ครูเฮ! “ออมสิน”ลดหนักดอกเบี้ย“ชพค.-ชพส.”

#ทันหุ้น ออมสินจับมือ ก.ศึกษาฯ หั่นดอกเบี้ยเงินกู้ครูเหลือ 3.5% หวังช่วยปิดหนี้เร็วขึ้นสูงสุด 9 ปี เปิดลงทะเบียนแล้ววันนี้
นายทรงพล ปัญญาชีวะโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ ออกมาตรการช่วยเหลือข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เป็นลูกค้าเงินกู้โครงการชพค. และ ชพส. ด้วยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเหลือต่ำสุดเพียง 3.5% ต่อปี เพื่อแบ่งเบาภาระค่าครองชีพและสนับสนุนให้ลูกหนี้หลุดพ้นจากวงจรหนี้ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
เขากล่าวว่า โครงการนี้มุ่งเน้นช่วยเหลือบุคลากรทางการศึกษาที่เป็นลูกหนี้ธนาคารออมสินภายใต้โครงการ ชพค. และ ชพส. ซึ่งครอบคลุมทั้งกลุ่มลูกหนี้ที่มีสถานะปกติ กลุ่มที่เริ่มค้างชำระ และกลุ่มที่เป็นหนี้เสีย (NPL) โดยอัตราดอกเบี้ยพิเศษจะปรับลดลงเหลือ 3.5% ต่อปี จนถึงสิ้นปี 2570 หลังสิ้นปี 2570 จะปรับเป็นอัตรา MLR หรือ MRR ลบ 2% หรือเหลือประมาณ 4% กว่า
สำหรับกลุ่ม NPL หรือผู้ที่มีปัญหาการชำระ สามารถรับสิทธิ์ดอกเบี้ย 3.5% ได้เช่นกัน หากกลับมาจ่ายเงินสม่ำเสมอและปรับสถานะเป็นลูกหนี้ปกติภายในระยะเวลาประมาณ 3 เดือน แต่หากสถานะหนี้ยังคงเดิมจะได้รับลดดอกเบี้ยเหลือ 4%
“การลดดอกเบี้ยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้ลูกหนี้นำเงินส่วนต่างที่ประหยัดได้ไปตัดเงินต้น ซึ่งจะช่วยให้ระยะเวลาการเป็นหนี้สั้นลงอย่างเห็นได้ชัด ยกตัวอย่าง หนี้เดิม 20 ปี หากนำส่วนลดดอกเบี้ยไปตัดเงินต้นเพิ่ม จะช่วยให้หนี้หมดเร็วขึ้นประมาณ 4 ปี หรือหนี้เดิม 30 ปี ระยะเวลาการกู้อาจลดลงได้ถึง 9 ปี”
ทั้งนี้ ผู้ที่จะเข้าร่วมโครงการต้องมีคุณสมบัติสำคัญคือ ต้องเป็นสมาชิก ชพค.และชพส.ตามเงื่อนไขเดิมที่กำหนดไว้ตั้งแต่ตอนเริ่มกู้ หากเข้าร่วมโครงการแล้วเกิดการผิดนัดชำระอีก อัตราดอกเบี้ยจะถูกปรับกลับไปเป็นอัตราเดิมก่อนเข้าโครงการทันที
สำหรับช่องทางการลงทะเบียน สามารถดำเนินการได้ทางแอปพลิเคชันMyMoหรือที่ธนาคารออมสินทุกสาขา โดยจะเปิดให้ลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2569
ปัจจุบันธนาคารออมสินมีลูกหนี้ในโครงการ ชพค.ที่ยังมีหนี้คงค้างอยู่ประมาณ 280,000 ราย คิดเป็นมูลค่าหนี้รวมกว่า 200,000 ล้านบาท ขณะที่ภาพรวมหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ของธนาคารในปัจจุบันยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ คือน้อยกว่า 4%
เขากล่าวด้วยว่า แม้การลดดอกเบี้ยจะทำให้ส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ของธนาคารลดลงเหลือเพียง 1.7-1.9% ซึ่งต่ำกว่าระบบธนาคารทั่วไป แต่ธนาคารให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือลูกหนี้ที่มีวินัยทางการเงินมากกว่าผลกำไร เพื่อให้บุคลากรทางการศึกษาไทยมีอิสรภาพทางการเงินในระยะยาว
“แม้ NIM เราจะต่ำลง แต่สถานการณ์รายได้เรายังดี โดยสินเชื่อใหม่ยังปล่อยได้ตามเป้าหมาย และ สามารถรักษาระดับหนึ้เสียให้อยู่ในระดับต่ำได้”
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
