‘หมออุดม’ ยันซากเชื้อไม่ติดต่อ ขออดทนอีก1เดือน จำเป็นต้องต่อพ.ร.ก.ฉุกเฉิน

‘หมออุดม’ ยันซากเชื้อไม่ติดต่อ ขออดทนอีก1เดือน จำเป็นต้องต่อพ.ร.ก.ฉุกเฉิน
ข่าวสด
20 สิงหาคม 2563 ( 11:30 )
79
‘หมออุดม’ ยันซากเชื้อไม่ติดต่อ ขออดทนอีก1เดือน จำเป็นต้องต่อพ.ร.ก.ฉุกเฉิน

‘หมออุดม’ ยันซากเชื้อไม่ติดต่อ ไม่ใช่การระบาดรอบ 2 ขออดทนอีก 1 เดือน จำเป็นต้องต่อพ.ร.ก.ฉุกเฉิน เร่งพัฒนาวัคซีนร่วมกับมหาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ด

 

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 20 ส.ค. ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เรียกประชุม ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. ชุดเล็ก อาทิ พล.อ.อนุพงศ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย

 

นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดสาธารณสุข นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร นพ.อุดม คชินทร ที่ปรึกษาศบค. นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รองผู้บัญชาการทหารบก (รอง ผบ.ทบ.) ในฐานะรองประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกัน และยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

 

หารือข้อสนอของคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกัน และยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่มี พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ทั้งเรื่องการขยาย พ.ร.ก.ฉุกเฉินออกไปอีก 1 เดือนเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แต่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับกรณีการชุมนุมทางการเมือง การประเมินผลหลังผ่อนคลายมาตรการให้เปิดการทดลองเรียนเต็มรูป และการอนุญาตให้มีผู้เข้าชมการแข่งขันกีฬาได้ตามที่กำหนด

 

ด้าน นพ.อุดม คชินทร ที่ปรึกษา ศบค. กล่าวก่อนเข้าร่วมการประชุม ถึงกรณีตรวจพบเชื้อโควิด-19 ในคนไทย 2 คน ว่า ซากเชื้อโควิด 19 ไม่แพร่ระบาด ซึ่งจากการยืนยันของกระทรวงสาธารณสุข ก็พบว่าทั้ง 2 คน ผ่านการกักกันตัวของรัฐ 14 วัน โดยไม่พบเชื้อก็ไม่มีปัญหา

 

ทั้งนี้ การพบซากเชื้อในไทย ก็มีการพบอยู่ประปราย ยืนยันว่า ซากเชื้อไม่ติดต่อ ขอให้ประชาชนสบายใจได้ อย่าตื่นตระหนก อีกทั้งตรวจพบเชื้อโควิด-19 ในคนไทย 2 คน ไม่ส่งผลต่อการพิจารณาผ่อนคลายมาตรการต่างๆ เนื่องจากไม่ใช่การระบาดระลอก 2 ที่ผ่านมาไทยไม่เคยลดมาตรการด้านสาธารณสุข และการพบซากเชื้อก็ไม่ใช่การแพร่ระบาดรอบ 2 และยังมั่นใจในมาตรการด้านสาธารณสุขของไทย ที่ดำเนินการมาอย่างเข้มงวด และประชาชนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีมาตลอด

 

สำหรับการประชุม ศบค.ชุดเล็กวันนี้ ก็จะพิจารณาให้ผ่อนคลายมาตรการต่างๆ เพิ่มเติม เช่นให้ประชาชนเปิดเข้าชมกีฬาหรือคอนเสิร์ต ตามขนาดพื้นที่ เป็นต้น ส่วนการพัฒนาวัคซีนโควิด 19 ที่ยังไม่พิจารณางบประมาณ 600 ล้านบาท ร่วมกับมหาวิทยาลัยอ็อกฟอร์ดนั้น ตนเห็นว่าเรื่องนี้ต้องทำความเข้าใจว่า หากไทยดำเนินการเองต้องใช้เวลา อีกประมาณ 1 ปี ครึ่ง

 

ซึ่งประเทศไทยมี บริษัท"สยามไบโอไซเอนซ์" ที่พร้อมผลิตได้ และเมื่อยกระดับความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ด จะพัฒนาผลิตวัคซีนได้ถึง 200 ล้านโดส เมื่อมีความร่วมมือ ก็จะเป็นบริษัทที่ได้รับมาตรฐานระดับโลก และสามารถจำหน่ายวัคซีนให้ต่างประเทศได้ ทั้งนี้ยืนยันว่าวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันโควิด-19 คือการผลิตวัคซีนมาป้องกัน

 

นพ.อุดม กล่าวยืนยันว่า ยังมีความจำเป็นที่คงต้องพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในการป้องกันโควิด-19 ต่อไป เพราะเป็นกฎหมายตัวเดียวที่รวมหลายหน่วยงานไว้ โดยขออดทนอีก 1 เดือน

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง