ILINKรุกงานวางระบบ จ่อเซ็นเคเบิลใต้น้ำสมุย

#ILINK #ทันหุ้น - ILINK พลิกโฉมธุรกิจ! ก้าวสู่ “ ผู้วางระบโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล” รองรับปริมาณที่เติบโตเด่นในไทย จ่อเซ็นงานวางสายเคเบิลใต้น้ำสมุย มูลค่าประมาณ 1.8 พันล้านบาท สัปดาห์หน้า ดันแบ็กล็อก แตะ 2.7 พันล้านบาท อยู่ระหร่างรอผลโครงการใหม่อีกกว่า 9 พันล้านบาท เสริมพอร์ตรับทรัพย์เพิ่ม ปักธงปีนี้รายได้ทะลุ 4 พันล้านบาท แรงหนุนดาต้าเซ็นเตอร์-AI-โซลาร์บูม
นายสมบัติ อนันตรัมพร ประธานกรรมการบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ILINK เปิดเผยว่า ทางกลุ่มบริษัทอินเตอร์ลิงค์ ได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินงาน จากเดิมที่เป็น “ผู้นำด้านนำเข้าและจัดจำหน่ายสายส่งสัญญาณ” เป็นก้าวสู่ “ผู้วางระบบโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล“ ผลมาจากที่บริษัทได้มี การขยายฐานในส่วนของการวางระบบทั้งไฟฟ้า, โครงข่ายสื่อสาร ผ่านทางบริษัทย่อยและบริษัทในเครือของ ILINK อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการที่ประเทศไทยและภูมิภาคกำลังก้าวสู่ยุคยุคใหม่ของเศรษฐกิจดิจิทัลทั้งในส่วนของ Data Center, Cloud, Al, Energy Transition และ ASEAN Connectivity ตลอดจนยังเป็นการช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจและสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคตต่อไป
@ทรานส์ฟอร์มธุรกิจ
ทั้งนี้ โครงการสร้างธุรกิจหลังจากนี้ ทาง INTERLINK Group วางบทบาทของบริษัทในกลุ่มให้เชื่อมโยงกันเป็น ระบบนิเวศด้านโครงสร้างพื้นฐาน หรือ Infrastructure Ecosystem ที่ครอบคลุมตั้งแต่การจัดจำหน่าย การก่อสร้าง ไปจนถึงการบริหารโครงข่าย และบริการโครงสร้างพื้นฐาน รองรับ Al Infrastructure ที่กำลังจะเกิดขึ้น โดย ILINK ทำหน้าที่เป็น Digital Infrastructure Distribution ซึ่งมุ่งเน้นการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ และโซลูชันด้าน โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ครอบคลุมระบบสายสัญญาณ ระบบเครือข่าย Data Center, Enterprise, Commercial, Education, Hospital, Energy Management และ Global Connectivity ขณะที่ “อินเตอร์ลิ้งค์ เพาเวอร์ หรือ IPOWER” ทำหน้าที่ในการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน และระบบสื่อสาร ครอบคลุมงานสายส่งไฟฟ้าแรงสูง สถานีไฟฟ้า สายเคเบิลใต้น้ำ Smart Grid รวมถึงโอกาสด้าน EV และ Solar Energy
ส่วนบริษัทในเครืออย่าง “อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม“ จะทำหน้าที่การบริหารโครงข่าย Fiber Network, Data Center, International Gateway, Cross Border Connectivity, Regional Connectivity และ ASEAN Connectivity ซึ่งจากศักยภาพของทั้ง 3 บริษัทของกลุ่ม ILINK นั้นทำให้มีความพร้อมในการสนับสนุนการเติบโต ของโครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตั้งแต่การจัดหาเทคโนโลยี การก่อสร้างระบบ ไปจนถึงการบริหาร และการให้บริการโครงข่าย และอื่นๆ ได้อย่างครบวงจร
@ซับมาลีนสัปดาห์หน้า
โดยในส่วนของ IPOWER นั้นล่าสุดอยู่ระหว่างรอการเซ็นสัญญาโครงการวางสายเคเบิลใต้น้ำ (ซับมารีน) ระบบ 115 เควี ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ไปยังเกาะสมุย มูลค่าประมาณ 1.8 พันล้านบาท คาดน่าจะได้เห็นความในสัปดาห์หน้า ซึ่งภายหลังจากการได้รับงานโครงการดังกล่าวจะส่งผลให้ตัวเลขงานในมือ (Backlog) ของบริษัทขยับขึ้นไปแตะราว 2.7 พันล้านบาท (จากเดิมราว 900 ล้านบาท) โดยคาดจะรับรู้ปีนี้ราว 1 พันล้านบาท และที่เหลือทยอยต่อเนื่องในปี 2570 ทั้งนี้ แม้โครงการดังกล่าวจะมีการเลื่อนการเซ็นสัญญาออกมาจากเดิมและราคาอุปกรณ์บางส่วนมีการเปลี่ยนแปลงไป แต่บริษัทสามารถในการเจรจาต่อรองกับทางซัพพลายเออร์ได้เป็นอย่างดี ทำให้เชื่อมั่นโครงการนี้จะยังสามารถสร้างอัตรากำไรขั้นต้น (มาร์จิ้น) ได้อยู่ได้ระดับที่บริษัทวางไว้
นอกจากนี้ ทาง “อินเตอร์ลิ้งค์ เพาเวอร์” ยังอยู่ระหว่างการรอผลการยื่นซองประกวดโครงการวางสาย เคเบิลใต้น้ำระบบ 230 เควี ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT) ไปยังเกาะสมุย มูลค่าราว 9.12 พันล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทได้มีการรับมือกับทางพาร์ตเนอร์ในเข้าร่วมประมูลเพิ่มเติม หวังได้เห็นความชัดเจนเร็วๆ นี้
สำหรับผลประกอบการปี 2569 ทางกลุ่ม ILINK ตั้งเป้ารายได้ไว้อยู่ที่มากกว่า 4 พันล้านบาท หลังช่วงไตรมาส 1/2569 ประมาณ 995 ล้านบาท ประกอบกับในช่วงที่เหลือปีนี้ยังได้รับผลบวกจากภาพรวมการลงทุนทั้งในส่วนของการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ (โซลาร์), การลงทุนเกี่ยวกับ Data Center รวมถึงคลาวด์เซอร์วิสและ AI และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งช่วยสนับสนุนบริษัทในทางอ้อม อาทิ การจำหน่ายอุปกรณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และทางตรงการได้งานโครงการใหม่ๆ เพิ่มเติม ซึ่งล้วนสนับสนุนให้ภาพรวมธุรกิจเป็นไปตามที่วางไว้
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
