เปิดมุมมอง 3 โบรกฯ ส่องกลยุทธ์ลงทุน พร้อมเสิร์ฟหุ้นเด่นวันนี้

#ทันหุ้น – บล.ฟินันเซีย ไซรัส มองแนวโน้มตลาดวันนี้ คาด SET Index จะยังแกว่งตัวในแดนบวกตาม Sentiment บวกจากต่างประเทศโดยมีแนวต้านหลักในรอบนี้บริเวณ High เดิม 1,600-1,610 จุด กลุ่มเทคโนโลยีคาดว่ายังเห็นแรงซื้อจากธีม AI อย่างไรก็ตามคาดว่าความร้อนแรงจะลดลงจาก 2 วันก่อนหน้า ล่าสุด Bond Yield สหรัฐฯพลิกมาปรับตัวเพิ่มขึ้นหลังจากตัวเลข Job Openings ออกมาสูงกว่าคาด ทำให้ตลาดเพิ่มโอกาสที่ Fed จะปรับขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ หนุนให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยและกดดันค่าเงินสกุลเอเชียมากขึ้น
โดยต้องติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญโดยเฉพาะการจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐฯในช่วงปลายสัปดาห์ ด้านปัจจัยระยะกลางที่หนุนใน 2H26 ยังอยู่ที่สถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านที่ผ่อนคลายลง ซึ่งช่วงกดราคาน้ำมันให้ปรับตัวลดลง โดยล่าสุด Brent ยังทรงตัวบริเวณ US$73 ต่อบาร์เรล ใกล้เคียงช่วงก่อนสงคราม เป็นปัจจัยที่ช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อจากฝั่งต้นทุน รวมถึงหนุนกำลังซื้อให้ปรับตัวดีขึ้น ประกอบกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ คาดหนุนให้เศรษฐกิจไทยจะเติบโตในอัตราเร่งในระยะถัดไป
ส่วนด้านผลประกอบการบจ. 2Q26 เบื้องต้นคาดไม่แย่และยังเห็นการเติบโต y-y ทำให้ประมาณการ EPS ปี 2026 ที่ 96 บาทปัจจุบันยังไม่มี Downside เราจึงยังคงมองบวกต่อกกลุ่ม Domestic Play เช่น ค้าปลีก อาหาร ท่องเที่ยว ขนส่ง โรงไฟฟ้า ไฟแนนซ์ เป็นต้น ที่คาดยังเห็น Sector Rotation ไหลเข้าหาต่อเนื่อง โดยเฉพาะที่ราคาหุ้นยัง Laggard ตลาด คาดว่าจะ Outperform ตลาด
กลยุทธ์ : เลือกหุ้นที่โมเมนตัมกำไร 2Q26-2H26 แข็งแกร่ง ได้อานิสงส์บวกจากสงครามที่คลี่คลาย
หุ้นเด่นเดือน ก.ค : BA, BBL, ERW, PR9, TIDLOR
FSSIA Portfolio : BA, BBL, CPALL, CPF, CPN, ERW, GULF, PR9, TIDLOR, WHAUP
หุ้นเด่นวันนี้ : MAGURO
• แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 26 บาท
• เราคาดกำไรสุทธิ 2Q26 อยู่ที่ 39 ลบ. +13% q-q, +20% y-y จากผลบวกของสาขาใหม่ ขณะที่ Margin ยังขยับตัวขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน โดยมองผ่านจุดต่าสุดปีนี้ใน 1Q26 แล้ว
• การเปิดสาขาใหม่จะเร่งขึ้นใน 2H26 โดยเฉพาะ Highlight อย่าง Kaiten Sushi Ginza Onodera ในเดือน ก.ค. คาดจะเป็น Sentiment บวกหนุน เรายังคาดกำไรสุทธิปี 2026 +11% y-y ราคาหุ้นปัจจุบันเทรด 2026 PE เพียง 13.7 เท่า
• แนวรับ 17.60//17.20 บาท แนวต้าน 18.30//19.40 บาท
ด้าน บล.ดาโอ ประเมินทิศทาง SET Index วันนี้ คาดว่าดัชนีมีโอกาสแกว่งตัวในกรอบ แม้ตลาดอาจเผชิญความผันผวนและแรงขายทำกำไรระยะสั้นหลังจบการ Rebalance หุ้นใน SET50/SET100 ไปแล้ว ซึ่งจะทำให้ราคาหุ้นหลายตัวกลับเข้าสู่ภาวะปกติ อย่างไรก็ตาม ตลาดยังมีแรงหนุนสำคัญจากกระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ที่พลิกกลับมาซื้อสุทธิอย่างแข็งแกร่ง และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ โดยเฉพาะการต่ออายุลดค่าธรรมเนียมอสังหาฯ จะเป็นแรงพยุงหลัก
ปัจจัยในประเทศ
- ครม. ต่ออายุมาตรการลดค่าธรรมเนียมโอนและจดจำนองอสังหาฯ เหลือ 0.01% สำหรับบ้านราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท ไปจนถึง 30 มิ.ย. 70 เพื่อช่วยกระตุ้นการลงทุนและดัน GDP
- ฟิทช์ เรทติ้งส์ เตือนธุรกิจไทยหนี้พุ่งสูง ให้มุมมองลบต่อกลุ่ม "ปิโตรเคมี-อสังหาริมทรัพย์" จากซัพพลายล้นตลาด แต่ยังคงมุมมองบวกต่อกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม
- BCP ปิดดีลเข้าซื้อกิจการ Chevron Hong Kong สำเร็จ พร้อมเปลี่ยนชื่อเป็น Bangchak Hong Kong (BHK) ขยายฐานธุรกิจค้าปลีกและเชื้อเพลิงในตลาดเอเชียเหนือ
- PTT อยู่ระหว่างเจรจาลงทุนในโครงการผลิต LNG ในรัฐลุยเซียนา สหรัฐฯ (Woodside) เพื่อกระจายความเสี่ยงและสร้างความมั่นคงด้านพลังงานระยะยาว
- รายการ BIG LOT ดันตลาด: วานนี้พบการซื้อขายกระดานใหญ่ หุ้น COM7 มีมูลค่าสูงสุด 4,659.40 ล้านบาท ที่ราคาเฉลี่ย 28.00 บาท/หุ้น
ปัจจัยต่างประเทศ
- สหรัฐฯ-อิหร่าน เดินหน้าเจรจาสันติภาพที่กรุงโดฮา ส่งผลให้ความตึงเครียดคลี่คลายและการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซเริ่มกลับสู่ภาวะปกติ กดดันราคาน้ำมันดิบและทองคำ
- เงินเยนอ่อนค่าทะลุระดับ 162 เยน/ดอลลาร์ ทำสถิติอ่อนค่าสุดในรอบเกือบ 40 ปี ทำให้ตลาดต้องจับตาการเข้าแทรกแซงจากทางการญี่ปุ่นเพื่อสกัดการอ่อนค่า
- Morgan Stanley เตือนความเสี่ยงภาวะน้ำมันล้นตลาด (Oversupply) หลังสถานการณ์ขนส่งในตะวันออกกลางเริ่มกลับมาปกติ ซึ่งอาจกดดันกลุ่มพลังงานในช่วงไตรมาส 3
- ตลาดหุ้นจีนเผชิญแรงเทขายและดัชนี MSCI China ร่วงลงกว่า 15% ในปีนี้ โดยนักลงทุนประเมินว่าจีนกำลังเสียโอกาสจากกระแสวัฏจักร AI Boom โลก
Fund Flow และตลาดการเงิน: - ตลาดหุ้น (SET+MAI): มูลค่าการซื้อขายรวม 92,530.07 ล้านบาท และ ต่างชาติซื้อสุทธิ 5,733.99 ล้านบาท
- ตลาดตราสารหนี้: มูลค่าการซื้อขายรวม 161,834 ล้านบาท และ ต่างชาติซื้อสุทธิ 2,777 ล้านบาท
- ค่าเงินบาท: ปิด 33.22 บาท/ดอลลาร์ (แข็งค่าสวนทางภูมิภาค รับราคาทองคำพุ่งระหว่างวัน)
ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event
- 1/7/2026, [EC] CPI Estimate YoY (Jun P), Surv=3.11%, Prior=3.20%
- 1/7/2026, [EC] CPI Core YoY (Jun P), Surv=2.61%, Prior=2.60%
- 1/7/2026, [US] ADP Employment Change (Jun), Surv=118.95k, Prior=122k
- 1/7/2026, [US] ISM Manufacturing (Jun), Surv=53.73, Prior=54.00
- 1/7/2026, [US] Construction Spending MoM (May), Surv=--, Prior=0.40%
- 2/7/2026, [US] Change in Nonfarm Payrolls (Jun), Surv=117.86k, Prior=172k
- 2/7/2026, [US] Average Hourly Earnings MoM (Jun), Surv=0.28%, Prior=0.003%
Technical : BCH, KAMART
ขณะที่ บล.คิงส์ฟอร์ด ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,570 – 1,580 แนวต้าน 1,600 – 1,610 โดยวานนี้ดัชนีได้ปัจจัยหนุนจาก Fund Flow ต่างชาติที่มีมุมมองบวกต่อการลงทุนภาคเอกชน ส่วนหนึ่งมาจากการย้ายฐานการผลิตเข้าสู่ไทยที่มีสถานะเป็นกลาง กอปรกับ ตลท.หนุนการเข้าจดทะเบียนของอุตฯ New S Curve และยังคาดหวังเชิงบวกต่อผลการเจรจาหยุดยิงสหรัฐ – อิหร่าน แนะนำทยอยซื้อกลุ่มที่ได้ประโยชน์จาก ม.ส่งเสริมการลงทุน เช่น BBL, KBANK, SCB, GULF, AMATA, WHA, STECON, CK / กลุ่มอุปโภคในประเทศ เช่น CPALL,CPAXT,BJC,ICHI,CBG,M / เก็งกำไรระยะสั้น HANA,KCE ตามโมเมนตัมบวกของกลุ่มเทคฯ สหรัฐ
HANA* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 38.50 บาท) ช่วงสั้นมีปัจจัยหนุนจากค่าเงินบาทที่กลับมาอ่อนค่า ด้านแนวโน้มผลการดำเนินงานผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว แนวโน้มผลการดำเนินงานจะทยอยฟื้นตัวต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปีมีปัจจัยหนุนจากรายได้และ GPM ที่ดีขึ้น โดยโรงงานในจีนและธุรกิจ PMS ในเกาหลีใต้ (SiC) ที่เป็นตัวถ่วงจะขาดทุนลดลง นอกจกานี้ใน 2H69 จะเริ่มรับรู้รายได้จากงานที่ร่วมกับ Phononic (Solid State Cooling) และจะเติบโตขึ้นต่อเนื่องในปี 70 สอดคล้องกับความต้องการในอุตสาหกรรม AI Data Center อิงจาก consensus ตลาดคาดกำไรปี 69-70 อยู่ที่ 864 ล้านบาท +29%YoY และ 1.25 พันล้านบาท +44%YoY
MAGURO* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 24.10 บาท) ธุรกิจร้านอาหารมีความคาดหวังจาก Multiple Effect หลังเดือน มิ.ย.69 เริ่มใช้จ่าย “ไทยช่วยไทยพลัส” ส่วนกำไรสุทธิ 1Q69 ของ MAGURO* อยู่ที่ 34 ลบ.(+5%YoY, -25%QoQ) อ่อนตัว QoQ ตามฤดูกาล ขณะที่ภาพ YoY แม้ SSSG -0.8% แต่มีแรงหนุนจากสาขา/แบรนด์ใหม่ๆ เช่น KIWAMIYAด้านการดำเนินงานปกติในช่วง 2Q69ยังมีโอกาสบวก YoY ได้ต่อเนื่องหนุนด้วยแบรนด์ใหม่ปีนี้นำโดย IPPE KOPPE และ Chopmanทั้งนี้ MAGURO* วางเป้ารายได้ปี69 +30%YoY และเป้าขยายสาขาไม่ต่ำกว่า 15 ร้าน ปัจจุบัน ตลาดคาดกำไรสุทธิ MAGURO* ปี69 และ70 ที่ 159 ลบ.(+7%YoY) และ 204 ลบ.(+28%YoY) ตามลำดับ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
