รีเซต

สหรัฐฯ ซุ่มทดสอบโดรนใต้น้ำ “HADALUS” ปล่อยยุทธโธปกรณ์ใต้ทะเลสำเร็จ

สหรัฐฯ ซุ่มทดสอบโดรนใต้น้ำ “HADALUS” ปล่อยยุทธโธปกรณ์ใต้ทะเลสำเร็จ
TNN ช่อง16
12 สิงหาคม 2569 ( 01:18 )
18

บริษัท RTX (Raytheon) บริษัทด้านเทคโนโลยีการบิน อวกาศ และการป้องกันประเทศ ร่วมมือกับบริษัท Composite Energy Technologies (CET) บริษัทที่เชี่ยวชาญด้านการวิจัย ออกแบบ วิศวกรรม และผลิตโครงสร้างคาร์บอนคอมโพสิตขั้นสูง ประสบความสำเร็จในการประเมินประสิทธิภาพโดรนใต้น้ำไร้คนขับ (UUV) รุ่น ฮาดาลัส (HADALUS) ด้วยการสาธิตการปล่อยยุทธโธปกรณ์หรือสัมภาระ (Payload) ออกจากตัวโดรนขณะปฏิบัติการอยู่ใต้ผิวน้ำได้เป็นครั้งแรก ต่อหน้าเจ้าหน้าที่กองทัพเรือสหรัฐฯ ณ พื้นที่ทดสอบใต้ทะเล

ความสำเร็จท่ามกลางการพัฒนาที่รวดเร็ว

โครงการนี้เริ่มต้นจากแนวคิดจนถึงการทดสอบจริงในทะเลได้สำเร็จ โดยใช้เวลาไม่ถึง 18 เดือน ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยขยายขีดความสามารถในการปฏิบัติการระยะยาวของกองทัพเรือสหรัฐฯ โดยมุ่งเน้นการรวมภารกิจตรวจจับ ค้นหาเป้าหมายซ้ำ และการโจมตีเข้าไว้ด้วยกันในการปฏิบัติการครั้งเดียว

ก้าวข้ามความท้าทายในการปล่อยยุทธโธปกรณ์ใต้น้ำ 

การปล่อยอุปกรณ์ขณะอยู่ใต้น้ำ ถือเป็นความท้าทายทางวิศวกรรมที่ยากกว่าการปล่อยจากผิวน้ำอย่างมาก เนื่องจากตัวยานต้องรักษาการทรงตัวอย่างมั่นคงและประสานการทำงานของระบบสัมภาระโดยไม่พึ่งพาแพลตฟอร์มปล่อยแบบเดิม ซึ่ง ฮาดาลัส (HADALUS) สามารถทำได้ในขนาดตัวโดรนที่กะทัดรัด ทำงานร่วมกับระบบโซนาร์และอิเล็กทรอนิกส์ในตัว ช่วยให้กองทัพเรือสหรัฐฯ สามารถส่งโดรนไปปฏิบัติภารกิจใต้ทะเลได้เป็นระยะเวลานาน โดยไม่ต้องใช้เรือรบผิวน้ำที่อาจเสี่ยงต่อการถูกตรวจพบตำแหน่ง

สเปกของโดรนใต้น้ำฮาดาลัส (HADALUS) 

สำหรับโดรน ฮาดาลัส (HADALUS) มีความยาว 34 ฟุต หรือประมาณ 10.3 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 6 ฟุต หรือประมาณ 1.8 เมตร สามารถเดินทางได้ไกลกว่า 2,000 ไมล์ทะเล หรือราว 3,700 กิโลเมตรนับว่าเป็นระยะปฏิบัติการที่สูงมากสำหรับยานไร้คนขับ

นวัตกรรมโครงสร้างคาร์บอนไฟเบอร์และต้นทุนที่ต่ำลง

จุดเด่นสำคัญของโดรนใต้น้ำลำนี้ อยู่ที่การออกแบบโครงสร้างภายนอกด้วยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์แบบปล่อยให้น้ำไหลผ่านได้ (Free-flooded carbon-fiber exoskeleton) แทนการใช้ตัวโครงสร้างปิดสนิทแบบเดิม ซึ่งทำให้ช่วยลดแรงกดดันทางกายภาพ และเปิดพื้นที่ภายในให้รองรับสัมภาระได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังประเมินว่าจะมีราคาถูกกว่าโดรนใต้น้ำระยะไกลระดับเดียวกันถึง 3 ถึง 5 เท่า ซึ่งต้นทุนที่ถูกลงนี้จะช่วยให้กองทัพเรือสหรัฐฯ สามารถขยายฝูงโดรนใต้น้ำเพื่อครอบคลุมพื้นที่ปฏิบัติการขนาดใหญ่ได้ง่ายขึ้น

พัฒนาอย่างรวดเร็วเพื่อรองรับอนาคต 

สำหรับการพัฒนาโดรนใต้น้ำลำนี้ Raytheon รับหน้าที่ดูแลระบบปฏิบัติการ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และโซนาร์ ส่วน CET รับผิดชอบด้านโครงสร้างวัสดุผสมและการผลิต 

ถึงแม้นี่จะเป็นเพียงก้าวแรก และยังต้องมีการทดสอบเพิ่มเติมก่อนนำไปใช้ในภารกิจการรบจริง แต่การรวมกันของระยะปฏิบัติการที่ยาวนาน ความสามารถในการปล่อยยุทธโธปกรณ์ใต้น้ำ และต้นทุนที่เข้าถึงได้ ทำให้ โดรน ฮาดาลัส (HADALUS) กลายเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีทางทหารที่น่าจับตามอง

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง