รีเซต

Nintendo ขึ้นราคา Switch 2 ในสหรัฐฯ แตะ 18,500 บาท เซ่นต้นทุนชิป-ภาษีนำเข้า

Nintendo ขึ้นราคา Switch 2 ในสหรัฐฯ แตะ 18,500 บาท เซ่นต้นทุนชิป-ภาษีนำเข้า
TNN ช่อง16
14 พฤษภาคม 2569 ( 17:05 )

วันที่ 8 พฤษภาคมที่ผ่านมา บริษัท Nintendo ประกาศปรับขึ้นราคาเครื่องเล่นเกม Switch 2 ในสหรัฐอเมริกาอีก 50 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1,850 บาท ทำให้ราคาจำหน่ายขยับขึ้นไปอยู่ที่ 500 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 18,500 บาท 

โดยสาเหตุหลักในการปรับราคาครั้งนี้มาจากต้นทุนหน่วยความจำที่แพงขึ้นและมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ แม้การขยับราคาในครั้งนี้จะยังต่ำกว่าคู่แข่งอย่าง Sony ที่เคยปรับราคา PS5 ขึ้นถึง 150 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 5,550 บาท ในช่วงปีที่ผ่านมา แต่เนื่องจากฐานแฟนคลับของนินเทนโดเป็นกลุ่มที่มีอายุน้อยและมีความอ่อนไหวต่อราคามากกว่า การตัดสินใจดังกล่าวจึงมีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อยอดขาย

ทั้งนี้ บริษัทประเมินว่าจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากราคาชิ้นส่วนและภาษีนำเข้าสูงถึงประมาณ 1 แสนล้านเยน หรือราว 2.3 หมื่นล้านบาท ในด้านการจำหน่ายฮาร์ดแวร์ บริษัทเปิดเผยว่าได้จัดส่งเครื่อง Switch 2 ไปแล้ว 2.49 ล้านเครื่องในไตรมาสล่าสุด ทำให้ยอดขายรวมในช่วง 3 ไตรมาสของปีงบประมาณที่ผ่านมาสูงถึง 19.86 ล้านเครื่อง

อย่างไรก็ตาม สำหรับปีงบประมาณถัดไป นินเทนโดได้ตั้งเป้ายอดขาย Switch 2 ไว้ที่ 16.5 ล้านเครื่อง ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์หลายรายที่มองว่าน่าจะทำยอดได้มากกว่า 20 ล้านเครื่อง

อย่างไรก็ตาม นินเทนโดยังคงมองว่าเป้าหมายยอดขาย 16.5 ล้านเครื่อง เป็นการแสดงให้เห็นถึงระดับการใช้งานที่แข็งแกร่งสำหรับคอนโซลที่เพิ่งก้าวเข้าสู่ปีที่สองหลังจากการเปิดตัว เช่นเดียวกับยอดขายซอฟต์แวร์เกมที่กลับเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมียอดขายรวมทั้งบนเครื่อง Switch และ Switch 2

สำหรับเกมฟอร์มยักษ์ที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นประกอบไปด้วย Mario Kart World ยอด 14.7 ล้านหน่วย, Pokemon Legends: Z-A ยอด 8.5 ล้านหน่วย และ Donkey Kong Bananza ยอด 4.5 ล้านหน่วย ทั้งนี้จำนวนหลักหน่วยในที่นี้หมายถึง จำนวนแผ่นเกมหรือก๊อปปี้ของซอฟต์แวร์เกม 

นอกจากนี้ ธุรกิจภาพยนตร์ยังไปได้สวย โดยภาพยนตร์ Super Mario Galaxy สามารถทำรายได้ทะลุ 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ  29,600 ล้านบาท ได้สำเร็จในช่วง 4 สัปดาห์แรกที่เข้าฉาย

สำหรับภาพรวมผลประกอบการทางการเงิน รายได้ของนินเทนโดในปีงบประมาณ 2026 เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 98.6% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยทำรายได้ไปถึง 2.3 ล้านล้านเยน หรือราว 14.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 5.44 แสนล้านบาท

แม้บริษัทจะคาดการณ์ว่ารายได้ในปีหน้าอาจหดตัวลงประมาณ 11.4% แต่ในแง่ของกำไรจากการดำเนินงานนั้นคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ซึ่งเป็นอานิสงส์จากสัดส่วนยอดขายซอฟต์แวร์ที่เติบโตขึ้นนั่นเอง 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง