SUN ชูแผนขยายฐานยุโรป ลุยคลอดโปรดักส์มาร์จิ้นสูง

SUN ชูแผนขยายฐานยุโรป ลุยคลอดโปรดักส์มาร์จิ้นสูง
ทันหุ้น
15 ตุลาคม 2563 ( 09:00 )
18
SUN ชูแผนขยายฐานยุโรป ลุยคลอดโปรดักส์มาร์จิ้นสูง

ทันหุ้น - สู้โควิด – SUN กางแผนขยายฐานกลุ่มประเทศยุโรป อเมริกาเพิ่ม มองความต้องการมีสูง ส่งซิกเตรียมคลอดโปรดักส์ใหม่พร้อมทานในไตรมาส 4/63 ชี้เป็นสินค้ามาร์จิ้นสูง หวังเจาะกลุ่มผู้บริโภคโดยตรง แย้มยอดขายไตรมาส 4/63 โตต่อจากไตรมาสก่อนหน้า

 

ดร.องอาจ กิตติคุณชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซันสวีท จำกัด (มหาชน) หรือ SUN ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ข้าวโพดหวานแปรรูปรายใหญ่ของประเทศภายใต้แบรนด์ “KC” เปิดเผยว่า แนวโน้มธุรกิจและผลประกอบการไตรมาส 4/2563 จะเติบโตต่อเนื่องจากไตรมาสที่ผ่านมา โดยปัจจัยสนับสนุนยังมาจากยอดขายทั้งในและต่างประเทศ โดยบริษัทยังเน้นสินค้าส่งออกต่างประเทศเป็นหลัก เนื่องจากความต้องการสินค้าพร้อมทานสูง ซึ่งบริษัทประเมินสัดส่วนยอดขายจากต่างประเทศยังอยู่ที่ระดับ 80% และในประเทศอยู่ที่ระดับ 20%

 

สยายปีกต่างแดน

 

ทั้งนี้บริษัทมีแผนจะขยายฐานลูกค้าออกไปในประเทศยุโรป อเมริกา ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนอยู่ที่ 10% ของยอดส่งออกทั้งหมด ขณะเดียวกันการส่งออกในเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน บริษัทยังคงเดินหน้าขยายฐานต่อเนื่อง ปัจจุบันมีสัดส่วนการส่งออกในประเทศเอเชียรวมอยู่ที่ 50%

 

ขณะเดียวกันในไตรมาส 4/2563 บริษัทเตรียมออกสินค้าใหม่ ประเภท Ready to eat หรือสินค้าพร้อมทานเพิ่มเติม ซึ่งสินค้าใหม่จะมีมาร์จิ้นสูงกว่าสินค้าที่วางจำหน่ายปกติ พร้อมกันนี้สินค้าใหม่จะเป็นสินค้าเจาะกลุ่มรีเทล ซึ่งเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้โดยตรง ทั้งนี้บริษัทประเมินภาพรวมผลประกอบการไตรมาส 4/63 ยังเป็นทิศทางที่ดี และคาดผลประกอบการจะเติบโตต่อเนื่องจากไตรมาสที่ผ่านมา แต่ยังคงมีปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เช่น ค่าเงินบาท ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการส่งออก และการดำเนินงานของบริษัท

 

รายได้มาตามนัด

 

อย่างไรก็ดี บริษัทมองภาพรวมรายได้ปีนี้จะยังเติบโตได้ตามเป้าหมาย หรือเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 10-15% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันกับปีก่อนที่มีรายได้รวมจากการขายอยู่ที่ 1.93 พันล้านบาท และคาดผลประกอบการจะกลับมาเป็นบวก จากปีก่อนที่ขาดทุน 41.88 ล้านบาท โดย 6 เดือนแรกบริษัทมีสามารถทำกำไรแล้วที่ 66.94 ล้านบาท ส่วนรายได้ทำได้ที่ 1.23 พันล้านบาท และบริษัทคาดภาพรวมธุรกิจในช่วงครึ่งหลังปี 2563 เชื่อว่าจะมีการเติบโตดีกว่าเมื่อเทียบกับช่วงครึ่งแรก

 

ดร.องอาจ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันบริษัทใช้กำลังการผลิตที่ 70% คาดจะเพียงพอต่อการรองรับคำสั่งซื้อ(ออเดอร์) จากลูกค้า สำหรับกำลังการผลิตปัจจุบันต่อ 1 วัน (24 ชั่วโมง) อยู่ที่ประมาณ 500 ตันต่อวัน ส่วนในช่วงหน้าแล้งบริษัทมีกำลังการผลิต 300-400 ตันต่อวัน ซึ่งบริษัทเตรียมเพิ่มกำลังการผลิต สูงสุดอยู่ที่ 700 ตันต่อ นอกจากนี้บริษัทได้เพิ่มกำลังการผลิตในส่วนแช่แข็งเป็น 1.5-2 หมื่นตันต่อปี จากเดิมที่ 5 พันตันต่อปี รวมถึงการเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อการผลิตสินค้าในสูญญากาศ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง