กลุ่มพรูเด็นเชียลงบปี68แกร่ง ทำกำไร-แจกปันผลเพิ่ม

#พรูเด็นเชียล #ทันหุ้น กลุ่มบริษัทพรูเด็นเชียล ปิดงบปี 68อย่างแข็งแกร่งด้วยตัวเลขกำไรจากธุรกิจใหม่ เติบโต 12%มีเงินปันผลรวม อยู่ที่ 26.60 เซนต์ต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 15% ทางด้านพรูเด็นเชียล ไม่น้อยหน้า เบี้ยรับปีแรก APE เติบโต 13% ขยับสู่เบอร์ 5 ตลาดประกันชีวิต
นายอนิล วัธวานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทพรูเด็นเชียล (Prudential plc) เผยว่า กลุ่มบริษัทพรูเด็นเชียล (Prudential plc) แถลงผลการดำเนินงานปี 2568 ที่สะท้อนถึงการเติบโตที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่องตลอดทั้ง 4 ไตรมาส ครอบคลุมทุกตลาด และทุกช่องทางการจำหน่าย ตอกย้ำความแข็งแกร่งของกลยุทธ์ในภูมิภาคเอเชียและแอฟริกา
*เติบโตสองหลัก
สำหรับผลการดำเนินงานทางการเงินในปีที่ผ่านมา (คำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยนคงที่) ของกลุ่มบริษัท มีการเติบโตในส่วนของ กำไรจากธุรกิจใหม่ (New Business Profit) ด้วยวิธีการคำนวณแบบ Traditional Embedded Value (TEV) เติบโตเพิ่มขึ้น 12% อยู่ที่ 2,782 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีอัตรากำไรธุรกิจใหม่ (New Business Margin) ที่เพิ่มขึ้น 2 จุดเปอร์เซ็นต์ อยู่ที่ 42%
เงินกองทุนส่วนเกินจากการดำเนินงาน (OFSG) จากธุรกิจประกันและบริหารสินทรัพย์ เพิ่มขึ้น 15% อยู่ที่ 3,059 ล้านดอลลาร์สหรัฐ, กำไรต่อหุ้น (Earnings per Share: EPS) ที่คำนวณจากกำไรจากการดำเนินงานที่ปรับปรุงแล้ว เพิ่มขึ้น 12% มาอยู่ที่ 101.4 เซนต์ต่อหุ้น ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานก่อนหักภาษีที่ปรับปรุงแล้ว เพิ่มขึ้น 5% เป็น 3,306 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีเงินปันผลรวม อยู่ที่ 26.60 เซนต์ต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 15% โดยเงินปันผลระหว่างกาลครั้งที่สองสำหรับปี 2568 อยู่ที่ 18.89 เซนต์ต่อหุ้น
*คืนผลตอบสู่ผู้ถือหุ้น
ที่ผ่านมา พรูเด็นเชียล มุ่งยกระดับการบริหารเงินทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่องและคาดการณ์ว่าจะสามารถคืนเงินทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นได้มากกว่า 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงปี 2567-2570 ผ่านการดำเนินงานที่สำคัญ อาทิ ความสำเร็จในการซื้อหุ้นคืนมูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และการนำบริษัท ICICI Prudential Asset Management (IPAMC) เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ในปี 2568 และ เริ่มดำเนินการซื้อหุ้นคืนเพิ่มเติมอีก 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2569 และคาดว่าจะคืนเงินทุนอีก 1.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2570
"ปี 2568 เป็นปีที่สะท้อนผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งและสม่ำเสมอ ด้วยการเติบโตของตัวเลขสองหลัก โดยปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจาก การที่ผู้คนยังต้องการผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความคุ้มครองชีวิต การวางแผนการเงินเมื่อเกษียณอายุ รวมถึงการบริหารและส่งต่อความมั่งคั่ง ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งในเอเชียและแอฟริกา"
สำหรับ ประเทศไทย ถือเป็นหนึ่งในตลาดที่มีส่วนในการสร้างการเติบโตหลักของภูมิภาคอาเซียน โดยมีเบี้ยประกันภัยรับปีแรกแบบคำนวณรายปี (Annual Premium Equivalent : APE) ตามรายงานของสมาคมประกันชีวิตไทย (TLAA) เติบโตขึ้น 13% จากปีก่อนหน้า ส่งผลให้บริษัทฯ ขยับขึ้นมาอยู่อันดับ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
