"ทรัมป์" เข้าควบคุม "เวเนซุเอลา" ลั่นจะส่งบริษัทอเมริกันเข้าไปขุดน้ำมัน อ้างช่วยหารายได้ ฟื้นเศรษฐกิจประเทศ

"ทรัมป์" เดินเกมคุม "เวเนซุเอลา" ให้บริษัทอเมริกันเข้าไปขุดน้ำมัน อ้างระดมทุนช่วยฟื้นเศรษฐกิจ
ล่าสุดประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้ออกมาระบุว่าสหรัฐฯ จะเข้ามาบริหาร "ประเทศเวเนซุเอลา" จนกว่าจะเกิดการเปลี่ยนผ่านอำนาจ
คืบหน้าหลังจากเหตุการณ์กองทัพสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการจู่โจมทางทหารประเทศเวเนซุเอลา เมื่อช่วงเช้ามืดวันเสาร์ที่ 3 มกราคม 2569 และมีการเข้าควบคุมตัวนิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลาและซิเลีย ฟลอเรส ผู้เป็นภริยาเอาไว้ รายงานข่าวระบุว่า เครื่องบินที่นำตัวประธานาธิบดีเวเนซุเอลาและภริยา ได้ลงจอดที่ฐานทัพอากาศแห่งชาติสจวร์ต ในเมืองนิวเบิร์ก รัฐนิวยอร์ก เมื่อช่วงเย็นวันเสาร์ และทั้งหมดจะถูกนำตัวขึ้นศาลสหรัฐฯ ในสัปดาห์หน้า เพื่อดำเนินคดีในข้อหาขบวนการค้ายาเสพติดเพื่อการก่อการร้าย สมคบคิดนำเข้าโคเคน ครอบครองปืนกลและอุปกรณ์ทำลายล้าง รวมถึงสมคบคิดเพื่อครอบครองปืนกลและอุปกรณ์ทำลายล้าง
ประธานาธิบดีทรัมป์ เปิดเผยว่า ผู้นำเวเนซุเอลาและภรรยาถูกส่งตัวออกจากประเทศไปยังนิวยอร์ก เพื่อเตรียมเข้ารับการพิจารณาคดีอาญาในสหรัฐฯ พร้อมทั้งตราหน้านายมาดูโรว่าเป็น เผด็จการที่ขาดความชอบธรรมและเป็นผู้ที่ต้องรับผิดชอบต่อการลักลอบขนยาเสพติดร้ายแรงจำนวนมหาศาลเข้าสู่สหรัฐฯ
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ในการแถลงข่าวที่รัฐฟลอริดา ทรัมป์ได้กล่าวว่า เราจะเข้าไปบริหารประเทศเวเนซุเอลาจนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสม เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนผ่านอำนาจอย่างปลอดภัย ถูกต้อง และรอบคอบ พร้อมย้ำว่าเราไม่ต้องการให้ใครอื่นเข้ามาแทรกแซงกระบวนการนี้ แต่อย่างไรก็ตามผู้นำของสหรัฐกล่าวโดยไม่ได้ลงรายละเอียดถึงกลไกที่สหรัฐฯ จะใช้ในการบริหารจัดการภายในเวเนซุเอลา
นอกจากนี้ประธานาธิบดีทรัมป์ยังระบุว่า เขามีแผนจะให้บริษัทอเมริกันยักษ์ใหญ่หลายแห่ง เข้าไปขุดเจาะแหล่งน้ำมันสำรองของเวเนซุเอลา ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เพื่อระดมทุนมาฟื้นฟูประเทศและทำให้เวเนซุเอลา “ยิ่งใหญ่อีกครั้ง”
โดยทรัมป์กล่าวว่า เราจะส่งบริษัทน้ำมันขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ ซึ่งใหญ่ที่สุดในโลก เข้าไปลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์ ซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานที่เสียหายอย่างหนัก โครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมัน และเริ่มสร้างรายได้ให้กับประเทศ
ทั้งนี้เวเนซุเอลาเป็นประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบประมาณ 303,000 ล้านบาร์เรล หรือคิดเป็นประมาณ 20% ของทรัพยากรน้ำมันทั่วโลก ตามข้อมูลของสำนักงานข้อมูลพลังงานแห่งสหรัฐฯ
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เชฟรอน เป็นบริษัทน้ำมันรายใหญ่สัญชาติอเมริกาเพียงแห่งเดียวที่กำลังปฏิบัติการในเวเนซุเอลาในปัจจุบันนี้ ขณะที่กลุ่มผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ ระบุในวันเสาร์ 3 มกราคม 2569 กล่าวว่าพวกเขากำลังจับตาสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น
โฆษกของสถาบันการปิโตรเลียมแห่งสหรัฐฯบอกกับรอยเตอร์ว่า เรากำลังจับตาสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเวเนซุเอลาอย่างใกล้ชิด ในนั้นรวมถึงความเป็นไปได้ของผลกระทบที่มีต่อตลาดพลังงานโลก
เชฟรอน ซึ่งส่งออกจากน้ำมันดิบจากเวเนซุเอลาราว 150,000 บาร์เรลต่อวัน ไปยังชายฝั่งอ่าวสหรัฐฯ ระบุว่าพวกเขามุ่งเน้นไปที่สวัสดิภาพและความปลอดภัยของพนักงาน นอกเหนือจากความปลอดภัยของทรัพย์สิน และได้ย้ำในถ้อยแถลงว่า บริษัทจะเดินหน้าปฏิบัติการด้วยการปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบต่างๆที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่
ด้านนักวิเคราะห์ กล่าวว่า แผนของทรัมป์ที่จะเปิดทางให้บรรดาบริษัทน้ำมันรายใหญ่ของสหรัฐฯเข้าสู่เวเนซุเอลาและโกยกระแสน้ำมัน จะไม่ได้รวดเร็วอย่างที่คิด เพราะประเทศเวเนซุเอลายังคงขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต้องลงทุนเป็นอย่างมากและใช้เวลานานหลายปี
ปีเตอร์ แม็คนัลลี หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ของเติร์ด บริดจ์ กล่าวว่า ยังมีมากมายหลายคำถามที่จำเป็นต้องตอบ เกี่ยวกับสถานะของอุตสาหกรรมน้ำมันเวเนซุเอลา แต่ชัดเจนว่ามันจะต้องใช้เงินหลายหมื่นล้านดอลลาร์สำหรับพลิกฟื้นอุตสาหกรรมนี้ พร้อมระบุว่าบรรดาบริษัทน้ำมันรายใหญ่ของตะวันตกอาจต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1 ทศวรรษ สำหรับบรรลุเป้าหมายในประเทศแห่งนี้
นอกจากเรื่องของการเข้าไปขุดน้ำมัน ประธานาธิบดีทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ยังย้ำว่ากองกำลังสหรัฐฯ พร้อมที่จะเปิดฉากโจมตีอีกครั้งหากมีความจำเป็น และไม่ตัดความเป็นไปได้ที่จะมีการส่งกำลังทหารภาคพื้นดินเข้าไปในกระบวนการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง
ขณะที่รัฐบาลเวเนซุเอลาได้ออกมาประณามสหรัฐฯ ว่าเป็นการ “รุกรานจากพวกจักรวรรดินิยม” ต่อสถานที่พลเรือนและฐานทัพทหาร หลังจากพบเหตุระเบิดหลายจุดและมีอากาศยานบินในระดับต่ำเหนือกรุงคารากัส
นอกจากนี้ปฏิบัติการทางทหารครั้งนี้ของสหรัฐฯ ถูกตั้งคำถามด้านข้อกฎหมายทั้งในและต่างประเทศ เนื่องจากเป็นการดำเนินการโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากสภาคองเกรส และไม่ได้อยู่ในสภาวะที่มีภัยคุกคามต่อความมั่นคงแห่งชาติอย่างเร่งด่วน
สถานการณ์นี้ยังอาจส่งผลกระทบในวงกว้างไปทั่วโลก โดยรัสเซียและจีนซึ่งเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดของเวเนซุเอลาทั้งคู่ ได้ออกมาประณามการแทรกแซงของสหรัฐฯ อย่างทันควัน
กระทรวงการต่างประเทศของจีนออกแถลงการณ์ว่า จีนรู้สึกตกใจอย่างยิ่งและขอประณามการใช้กำลังทหารอย่างโจ่งแจ้งต่อรัฐอธิปไตยและการดำเนินการต่อตัวประธานาธิบดี พร้อมเสริมว่าการกระทำที่มุ่งแสวงหาอำนาจนำของรัฐบาลทรัมป์ถือเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง
ล่าสุด คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเตรียมจัดประชุมฉุกเฉินในเช้าวันจันทร์ (5 มกราคม 2569) ตามคำร้องขอของเวเนซุเอลา
ด้านเดลซี โรดริเกซ รองประธานาธิบดีเวเนซุเอลา แถลงผ่านสถานีโทรทัศน์ว่า นายมาดูโรซึ่งครองอำนาจมาตั้งแต่ปี 2556 ยังคงเป็นผู้นำเพียงหนึ่งเดียวของประเทศ พร้อมเรียกร้องให้สหรัฐฯ ปล่อยตัวเขาและภรรยาทันที
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
