เอาให้ชัด! “คนละครึ่งเฟส3” หรือ “ยิ่งใช้ยิ่งได้” เลือกแบบไหนดีกว่ากัน พร้อมคำนวณ

เอาให้ชัด! “คนละครึ่งเฟส3” หรือ “ยิ่งใช้ยิ่งได้” เลือกแบบไหนดีกว่ากัน พร้อมคำนวณ
Ingonn
22 มิถุนายน 2564 ( 10:59 )
104
เอาให้ชัด! “คนละครึ่งเฟส3” หรือ “ยิ่งใช้ยิ่งได้” เลือกแบบไหนดีกว่ากัน พร้อมคำนวณ

 

เอาแล้ว เมื่อชีวิตไม่ว่าจะทางไหนก็ต้องเลือก ณ จุดนี้ ต้องมาเลือกโครงการจากภาครัฐที่แจกเงินให้เรา 2 โครงการอีก ระหว่างโครงการ “คนละครึ่งเฟส3” และโครงการ “ยิ่งใช้ยิ่งได้” หากเลือกลงทะเบียนอย่างใดอย่างหนึ่งแล้วจะเท่ากับว่าเรา “สละสิทธิ์” อีกโครงการหนึ่งทันที

 

 

วันนี้ TrueID พาทุกคนมาเปรียบเทียบความคุ้มค่า ว่าเราควรสมัครเข้าร่วมโครงการไหนเพื่อตอบโจทย์สไตล์การใช้จ่ายของเรามากที่สุด

 

 


โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ 


เป็นบัตรกำนัลอิเล็กทรอนิกส์ (E-Voucher) ใช้จ่ายค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป ค่าบริการนวด สปา ทำผมทำเล็บ (ไม่รวมถึงสลากกินแบ่ง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ น้ำมันและก๊าซสำหรับเติมยานพาหนะ บัตรกำนัล (Gift voucher) บัตรเงินสด (Gift card) และสินค้าหรือบริการที่เป็นการชำระค่าสินค้าหรือบริการล่วงหน้า) 

 

 

ใช้จ่ายผ่าน


ผ่าน G-Wallet บนแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม –30 กันยายน 2564 เวลา 06.00 น. – 23.00 น.

 

 


เงื่อนไขการใช้จ่าย “ยิ่งใช้ยิ่งได้”


1.สิทธิ E-Voucher ไม่เกิน 60,000 บาทต่อคน ซึ่งยอดใช้จ่ายที่นำมาคำนวณสิทธิต้องไม่เกิน 5,000 บาทต่อคนต่อวัน และจะได้รับสิทธิ E-Voucher สะสมสูงสุดไม่เกิน 7,000 บาทต่อคน ตลอดระยะเวลาโครงการ

 

- ยอดใช้จ่ายตั้งแต่ 1 - 40,000 บาทแรก ได้รับ E-Voucher 10% ของยอดใช้จ่าย แต่ไม่เกิน 4,000 บาทต่อคน 


- ยอดใช้จ่ายตั้งแต่ 40,001 - 60,000 บาท ได้รับ E-Voucher 15% ของยอดใช้จ่าย แต่ไม่เกิน 3,000บาทต่อคน

 


2.สิทธิ E-Voucher จะคืนเป็นวงเงินเข้าใน G-Wallet ทุกวันที่ 7 ของเดือนถัดไป สามารถใช้จ่ายร้านที่เข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคม – 31 ธันวาคม 2564 โดยไม่สามารถแลกเป็นเงินสดได้

 

เช่น ยอดใช้จ่ายของเดือนกรกฎาคมจำนวน 20,000 บาท จะได้รับ E-Voucher ในวันที่ 7 สิงหาคม 2564 จำนวน 2,000 บาท ส่วนนี้ไปใช้จ่ายในร้านที่ร่วมโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ต่อไป

 

 

3. E-Voucher ถ้าใช้ไม่หมด เมื่อจบโครงการจะถูกตัดทิ้ง

 

 

ลองคำนวณ E-Voucher

 

ตัวอย่างการคำนวณ

 

เดือนที่ใช้

ยอดใช้จ่าย

จำนวน Cashback

ก.ค.

20,000.00 บาท

10% = 20,000x10% =2,000

ส.ค.

15,000.00 บาท

10% = 15,000x10% = 1,500

ก.ย.

25,000.00 บาท

10% = 5,000 x 10% =500

15% =20,000x15% =3,000

 

ยอดใช้จ่ายรวมที่นำมาคิดคำนวณ

ได้ E-Voucher คืนใน G-Wallet

1,000 บาท 

100 บาท

5,000 บาท 

500 บาท

10,000 บาท

1,000 บาท

15,000 บาท 

1,500 บาท

20,000 บาท

2,000 บาท

25,000 บาท

2,500 บาท

30,000 บาท 

3,000 บาท

35,000 บาท 

3,500 บาท

40,000 บาท

4,000 บาท

50,000 บาท 

5,500 บาท

55,000 บาท 

6,250 บาท

60,000 บาท 

7,000 บาท

 





“ยิ่งใช้ยิ่งได้” ไม่เหมือน “ช้อปดีมีคืน”


โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ไม่เกี่ยวข้องกับมาตรการช้อปดีมีคืนที่ให้หักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 30,000 บาท ที่ได้ดำเนินการไปเมื่อช่วงปลายปี 2563 (วันที่ 23 ตุลาคม 2563 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563) ดังนั้น ประชาชนที่เคยเข้าร่วมโครงการช้อปดีมีคืนจะสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้

 

 


สมัครโครงการอื่นแล้ว จะเปลี่ยนมาใช้ “ยิ่งใช้ยิ่งได้”


หากผู้ได้รับสิทธิโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษหรือผู้ได้รับสิทธิโครงการคนละครึ่งระยะที่ 3 ประสงค์รับสิทธิตามโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้แทน จะต้องลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิตามโครงการดังกล่าวผ่าน G-wallet บนแอปพลิเคชัน“เป๋าตัง” เท่านั้น ภายในวันที่ 28 มิถุนายน 2564 เวลา 22.00 น. โดยถือเป็นการสละสิทธิตามโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือพิเศษหรือโครงการคนละครึ่งระยะที่ 3และจะสามารถเปลี่ยนแปลงโครงการได้เพียง 1 ครั้งเท่านั้น

 

 


โครงการ “คนละครึ่งเฟส 3”


ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับสิทธิภาครัฐร่วมจ่ายร้อยละ 50 สำหรับค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป และค่าบริการ (นวด สปา ทำผมทำเล็บ ค่าเดินทางโดยบริการขนส่งสาธารณะหรือขนส่งมวลชนสาธารณะ) ยกเว้นสลากกินแบ่ง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ

 

 

ผู้ที่เคยรับสิทธิโครงการของรัฐ อาทิ ชิมช้อปใช้ เราเที่ยวด้วยกัน คนละครึ่ง เราชนะ ม.33เรารักกัน เป็นต้น หรือที่เคยใช้บริการกระเป๋าตังสุขภาพ หรือ วอลเล็ต สบม. สามารถลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ซึ่งเป็นการยืนยันเข้าร่วมโครงการ หรือจะลงทะเบียนผ่าน www.คนละครึ่ง.com ก็ได้

 

 


เงื่อนไขการใช้จ่าย “คนละครึ่งเฟส 3”


1. รัฐช่วยจ่าย 50% ผู้ได้รับสิทธิจ่ายเอง 50% โดยใช้สิทธิผ่านแอปฯ เป๋าตัง

 


2. จำกัดสิทธิไม่เกิน 150 บาท/วันโดยที่ยอดรวมการใช้สิทธิ “คนละครึ่ง” ไม่เกิน 3,000 บาท ตลอดโครงการ แบ่งเป็น 2 รอบ รอบละ 1,500 บาท เริ่มใช้จ่าย 1 ก.ค.64

 


3. ไม่หักสิทธิ หากใช้ไม่หมดในแต่ละวัน โดยระบบจะคืนสิทธิที่ไม่ได้ใช้เข้ายอดรวมของผู้ได้รับสิทธิ และจะคำนวณสิทธิใหม่ในเวลา 6.00 น. ของทุกวัน

 


4. ใช้ได้เวลา 06.00 - 23.00 น. ไม่สามารถใช้สิทธิ คนละครึ่ง นอกเวลาดังกล่าวได้

 


5. ผู้เข้าร่วมโครงการจะต้องไม่เป็นผู้ได้รับสิทธิโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่เป็นผู้ได้รับสิทธิโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ (ผ่านบัตรประชาชน) และ ไม่เป็นผู้ใช้สิทธิโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้

 

 

 

สรุป

 

“คนละครึ่งเฟส 3” เหมาะกับใคร


- เหมาะสำหรับคนที่ซื้อของใช้ในชีวิตประจำวันขนาดเล็ก มูลค่าไม่สูงมาก
- รายจ่ายต่อวันไม่สูง เนื่องจากภาครัฐให้ใช้เงินในโครงการได้วันละ 150 บาท
- ซื้อสินค้าหรือบริการจากร้านค้าขนาดเล็ก หาบเร่ แผงลอย ตลาด ร้านโชห่วย 

 

 

“ยิ่งใช้ยิ่งได้” เหมาะกับใคร


- เหมาะสำหรับคนที่ซื้อของที่มีมูลค่าสูง 
- มีกำลังซื้อสูง เพราะยิ่งใช้จ่ายทั้งสินค้าและบริการสูงยิ่งได้สิทธิประโยชน์จากมาตรการนี้
- ซื้อสินค้าหรือบริการจากห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร หรือร้านค้าขนาดใหญ่ที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

 

 

 

 

ข้อมูลจาก คนละครึ่ง , ยิ่งใช้ยิ่งได้ , เพจเฟซบุ๊กสถานีข่าวกระทรวงการคลัง

 

 

 

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง