เชื่อมั่นเศรษฐกิจภูมิภาคเป็นบวก "ตะวันออก-EEC" นำโด่ง รับท่องเที่ยวปลายปี

"ดัชนีเชื่อมั่นเศรษฐกิจภูมิภาค" เดือนกรกฎาคม 2569 ขยายตัวเป็นบวก "ตะวันออก-EEC" นำโด่ง รับท่องเที่ยวปลายปี หนุนเศรษฐกิจ
กระทรวงการคลัง รายงาน ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค ประจำเดือนกรกฎาคม 2569 สะท้อนว่า แนวโน้มเศรษฐกิจในช่วง 6 เดือนข้างหน้ายังมีทิศทางขยายตัว โดยได้รับแรงสนับสนุนจากภาคบริการในช่วงฤดูท่องเที่ยวปลายปี มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ และภาคอุตสาหกรรมการเกษตรที่ได้อานิสงส์จากผลผลิตที่เพิ่มขึ้นและสภาพอากาศที่เอื้อต่อการเพาะปลูก
อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม ได้แก่ ความผันผวนของราคาพลังงาน ต้นทุนการผลิต ภาวะเศรษฐกิจโลก และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
"ภาคตะวันออก" ยังครองอันดับหนึ่ง โดยดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจอยู่ที่ 76.5 ขณะที่พื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) มีดัชนีสูงถึง 78.5 สะท้อนความเชื่อมั่นที่แข็งแกร่งต่อการเติบโตในช่วงครึ่งปีหลัง แรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากภาคบริการและภาคอุตสาหกรรม จากแนวโน้มการท่องเที่ยวที่ขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงไฮซีซันปลายปี รวมถึงกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่ช่วยเพิ่มการใช้จ่ายและจำนวนนักท่องเที่ยว แม้ยังต้องจับตากำลังซื้อของประชาชนและภาวะเศรษฐกิจโดยรวม
"ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ" มีดัชนีอยู่ที่ 72.4 ได้แรงหนุนจากผลผลิตสินค้าเกษตรที่ทยอยออกสู่ตลาดในช่วงฤดูเก็บเกี่ยว ประกอบกับราคาสินค้าเกษตรที่มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น รวมถึงการส่งเสริมสินค้าเกษตรปลอดภัย ผลิตภัณฑ์ชุมชน OTOP และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ
"ภาคตะวันตก" มีดัชนีอยู่ที่ 71.6 โดยได้รับแรงสนับสนุนจากภาคเกษตรและภาคอุตสาหกรรม ภาคเกษตรมีแนวโน้มดีขึ้นจากมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐ รวมถึงเป็นช่วงที่ผลผลิตมะพร้าวและส้มโอออกสู่ตลาดมากขึ้น ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมได้รับอานิสงส์จากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ อุปสงค์ที่ขยายตัว และความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ดีขึ้น แม้ผู้ประกอบการบางส่วนยังชะลอการลงทุนจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังทรงตัว
"ภาคเหนือ" มีดัชนีความเชื่อมั่นอยู่ที่ 70.5 โดยภาคบริการมีแนวโน้มฟื้นตัวจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการเข้าสู่ฤดูท่องเที่ยว ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของอุปสงค์ การลงทุน และระดับการผลิตที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลก ต้นทุนพลังงาน และกำลังซื้อในประเทศ
"ภาคใต้" มีดัชนีอยู่ที่ 68.7 สะท้อนการขยายตัวของภาคบริการและการลงทุน จากการเข้าสู่ฤดูท่องเที่ยว การจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ส่งผลให้ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และการขนส่งมีแนวโน้มดีขึ้น ขณะเดียวกัน ความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการและนโยบายส่งเสริมการลงทุนยังช่วยหนุนการจ้างงานและการลงทุนในพื้นที่
"ภาคกลาง" มีดัชนีอยู่ที่ 67.9 โดยได้รับแรงหนุนจากภาคบริการที่ฟื้นตัวตามนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวและมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของภาครัฐ ซึ่งช่วยเพิ่มกำลังซื้อและความเชื่อมั่น ขณะที่การลงทุนมีแนวโน้มขยายตัวจากการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวและความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการ แม้ยังเผชิญแรงกดดันจากสภาพอากาศ
"กรุงเทพมหานครและปริมณฑล" มีดัชนีความเชื่อมั่นอยู่ที่ 60.6 แม้ยังอยู่ในระดับสะท้อนการขยายตัว แต่ต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับทุกภูมิภาค โดยมีแรงสนับสนุนจากภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยกดดันจากกำลังซื้อครัวเรือนที่เปราะบาง ระดับหนี้ครัวเรือนที่ยังสูง ความผันผวนของต้นทุนการผลิต ตลอดจนความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ นโยบายการค้าโลก และภาวะเศรษฐกิจโลก ซึ่งอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นในระยะต่อไป