ดอลฟินจะเคลื่อนตัวไปทางตะวันตกเฉียงเหนือในช่วง 2-3 วันแรก ก่อนที่ความกดอากาศสูงกึ่งร้อน (Subtropical Ridge) ทางตะวันออกของญี่ปุ่นจะแผ่กำลังลงมาปิดกั้น ทำให้พายุไม่สามารถเคลื่อนขึ้นไปทางเหนือได้ และมีแนวโน้มหันไปทางตะวันตกแทน อย่างไรก็ตาม นักพยากรณ์ยอมรับว่า เส้นทางพายุหลังจากช่วง 4 วันยังมีความไม่แน่นอนสูง และอาจมีการปรับเปลี่ยนการคาดการณ์ได้อีก
แม้ขณะนี้ยังไม่มีการประกาศเฝ้าระวังหรือเตือนภัยชายฝั่ง แต่หลายพื้นที่ของญี่ปุ่น ได้แก่ เกาะมินามิโทริชิมะ เกาะอิโวจิมะ หมู่เกาะริวกิว รวมถึงโอกินาวา และพื้นที่แผ่นดินใหญ่ของญี่ปุ่น ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเกาะมินามิโทริชิมะ ซึ่งอาจเริ่มได้รับอิทธิพลจากลมพายุโซนร้อนในช่วงวันอาทิตย์นี้
ผู้เชี่ยวชาญยังคาดว่า หลังผ่านช่วง 72 ชั่วโมงแรก ดอลฟินจะเคลื่อนออกจากบริเวณที่มีอุณหภูมิน้ำทะเลสูงมาก ไปสู่พื้นที่ที่เย็นกว่า ทำให้พายุเริ่มอ่อนกำลังลง อย่างไรก็ตาม ในช่วงดังกล่าวพายุมีแนวโน้มขยายขนาดใหญ่ขึ้น ส่งผลให้พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากลมแรงและคลื่นสูงอาจกว้างกว่าเดิม แม้ความรุนแรงของลมใกล้ศูนย์กลางจะค่อย ๆ ลดลงก็ตาม
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
