รีเซต

LHS เปิดโผ 5 หุ้นเด่นก.ค. รับจังหวะหมุนกลุ่มลงทุน

LHS เปิดโผ 5 หุ้นเด่นก.ค. รับจังหวะหมุนกลุ่มลงทุน
ทันหุ้น
1 กรกฎาคม 2569 ( 10:23 )
9

#ทันหุ้น - บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LHS) ระบุ เดือนกรกฎาคม 69 ประเมินว่า SET Index มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 1,530–1,630 จุด โดยตลาดอาจแกว่งตัวผันผวนมากขึ้น หลังดัชนีปรับขึ้นแรงในช่วงก่อนหน้าและระดับมูลค่าเริ่มตึงตัว ขณะที่นักลงทุนจะให้น้ำหนักกับผลประกอบการ Q2/69 ของหุ้นกลุ่มธนาคาร ความคืบหน้าของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ผลวินิจฉัยเกี่ยวกับ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ความชัดเจนของมาตรการภาษีสหรัฐฯ ภายใต้ Section 301 รวมถึงทิศทางนโยบายการเงินของ Fed

ภาพรวมโมเมนตัมของ SET Index ที่ระดับ 1,560 จุด ถือเป็นจุดสำคัญในการกำหนดทิศทางตลาด หากดัชนีสามารถยืนเหนือระดับดังกล่าวได้อย่างต่อเนื่อง จะสะท้อนว่าโมเมนตัมยังเป็นบวก และเปิดโอกาสให้ SET Index ปรับขึ้นทดสอบแนวต้านที่ 1,600 จุด และ 1,630 จุด ตามลำดับ ในทางกลับกัน หากดัชนีไม่สามารถรักษาระดับ 1,560 จุด และพลิกกลับลงมาเคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับดังกล่าว จะเป็นสัญญาณว่าโมเมนตัมเริ่มอ่อนแรง และมีความเสี่ยงปรับตัวลงทดสอบแนวรับที่ 1,550 จุด ก่อน และแนวรับสำคัญถัดไปที่ 1,530 จุด

ด้านปัจจัยสนับสนุน หากสถานการณ์ตะวันออกกลางผ่อนคลายต่อเนื่อง จะช่วยลดแรงกดดันจากราคาน้ำมันและต้นทุนพลังงาน เป็นบวกต่อกลุ่มท่องเที่ยว สายการบิน สนามบิน โรงพยาบาล ค้าปลีก อาหาร และโรงไฟฟ้า ขณะที่ความคืบหน้าของ PDP 2026, Direct PPA, Data Center และมาตรการสนับสนุน EV จะเป็นแรงหนุนเชิงโครงสร้างต่อกลุ่มโรงไฟฟ้า พลังงานหมุนเวียน นิคมอุตสาหกรรม สาธารณูปโภค และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับห่วงโซ่ EV อย่างไรก็ตาม ตลาดยังเผชิญความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของมาตรการภาษีสหรัฐฯ ผลกระทบของ El Niño ต่อรายได้ภาคเกษตรและก าลังซื้อในต่างจังหวัด รวมถึงแนวโน้มดอกเบี้ยสหรัฐฯ ที่อาจอยู่ในระดับสูงนานกว่าคาด ซึ่งอาจจ ากัด Upside ของดัชนีและเพิ่มความผันผวนของกระแสเงินทุนต่างชาติ

กลยุทธ์การลงทุน ภาวะตลาดหุ้นไทยในเดือนกรกฎาคม 69 ยังมีแนวโน้มยืนเหนือระดับ 1,500 จุด หลัง SET Index ปรับขึ้นอย่างแข็งแกร่งในช่วงที่ผ่านมา สะท้อนความคาดหวังต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ มาตรการกระตุ้นจากภาครัฐ การลงทุนภาคเอกชน รวมถึงเงินทุนต่างชาติที่ทยอยกลับเข้าสู่ตลาด อย่างไรก็ตาม หลังดัชนีปรับขึ้นมามากและระดับ Valuation เริ่มตึงตัว กลยุทธ์จึงควรเปลี่ยนจากการไล่ซื้อหุ้นที่ปรับขึ้นตาม Momentum ไปสู่หุ้นที่มีแนวโน้มรายได้และกำไรชัดเจน มี Backlog รองรับ หรือมีปัจจัยบวกเฉพาะตัว

ในเชิงกลยุทธ์ แนะนำ Selective BUY เมื่อราคาอ่อนตัว และเน้นการหมุนเวียนลงทุนรายกลุ่มมากกว่าการคาดหวังให้ดัชนีปรับขึ้นในวงกว้าง โดยให้น้ำหนักกับ 3 ธีมหลัก ได้แก่ 1. การลงทุนภายในประเทศและโครงสร้างพื้นฐานเน้นหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ การลงทุนภาครัฐ–เอกชน และการฟื้นตัวของสินเชื่อภาคธุรกิจ 2. FDI, Data Center และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานการย้ายฐานการผลิต การขยายตัวของนิคมอุตสาหกรรม และความต้องการไฟฟ้าจาก Data Center เป็นปัจจัยสนับสนุนระยะยาว และ 3. การบริโภคและกลุ่มได้ประโยชน์จากสถานการณ์ตะวันออกกลางผ่อนคลายหากราคาพลังงานลดลงและการเดินทางฟื้นตัว จะเป็นบวกต่อกำลังซื้อ ต้นทุนธุรกิจ และภาคท่องเที่ยว รวมถึงกลุ่มสินเชื่อรายย่อย

หุ้นแนะนำ: BBL, BCH, ERW, ICHI, GPSC

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง