M ฮอตจริงยอดบุฟเฟต์พุ่ง ลั่นไทยช่วยไทยไม่สะเทือน

#M #ทันหุ้น – M โปรโมชันบุฟเฟต์สุกี้หนุน SSSG และยอดขายเมนูเสริมเติบโต พร้อมเร่งขยาย "โบนัส สุกี้" แตะ 60-70 สาขา สิ้นปี 2569 แกร่งกว่าไร้ผลกระทบไทยช่วยไทยพลัส ขณะต้นทุนที่เพิ่มกระทบจำกัดบริหารโลจิสติกส์และล็อกราคาวัตถุดิบดี โบรกคงคำแนะนำ "ซื้อ" เป้า 24 บาท คาดรายได้ปีนี้โต 13.8% กำไรเพิ่ม 8% ปันผล 4-5%
ฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ M เปิดเผยว่า โปรโมชั่น “บุฟเฟต์ สุกี้” ในร้าน MK Restaurants ถือเป็นการกระตุ้นยอดขายต่อสาขา (SSSG) ได้อย่างมีนัยสำคัญแม้ว่าจะมีการออกโปรโมชั่นในระดับราคาต่างๆ ต่อเนื่องกันมาเกือบ 1 ปีแล้ว โดยสามารถกระตุ้นยอดขายอาหารอื่น อาทิ ชุดติ่มซำ เป็ด รวมถึงเมนูของหวานต่างๆ ได้อย่างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกันบริษัทยังคงเดินหน้าขยายสาขา “โบนัส สุกี้” อย่างต่อเนื่อง ตั้งเป้า ณ สิ้นปี 2569 ที่ราว 60 – 70 สาขา
โดย ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 รายได้จากกลุ่มสุกี้ เร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยแบรนด์ MK มีสัดส่วนรายได้ราว 64% ของรายได้รวม และ “โบนัส สุกี้” มีสัดส่วนราว 11% ของรายได้รวม
ทั้งนี้จากการที่รัฐบาลดำเนินมาตรการไทยช่วยไทยพลัส 60:40 บริษัทยังไม่ได้รับผลกระทบเชิงลบอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากแนวทางการกระตุ้นกำลังซื้อ มีระยะเวลาจำกัด เมื่อเทียบกับการดำเนินนโยบายครั้งที่ผ่านมา ส่งผลให้กลุ่มเป้าหมายบางส่วน มีสภาพคล่องเพียงพอที่จะจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น
เบื้องต้นบริษัทได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่เร่งตัวขึ้นในกรอบจำกัด เนื่องจากบริษัทสามารถบริหารจัดการไลน์การขนส่งสินค้าจาก “ครัวหลัก” กระจายไปตามสาขาของแบรนด์อาหารต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่การควบคุมต้นทุนวัตถุดิบหลักทั้ง เป็ด หมู และเนื้อวัวด้วยการล๊อกราคาไว้ทุก 6 เดือน ส่งผลให้ "ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร" (SG&A) ไม่เร่งตัวขึ้นจนน่ากังวลแต่อย่างใด
“ลักษณะของไทยช่วยไทยพลัสครั้งนี้ มีเงื่อนไขปลีกย่อยที่แตกต่างจากครั้งที่ผ่านมา ดังนั้นผลกระทบจึงจำกัดมากๆ อีกทั้งเมื่อกลุ่มเป้าหมายมีเงินมากขึ้น จึงเป็นโอกาสที่ลูกค้าเข้ามาใช้บริการในร้านได้บ่อยขึ้น เช่นเดียวกันต้นทุนน้ำมันที่เร่งตัวขึ้น ก็ได้รับผลกระทบกรณีที่จะส่งวัตถุดิบออกจากครัวกลางไปยังสาขา แต่เนื่องจากบริษัทมีแบรนด์อาหารหลายแบรนด์ สามารถจัดเส้นทางการส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงยังควบคุมต้นทุนการดำเนินงานได้ค่อนข้างดี”
ทั้งนี้ ในส่วนของแบรนด์อื่นๆ อาทิ ยาโยอิ แหลมเจริญ ซีฟู้ด ยังคงเน้นโปรโมชันการขายแบบจับคู่ชุดเซต โดยยังไม่มีแผนจะขยับมาเล่นตลาดบุฟเฟต์ในขณะนี้ ส่วนแบรนด์นำเข้าอย่าง “ฮิคินิคุ โตะ โคเมะ” แฮมเบิร์กจากประเทศญี่ปุ่น ได้รับกระแสตอบรับดี สะท้อนจากยอดขายต่อสาขา (SSSG) จากทั้ง 4 สาขา ในปัจจุบันที่เติบโตเป็นที่น่าพอใจ
“ปัจจุบันยาโยอิยังเน้นการขายในรูปแบบชุดเซตที่เน้นความคุ้มค่า หรือการจับคู่เมนู (แพ็กคู่) เป็นหลัก โดยจะมีโปรโมชันต่างๆ ปล่อยออกมาเป็นระยะตามแต่ละรอบ ซึ่งลูกค้าต้องคอยติดตามว่าจะมีข้อเสนอพิเศษอะไรออกมาบ้าง สำหรับแบรนด์ "ฮิกินิคุ" ปัจจุบันมีทั้งหมด 4 สาขา ได้แก่ เซ็นทรัลพาร์ค ดุสิต, เซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัลลาดพร้าว และสยามพารากอน กระแสตอบรับจากลูกค้าดีมากและมียอดขายที่น่าพอใจ แม้ว่าขนาดของร้าน (Scale) จะไม่ได้ใหญ่มากนัก”
แนะ “ซื้อ” รับปันผล
บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ การเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ของแบรด์ MK มีทิศทางดีต่อเนื่องตั้งแต่จัดโปรโมชัน "คุ้มเกินคุ้ม" นอกจากนี้ SSSG ของร้านแหลมเจริญยังเริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้นจากฐานต่ำในช่วงหลังเหตการณ์แผ่นดินไหวปี 2568 ประกอบกับภาพคารเติบโตของนักท่องเที่ยวจีนในปี 2569
ธุรกิจโบนัสสุกี้ ที่มีทิศทางดีขึ้นฟื้นตัวเด่นช่วงปลายปี 2569 ยังคงรุกตลาดบุฟเฟต์สุกี้ โดยตั้งเป้าเร่งสาขาโบนัสสุกี้ 100 สาขาในช่วงครึ่งแรกของปี 2570 แต่สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายต่อยอดขายให้ลดลง YoY ได้
เบื้องต้นประมาณการรายได้ปี 2569 ไว้ที่ 17,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.78% YoY และกำไรสุทธิที่ 908 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 8% YoY จึงคงคำแนะนำ "ซื้อ" ราคาเหมาะสม 24 บาท พร้อมคาดอัตราการจ่ายเงินปันผลในกรอบ 4%-5%
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
