รีเซต

“Prisonometer” นวัตกรรม “AI สแกนใบหน้า” แห่งเซาเปาโล ตามล่าอาชญากรจากคนเดินถนน

“Prisonometer” นวัตกรรม “AI สแกนใบหน้า” แห่งเซาเปาโล ตามล่าอาชญากรจากคนเดินถนน
TNN ช่อง16
23 มีนาคม 2569 ( 09:43 )

ใจกลางเมืองเซาเปาโล ประเทศบราซิล เทคโนโลยีการจดจำใบหน้า AI ขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาค กำลังถูกนำมาใช้เพื่อยกระดับความปลอดภัยสาธารณะ โดยมีการติดตั้งจอ พริซเซินนอมิเตอร์ (Prisonometer) หรือ มาตรวัดจำนวนนักโทษ ที่คอยแสดงจำนวนผู้ถูกจับกุมแบบเรียลไทม์ ซึ่งสะท้อนถึงความพยายามในการลดอาชญากรรมในเมืองใหญ่แห่งนี้

ระบบ สมาร์ต แซมปา (Smart Sampa) ซึ่งเป็นหัวใจหลักของนวัตกรรมนี้ดำเนินการผ่านศูนย์ควบคุมที่ตรวจสอบภาพจากกล้องกว่า 40,000 ตัวทั่วเมือง ด้วยงบประมาณต่อเดือนราว 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 70 ล้านบาท

ระบบจะสแกนและเปรียบเทียบใบหน้ากับฐานข้อมูลตุลาการทันที ผลจากการใช้งานตั้งแต่ปี 2024 พบว่าสามารถระบุตัวผู้ต้องหาหนีคดีได้กว่า 3,000 ราย และจับกุมผู้กระทำความผิดขณะก่อเหตุได้เกือบ 4,000 ราย ซึ่งทางการระบุว่าช่วยลดเหตุชิงทรัพย์ลงได้เกือบร้อยละ 15 ในปี 2025

แม้จะมีสถิติการจับกุมที่น่าประทับใจ แต่รายงานความโปร่งใสที่วิเคราะห์โดยสำนักข่าว เอเอฟพี (AFP) ชี้ให้เห็นว่าเทคโนโลยียังมีจุดที่ต้องระมัดระวัง เช่น ความแม่นยำในการระบุตัวตน ในปีแรก พบว่าราว ร้อยละ 8 ของผู้ถูกจับกุม หรืออย่างน้อย 59 ราย ถูกปล่อยตัวเนื่องจากการระบุตัวตนผิดพลาด ซึ่งรวมถึงกรณีที่ระบบสับสนใบหน้าผู้บริสุทธิ์กับอาชญากร

ในแง่ของการอัปเดตฐานข้อมูล พบว่ามีผู้ถูกควบคุมตัว 141 รายจากหมายจับที่สิ้นสุดผลบังคับใช้ไปแล้ว ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญของการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างระบบ AI และระบบตุลาการให้เป็นปัจจุบันเสมอ

และยังมีแง่ของขอบเขตของความผิด โดยพบว่าเกือบครึ่งหนึ่งของผู้ที่ถูกจับกุมเป็นคดีแพ่ง เช่น การค้างชำระค่าเลี้ยงดูบุตร ซึ่งทำให้เกิดการตั้งคำถามถึงวัตถุประสงค์หลักของระบบว่าควรเน้นหนักที่อาชญากรรมร้ายแรงหรือการควบคุมระเบียบทั่วไป

อีกหนึ่งประเด็นที่นักวิชาการให้ความสำคัญคือ อคติของอัลกอริทึม (Algorithmic Racism) เนื่องจากข้อมูลผู้ถูกจับกุมกว่าครึ่งไม่ได้ระบุสีผิว ทำให้ยากต่อการประเมินว่าระบบมีความเท่าเทียมในการตรวจจับหรือไม่ แม้ทางรัฐบาลจะยืนยันว่าระบบถูกออกแบบมาโดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ แต่สถิติพบว่าการจับกุมส่วนใหญ่มักกระจุกตัวอยู่ในย่านชานเมืองและกลุ่มแรงงานย้ายถิ่น

การนำ AI มาใช้ในงานตำรวจของเซาเปาโลจึงเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจ ที่แสดงให้เห็นถึงข้อพิจารณาเรื่องจุดสมดุล ระหว่างการใช้เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยสาธารณะ กับการวางมาตรการป้องกัน เพื่อไม่ให้กระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของพลเมือง

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง