คลังจ่อเปิดลงทะเบียน “โซลาร์รูฟท็อป” ล้านหลังกลาง ต.ค. นี้

#ทันหุ้น คลังจ่อเปิดลงทะเบียน "โซลาร์รูฟท็อป" ล้านหลังกลาง ต.ค. นี้ รัฐทุ่มอุดหนุน 5 หมื่นต่อครัวเรือน ชูโมเดลเปลี่ยนผู้บริโภคเป็นผู้ผลิต สร้างรายได้ระยะยาว 30 ปี
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกล่าวถึงความคืบหน้าโครงการติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้านเรือนประชาชนว่า
กระทรวงมหาดไทยเตรียมเสนอรายละเอียดโครงการมายังกระทรวงการคลังภายในวันศุกร์นี้หรือต้นสัปดาห์หน้า โดยคาดว่าจะสามารถเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ในช่วงกลางเดือนตุลาคมนี้ ทั้งนี้ รัฐบาลวางเป้าหมายดำเนินโครงการให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปีหน้า
“โครงการนี้ถือเป็นการ "ซ่อมและสร้าง" เศรษฐกิจไปพร้อมกัน เพื่อรับมือกับวิกฤตราคาพลังงานและน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้งในต่างประเทศ”
เขากล่าวว่า โครงการนี้ รัฐบาลกำหนดวงเงินช่วยเหลืออุดหนุนให้แก่ประชาชนครัวเรือนละ 50,000 บาทซึ่งครอบคลุมทั้งการติดตั้งบนหลังคาและบนพื้นดิน หากดำเนินการครบตามเป้าหมาย 1 ล้านครัวเรือนจะใช้งบประมาณรวมประมาณ 50,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่น้อยกว่างบประมาณบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในปีที่ผ่านมา แต่ให้ผลประโยชน์ระยะยาวแก่ประชาชนนานถึง 25-30 ปี นอกจากนี้ กระทรวงมหาดไทยยังอยู่ระหว่างพิจารณาความเป็นไปได้ในการขยายโครงการไปถึง 1.5 ล้านครัวเรือนในอนาคต
ชูโมเดลการลงทุน "ติดตั้งฟรี-มีรายได้"
เขากล่าวว่า จุดเด่นของโครงการนี้คือ ประชาชนอาจไม่ต้องควักเงินลงทุนเองในตอนแรก โดยจะใช้กลไกความร่วมมือระหว่างการไฟฟ้า (กฟผ./กฟน./กฟภ.) ร่วมกับธนาคารรัฐ ได้แก่ ธนาคารออมสินธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.)ในการสนับสนุนเงินลงทุนให้ก่อน แล้วจึงนำรายได้จากการขายไฟคืนให้กับการไฟฟ้ามาหักจ่ายชำระคืนให้แก่ธนาคาร
“จากการคำนวณเบื้องต้น หากครัวเรือนติดตั้งระบบขนาด 5 กิโลวัตต์ และมีการใช้ไฟฟ้าน้อยจนเหลือขายคืนเข้าระบบ จะสามารถสร้างรายได้ประมาณ 1,000 บาทต่อเดือน ต่อเนื่องไปตลอดอายุการใช้งานของแผงโซลาร์ประมาณ 25-30 ปี”
เตรียมลดภาษีนำเข้าวัตถุดิบ
ทั้งนี้ เพื่อให้โครงการนี้เกิดขึ้นได้จริง การไฟฟ้าจะเร่งดำเนินการติดตั้ง Smart Meter และพัฒนาระบบSmart Grid รวมถึงขยายสายส่งและระบบแบตเตอรี่จัดเก็บพลังงาน (Storage) ในส่วนของภาคอุตสาหกรรม รัฐบาลโดย BOI เตรียมให้การส่งเสริมการผลิตแผงโซลาร์ในประเทศและลดภาษีนำเข้าวัตถุดิบที่จำเป็น เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถแข่งขันกับสินค้านำเข้าจากจีนได้
นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานจะเข้ามามีบทบาทในการจัดฝึกอบรม (Training) สร้างทักษะการติดตั้งและบำรุงรักษาให้กับแรงงานไทย เพื่อรองรับการสร้างงานใหม่ที่จะเกิดขึ้นจากโครงการนี้ทั่วประเทศอีกด้วย
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
