กวาดล้างน้ำมะพร้าวปลอม! "ศุภจี" ลุยตรวจ ล้ง-โรงงาน 5 จังหวัด ลงดาบนอมีนีต่างชาติ

กระทรวงพาณิชย์เดินหน้าปราบปรามการปลอมปน "น้ำมะพร้าวน้ำหอม" ลงพื้นที่ตรวจสอบล้งและโรงงานใน 5 จังหวัด พร้อมขยายผลสอบเชิงลึกธุรกิจที่อาจเข้าข่ายใช้คนไทยถือหุ้นแทนต่างชาติ หรือ "นอมินี"
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมจังหวัดราชบุรี และสมาคมมะพร้าวน้ำหอมไทย ได้ติดตามและปราบปรามการปลอมปนน้ำมะพร้าวอย่างจริงจัง หลังปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค คุณภาพสินค้า มาตรฐานการผลิต และภาพลักษณ์ของอุตสาหกรรมมะพร้าวน้ำหอมไทย ซึ่งถือเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมานาน
เบื้องต้น กรมพัฒนาธุรกิจการค้าตรวจพบบริษัทกลุ่มเสี่ยง 15 ราย ที่ดำเนินธุรกิจล้งมะพร้าวและอาจเข้าข่ายเป็นนอมินี ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 โดยตั้งอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ ปทุมธานี สมุทรสาคร และราชบุรี
นอกจากนี้ ยังพบโรงงานกลุ่มเสี่ยงอีก 24 ราย ภายใต้รหัสโรงงานอุตสาหกรรม 00801 ซึ่งประกอบกิจการผลิตอาหารหรือเครื่องดื่มจากพืช ผัก และผลไม้ โดยมีพฤติการณ์อาจเกี่ยวข้องกับการผลิตน้ำมะพร้าวน้ำหอมปลอมปน และตั้งอยู่ใน 5 จังหวัดเดียวกัน ทั้งนี้พบว่า 2 ราย มีรายชื่อซ้ำกับกลุ่มล้งมะพร้าวที่อยู่ระหว่างตรวจสอบกรณีนอมินี
กระทรวงพาณิชย์จึงได้ส่งรายชื่อนิติบุคคลทั้งสองกลุ่มให้ 9 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเชิงลึก ได้แก่ กองบัญชาการสอบสวนกลาง ชุดปฏิบัติการปราบปรามคนต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมสรรพากร กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมวิชาการเกษตร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)
นางศุภจี กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ได้สร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันการปลอมปนน้ำมะพร้าวตลอดห่วงโซ่การผลิต ตั้งแต่การตรวจสอบแหล่งที่มาของวัตถุดิบ ล้งรับซื้อ กระบวนการแปรรูป และการนำเข้าสู่โรงงาน เพื่อป้องกันการใช้วัตถุดิบที่ไม่สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้หรือมีความเสี่ยงต่อการปลอมปน
ขณะเดียวกัน กรมโรงงานอุตสาหกรรมจะเข้าตรวจสอบการขออนุญาตและการขึ้นทะเบียนโรงงานให้ถูกต้องตามกฎหมาย ส่วน อย. และกรมวิชาการเกษตร จะกำกับดูแลมาตรฐานวัตถุดิบและคุณภาพผลิตภัณฑ์ตลอดกระบวนการผลิต
นอกจากนี้ ยังเตรียมนำกระบวนการตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์มาใช้ยืนยันความเป็น "น้ำมะพร้าวแท้ 100%" พร้อมกำหนดให้ผู้ประกอบการแสดงข้อมูลบนฉลากอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นสัดส่วนน้ำมะพร้าว ปริมาณน้ำตาลธรรมชาติ หรือการใช้สารปรุงแต่งต่าง ๆ เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับข้อมูลที่ถูกต้องก่อนตัดสินใจซื้อ
24 โรงงานกลุ่มเสี่ยง ขายราคาต่ำกว่าปกติ
ด้านนายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวว่า จากการตรวจสอบโรงงานกลุ่มเสี่ยงทั้ง 24 ราย พบว่าส่วนใหญ่จำหน่ายน้ำมะพร้าวน้ำหอมขนาด 350 มิลลิลิตร ในราคาต่ำผิดปกติ บางรายขายเพียงขวดละ 20-25 บาท ทั้งที่ต้นทุนวัตถุดิบเพียงอย่างเดียวก็สูงกว่านั้นมาก
เนื่องจากมะพร้าวน้ำหอมมีราคาหน้าสวนเฉลี่ยลูกละ 15-18 บาท และการผลิตน้ำมะพร้าวขนาด 350 มิลลิลิตร ต้องใช้มะพร้าวประมาณ 1.5 ลูก ยังไม่รวมต้นทุนบรรจุภัณฑ์ ฉลาก ค่าแรง และค่าใช้จ่ายในการผลิตอื่น ๆ ขณะที่ผู้ผลิตน้ำมะพร้าวแท้ 100% ส่วนใหญ่จำหน่ายในช่วงราคา 40-60 บาทต่อขวด
นอกจากนี้ ยังพบว่าสินค้าหลายรายระบุบนฉลากว่าเป็น "น้ำมะพร้าวน้ำหอมแท้ 100%" หรือ "น้ำมะพร้าว 100%" จึงจำเป็นต้องตรวจสอบว่ามีการผสมวัตถุดิบอื่นหรือไม่ และมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภคเพียงใด
ราคามะพร้าวหน้าสวนปรับตัวดีขึ้น หลังแก้ปัญหาครบวงจร
นายจรัญ เจริญทรัพย์ นายกสมาคมมะพร้าวน้ำหอมไทย กล่าวว่า มาตรการแก้ปัญหามะพร้าวน้ำหอมแบบครบวงจรของกระทรวงพาณิชย์ ส่งผลให้ราคามะพร้าวหน้าสวนปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากเดิมเพียงลูกละ 2-3 บาท ปัจจุบันอยู่ที่ 13-15 บาท ซึ่งเป็นระดับราคาที่เกษตรกรพึงพอใจ
อย่างไรก็ตาม ภาครัฐควรเดินหน้าตรวจสอบและปราบปรามการปลอมปนน้ำมะพร้าวอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาดังกล่าวกลับมากระทบต่อราคาผลผลิต สร้างความเสียหายแก่เกษตรกร และบั่นทอนชื่อเสียงของมะพร้าวน้ำหอมไทยในระยะยาว
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
