รีเซต

เว็บไซต์รวมข้อมูลแนวทางการรายงานข่าวเหตุกราดยิง โดยผู้เชี่ยวชาญนานาชาติ

เว็บไซต์รวมข้อมูลแนวทางการรายงานข่าวเหตุกราดยิง โดยผู้เชี่ยวชาญนานาชาติ
TNN ช่อง16
7 สิงหาคม 2569 ( 16:08 )

ปัจจุบันมีเหตุการณ์กราดยิงเกิดขึ้นในหลายประเทศ ทำให้เกิดการรวมตัวขององค์กรไม่แสวงหากำไรด้านสุขภาพจิตและการป้องกันการฆ่าตัวตายของสหรัฐฯ ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญทั้งในสหรัฐฯ และนานาชาติจากองค์กรต่าง ๆ ซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุข นักวิจัย และองค์กรด้านสื่อจากหลายประเทศร่วมกันเผยแพร่แนวทางปฏิบัติสำหรับสื่อมวลชนในการรายงานข่าวเหตุกราดยิงหมู่  

โดยชี้ว่ารูปแบบการนำเสนอข่าวมีผลโดยตรงต่อสังคม เพื่อลดความเสี่ยงของการก่อเหตุเลียนแบบ การช่วยเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพจิต ผ่านเว็บไซต์ที่มีชื่อว่า ReportingonMassShootings.org 

แนวทางดังกล่าวจัดทำขึ้นภายใต้ความร่วมมือของโครงการ SAVE ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานสำคัญ เช่น ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐฯ (CDC) มูลนิธิ American Foundation for Suicide Prevention (AFSP) และมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับมาตรฐานการรายงานข่าวเหตุความรุนแรงในพื้นที่สาธารณะให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมมากที่สุด 

สาระสำคัญของคำแนะนำ คือ สื่อไม่ควรให้พื้นที่กับผู้ก่อเหตุมากเกินความจำเป็น ไม่ควรนำเสนอชื่อหรือภาพของผู้ก่อเหตุซ้ำ ๆ รวมถึงหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ภาพอาวุธ ภาพเหตุการณ์ที่รุนแรง หรือเนื้อหาที่อาจทำให้ผู้ก่อเหตุกลายเป็นบุคคลที่ได้รับความสนใจ เพราะงานวิจัยจำนวนมากพบว่าการนำเสนอในลักษณะดังกล่าวอาจกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบในบุคคลที่มีความเสี่ยง แต่หากมีความจำเป็นต้องนำเสนอภาพผู้ก่อเหตุให้แสดงเฉพาะใบหน้า และตัดภาพอาวุธ เครื่องแบบ และองค์ประกอบภาพอื่น ๆ ที่อาจเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นเลียนแบบออกไป

ผู้เชี่ยวชาญยังเตือนว่า สื่อควรหลีกเลี่ยงการสรุปอย่างรวดเร็วว่าปัญหาสุขภาพจิตเป็นสาเหตุหลักของเหตุกราดยิง เนื่องจากหลักฐานทางวิชาการยืนยันว่าผู้ป่วยจิตเวชส่วนใหญ่ไม่ได้มีพฤติกรรมรุนแรง ขณะที่ผู้ก่อเหตุหลายรายก็ไม่เคยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นผู้ป่วยทางจิตมาก่อน การรายงานที่เชื่อมโยงโรคทางจิตกับความรุนแรงโดยไม่มีข้อมูลรองรับ อาจสร้างความเข้าใจผิดและทำให้ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือไม่กล้าเข้ารับการรักษา

อีกประเด็นสำคัญคือ การรายงานข่าวควรมุ่งเน้นไปที่ผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ ครอบครัว และชุมชนที่ได้รับผลกระทบ มากกว่าการวิเคราะห์หรือคาดเดาแรงจูงใจของผู้ก่อเหตุ นอกจากนี้ การสัมภาษณ์ผู้เกี่ยวข้องควรทำด้วยความระมัดระวัง ไม่ซ้ำเติมความสูญเสีย และหลีกเลี่ยงการใช้ถ้อยคำที่สร้างตราบาป เช่น "บ้าคลั่ง" หรือ "วิกลจริต" โดยควรอ้างอิงข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตเมื่อจำเป็น

แนวทางยังแนะนำให้สื่อนำเสนอข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการป้องกันเหตุในอนาคต สัญญาณเตือนของบุคคลที่อาจมีแนวโน้มก่อเหตุรุนแรง เช่น
 
1. พฤติกรรมการเฝ้าสังเกต สำรวจหรือตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุล่วงหน้าบ่อยครั้งผิดปกติ
2. การข่มขู่ด้วยวาจาหรือลายลักษณ์อักษรที่ชัดเจนว่าจะฆ่าหรือทำร้ายผู้อื่น
3. การแสดงความชื่นชม การยกย่องหรือระบุตัวตนร่วมกับผู้ก่อความรุนแรงในอดีต
4. จินตนาการความรุนแรง ผ่านแสดงออกถึงความคิดหรือความเพ้อฝันเกี่ยวกับการกราดยิง
5. ความหมกมุ่นเรื่องอาวุธ พฤติกรรมค้นหาข้อมูลอาวุธทางออนไลน์และสะสมปืนหรืออาวุธจำนวนมากอย่างผิดปกติ

โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ประชาชนสามารถสังเกตและแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างเหมาะสม สำหรับการเผยแพร่ข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์ของผู้ก่อเหตุ ผู้เชี่ยวชาญเห็นว่าควรนำเสนอเฉพาะส่วนที่มีความจำเป็นต่อความเข้าใจของสาธารณชน และหลีกเลี่ยงการเผยแพร่เนื้อหาที่อาจกลายเป็นเครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อหรือสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ที่มีแนวคิดใช้ความรุนแรง

ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่าสื่อมวลชนนั้นควรมีบทบาทสำคัญในการลดความรุนแรงในสังคมผ่านการรายงานข่าวอย่างรับผิดชอบ การนำเสนอข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน การลดพื้นที่ของผู้ก่อเหตุ การให้ความสำคัญกับผู้สูญเสีย และการเผยแพร่ช่องทางขอความช่วยเหลือด้านสุขภาพจิตหรือการเยียวยาหลังเหตุการณ์ ล้วนเป็นองค์ประกอบที่ช่วยลดผลกระทบระยะยาว และอาจช่วยป้องกันเหตุโศกนาฏกรรมในอนาคตได้ 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง