รีเซต

สินค้าจีนทะลักไทย! ยอดนำเข้า 11 เดือน พุ่ง 225 ล้านชิ้น เจอรีดภาษีบาทแรกทุกชิ้น

สินค้าจีนทะลักไทย! ยอดนำเข้า 11 เดือน พุ่ง 225 ล้านชิ้น เจอรีดภาษีบาทแรกทุกชิ้น
TNN ช่อง16
30 กันยายน 2569 ( 08:00 )
10

เปิดตัวเลขล่าสุด! ไทยเก็บภาษีสินค้านำเข้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ตั้งแต่บาทแรก 11 เดือน ทะลัก 225 ล้านชิ้น เก็บอากรขาเข้าพุ่ง 4 ,000 ล้านบาท 


ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 กติกาการสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทยเปลี่ยนไป โดยไทยเริ่มจัดเก็บภาษีตั้งแต่ 1 บาทแรก จากเดิมที่สินค้านำเข้ามูลค่าไม่เกิน 1,500 บาท ได้รับการยกเว้นอากร


ล่าสุด กรมศุลกากรรายงานว่า ในช่วง 11 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 มีสินค้านำเข้าภายใต้มาตรการดังกล่าวประมาณ 225 ล้านชิ้น คิดเป็นมูลค่าการนำเข้ากว่า 41,000 ล้านบาท และสามารถจัดเก็บอากรขาเข้าได้มากกว่า 4,000 ล้านบาท


นอกจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นแล้ว ยังพบว่ายอดการสั่งซื้อสินค้าชิ้นเล็กจากต่างประเทศมีแนวโน้มชะลอลง ขณะที่ผู้บริโภคในประเทศเริ่มหันมาซื้อสินค้าจากร้านค้าที่มีสต็อกอยู่ภายในประเทศมากขึ้น


ไม่ใช่แค่เก็บภาษี แต่ลดช่องว่างการแข่งขัน


ประเด็นนี้จึงไม่ได้มีเพียงเรื่องรายได้ของภาครัฐ แต่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันในตลาดค้าปลีกไทยด้วย


ปัจจุบันสินค้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะสินค้าราคาถูกจากจีน สามารถเข้าถึงผู้บริโภคไทยได้ง่ายผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ เพียงใช้โทรศัพท์มือถือก็สามารถเลือกซื้อสินค้าและสั่งตรงจากต่างประเทศได้ โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปซื้อเองหรือพึ่งพาคนรับหิ้วเหมือนในอดีต


การเติบโตของอีคอมเมิร์ซจีนสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของตลาดอย่างชัดเจน โดยจีนเป็นหนึ่งในตลาดอีคอมเมิร์ซที่ใหญ่ที่สุดในโลก ขณะที่ระบบโลจิสติกส์ระหว่างประเทศก็พัฒนาขึ้น ทำให้สินค้าจากโรงงานในต่างประเทศสามารถเดินทางมาถึงผู้บริโภคได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน


เมื่อสินค้ามีราคาถูกอยู่แล้ว และยังสามารถนำเข้ามาขายในไทยได้โดยมีต้นทุนภาษีต่ำกว่า ก็ยิ่งเพิ่มความได้เปรียบด้านราคา และสร้างแรงกดดันให้ผู้ประกอบการไทยที่ต้องแบกรับต้นทุนหลายด้าน


ร้านค้าไทยต้องแบกต้นทุน ขณะที่ของนำเข้าราคาถูก


ผู้ประกอบการไทยมีทั้งต้นทุนภาษี ค่าแรง ค่าเช่า ค่าขนส่ง รวมถึงต้นทุนในการปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานต่าง ๆ


ขณะที่สินค้านำเข้าราคาถูกที่ขายผ่านช่องทางออนไลน์ หากมีต้นทุนด้านภาษีต่ำกว่ามาก ก็สามารถนำเสนอสินค้าในราคาที่ต่ำกว่า และทำให้ผู้ประกอบการไทยต้องเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น


ดังนั้น เป้าหมายของการจัดเก็บภาษีตั้งแต่บาทแรกจึงไม่ได้มีเพียงการเพิ่มรายได้ให้กับรัฐ แต่ยังเป็นความพยายามลดช่องว่างด้านต้นทุนระหว่างสินค้านำเข้ากับสินค้าที่จำหน่ายโดยผู้ประกอบการไทย


ทำไมทั่วโลกจับตาสินค้าจีน


แรงกดดันจากสินค้าราคาถูกจากจีนไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทย แต่เป็นประเด็นที่หลายประเทศทั่วโลกกำลังหาทางรับมือ


จีนมีฐานการผลิตขนาดใหญ่ และในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ภาคธุรกิจและผู้ผลิตจำนวนหนึ่งเผชิญกับความท้าทายจากความต้องการภายในประเทศที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้การหาตลาดต่างประเทศกลายเป็นช่องทางสำคัญในการระบายสินค้า


เมื่อผนวกเข้ากับการเติบโตของอีคอมเมิร์ซ แพลตฟอร์มออนไลน์จึงกลายเป็นช่องทางที่เชื่อมผู้ผลิตกับผู้บริโภคทั่วโลกได้โดยตรง


สินค้าจำนวนมากจึงสามารถเดินทางจากโรงงานในจีนไปถึงผู้บริโภคในประเทศต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น ขณะที่ผู้บริโภคเองก็มีทางเลือกมากขึ้นและสามารถเปรียบเทียบราคาได้ทันที


ภาษี 4,000 ล้าน ไม่ใช่แค่เงินเข้ารัฐ


ตัวเลขอากรขาเข้ากว่า 4,000 ล้านบาท จึงอาจไม่ได้สะท้อนผลของมาตรการทั้งหมด


ประการแรก คือ เพิ่มรายได้ภาครัฐ เพราะสินค้านำเข้าที่เดิมอยู่นอกฐานอากร ถูกนำเข้าสู่ระบบมากขึ้น


ประการที่สอง คือ ลดช่องว่างด้านต้นทุน ระหว่างสินค้านำเข้ากับสินค้าที่จำหน่ายโดยผู้ประกอบการไทย


และประการที่สาม คือ ทำให้รัฐมองเห็นการไหลเข้าของสินค้าขนาดเล็กผ่านช่องทางออนไลน์ได้มากขึ้น


เมื่อสินค้านำเข้าสู่ระบบมากขึ้น ข้อมูลก็เพิ่มขึ้นตาม ทำให้ภาครัฐสามารถมองเห็นได้ละเอียดขึ้นว่าสินค้าประเภทใดเข้ามา จากประเทศไหน มีปริมาณและมูลค่าเท่าไร รวมถึงเข้ามาผ่านช่องทางใด



อย่าลืมว่า "เสียภาษี" แล้ว ไม่ได้แปลว่าผ่านมาตรฐาน


อย่างไรก็ตาม การจัดเก็บภาษีเป็นเพียงหนึ่งในด่านของการจัดระเบียบตลาด เพราะ การเสียภาษีกับการผ่านมาตรฐานความปลอดภัยเป็นคนละเรื่องกัน


สินค้าที่เสียภาษีอย่างถูกต้อง ไม่ได้หมายความว่าสินค้านั้นผ่านมาตรฐานความปลอดภัยโดยอัตโนมัติ ผู้บริโภคยังต้องตรวจสอบฉลาก คำเตือน การรับประกัน และเครื่องหมายมาตรฐานตามประเภทของสินค้า


อีกประเด็นที่ต้องจับตาคือการแก้ปัญหาสินค้าสวมสิทธิ์ “Made in Thailand”


เพราะในช่วงที่หลายประเทศใช้มาตรการทางการค้าเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศมากขึ้น แหล่งกำเนิดสินค้ากลายเป็นเรื่องสำคัญ หากสินค้าจากต่างประเทศถูกนำเข้ามาเปลี่ยนฉลาก หรือผ่านกระบวนการเพียงเล็กน้อยแล้วอ้างว่าเป็นสินค้าที่ผลิตในไทย ก็อาจส่งผลกระทบต่อทั้งผู้ประกอบการไทยและโอกาสทางการค้าของประเทศ


เกมใหญ่ไม่ได้จบที่การเก็บภาษี


การเก็บภาษีสินค้านำเข้าออนไลน์ตั้งแต่บาทแรกจึงไม่ใช่เพียงมาตรการหารายได้เพิ่มให้ภาครัฐ แต่เป็นส่วนหนึ่งของการปรับกติกาการค้าในยุคที่สินค้าจากทั่วโลกสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายกว่าที่เคย


เพราะสินค้าราคาถูกที่เข้ามาทีละชิ้นอาจดูเหมือนเป็นเรื่องเล็ก แต่เมื่อรวมกันเป็นหลายร้อยล้านชิ้นต่อปี ก็กลายเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาล และสามารถส่งผลต่อการแข่งขันของธุรกิจในประเทศได้


โจทย์สำคัญหลังจากนี้จึงไม่ได้มีเพียงว่าไทยจะเก็บภาษีได้มากแค่ไหน แต่คือจะทำอย่างไรให้ตลาดออนไลน์แข่งขันกันอย่างเป็นธรรม สินค้าที่เข้ามามีมาตรฐาน และผู้ประกอบการไทยยังสามารถแข่งขันได้ในตลาดที่ไร้พรมแดนมากขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง