ตำรวจ บุกจับเอเย่นรายใหญ่ หนีหัวซุกหัวซุน ทิ้งเมียถูกจับ! พร้อมยาบ้าแสนเม็ด-ยาไอซ์

ตำรวจ บุกจับเอเย่นรายใหญ่ หนีหัวซุกหัวซุน ทิ้งเมียถูกจับ! พร้อมยาบ้าแสนเม็ด-ยาไอซ์
มติชน
28 กรกฎาคม 2563 ( 11:20 )
135
ตำรวจ บุกจับเอเย่นรายใหญ่ หนีหัวซุกหัวซุน ทิ้งเมียถูกจับ! พร้อมยาบ้าแสนเม็ด-ยาไอซ์

ตำรวจ บุกจับเอเย่นรายใหญ่ หนีหัวซุกหัวซุน ทิ้งเมียถูกจับ! พร้อมยาบ้าแสนเม็ด-ยาไอซ์

เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม เจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติด สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ปฏิบัติการฟ้าแลบเข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านหลังหนึ่งในหมู่ 7 ต.คลองแห อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา หลังจากที่ได้รับการร้องเรียนผ่านศูนย์รับแจ้งเหตุ 191 เป็นที่จำหน่ายและเก็บยาเสพติดจำนวนมาก

เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นทางประตูหลังบ้านเนื่องจากประตูหน้าบ้านถูกปิดเอาไว้ ปรากฏว่า นายสมภพ อายุ 49 ปี ซึ่งเป็นเอเย่นต์ค้ายารายใหญ่ได้ไหวตัวทันวิ่งหลบหนีออกไปทางประตูหน้าบ้านได้ทัน และอาศัยความชำนาญพื้นที่หนีรอดไปได้อย่างหวุดหวิด

ทิ้ง น.ส.กิตติมา อายุ 22 ปี ภรรยาสาวให้ถูกจับกุมแทน โดยนั่งอยู่โต๊ะกินข้าวพร้อมกับโจ๊กในถ้วยที่ น.ส.กิตติมา อุ่นให้นายสมภพกิน แต่ยังกินไม่หมดเพราะถูกเจ้าหน้าที่บุกเข้าตรวจค้นและจับกุมเสียก่อน และเป็นโจ๊กมือสุดท้ายที่ได้นั่งร่วมโต๊ะกินด้วยกัน”

โดยขณะถูกจับกุม น.ส.กิตติมา ยอมรับผิดและยิ้มทั้งน้ำตา พร้อมกับฟุบหน้าลงกับโต๊ะอยู่พักใหญ่ ยอมรับในชะตากรรม เจ้าหน้าที่พบไอซ์ 28 กรัมที่ใส่ถุงแบ่งขายวางอยู่ใต้โต๊ะกินข้าว และได้นำตัวไปค้นที่ห้องนอนก็พบยาบ้า10,004 เม็ดซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋า

และยอมบอกที่ซ่อนของยาบ้าและพาเจ้าหน้าที่ไปค้นอีก 1 จุดซึ่งซุกซ่อนอยู่ในท่อลอดข้างบ้านเลขที่ 40 ม.7 ต.คลองแห ซึ่งเป็นบ้านพ่อแม่ของนายสมภพ เจ้าหน้าที่ต้องมุดท่อเข้าไปตรวจค้นภายในท่อและพบยาบ้า 10,000 เม็ดที่ซุกซ่อนไว้ในกระเป๋า

จากการสอบสวน น.ส.กิตติมา กล่าวว่า ครั้งล่าสุดสามี ได้ไปรับยาบ้ามา 100,000 เม็ดและทยอยส่งให้กับลูกค้าไปเกือบหมดแล้ว เหลืออยู่เพียง 20,000 เม็ด โดยปกติจะไม่เก็บไว้ที่บ้านแต่ครั้งนี้พลาดเพราะตอนนี้ฝนตก นำไปส่งให้ลูกค้าไม่ได้และนำมาเก็บไว้เพียงแค่ 1 ชั่วโมงก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจค้นจับกุม

หลังถูกจับกุม น.ส.กิตติมา ยอมรับผิดและไม่โกรธตำรวจที่เข้าจับกุม เพราะเลือกทางเดินนี้แล้ว และไม่โกรธสามีที่หนีไปและทิ้งให้ตนถูกจับกุมเพียงคนเดียว เพราะแม้จะพาหนีตนก็ไม่ไป เพราะเคยคุยกับสามีตลอดว่า เมื่อลงเรือลำเดียวกันแล้วก็จะไปให้ถึงฝั่ง และได้เลิกเขาแล้วแต่สุดท้ายเมื่อเขาไม่เลิกเราก็ขอให้เขาหนีให้รอด

น.ส.กิตติมา บอกว่า นายสมภพ สามีนั้นเพิ่งออกจากคุกมาได้ 1 เดือนหลังถูกจับกุมคดียาเสพติด ครั้งแรกก็ไม่ได้รักได้ชอบกับนายสมภพ คบหากับเพื่อนของตนอยู่ก่อนแล้ว แต่พักหลังได้เลิกรากันจึงหันมาคบกับตน ซึ่งรู้อยู่แล้วว่าสามีค้ายาตอนคบกันใหม่ๆสามีก็ระแวงว่าตนเป็นสายให้ตำรวจ แต่ก็ได้พิสูจน์ตัวเองจนเชื่อใจและร่วมกันค้ายาเสพติดมาตลอดจนกระทั่งถูกจับกุม

รายงานข่าวว่าตำรวจได้ควบคุมตัว น.ส.กิตติมา ดำเนินคดีในข้อหา ร่วมกับนายสมภพ หรือน้อย ไชยมิตร ที่หลบหนี ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์,ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และเสพสารเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย เนื่องจากตรวจพบสารเสพติดในปัสสาวะพบสีม่วงด้วย

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง