โควิด-19 รอบใหม่ทำใช้จ่ายประชาชนสะดุด ลากยาวอาจกดจีดีพี 1.5%

โควิด-19 รอบใหม่ทำใช้จ่ายประชาชนสะดุด ลากยาวอาจกดจีดีพี 1.5%
TNN ช่อง16
26 ธันวาคม 2563 ( 09:01 )
59
โควิด-19 รอบใหม่ทำใช้จ่ายประชาชนสะดุด ลากยาวอาจกดจีดีพี 1.5%

        สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 รอบใหม่ ที่จังหวัดสมุทรสาคร ทำให้หลายคนวิตกกังวลไปตามๆกัน และเตรียมตัวที่จะนับถอยหลังเตรียมจะเคาท์ดาวน์ปีใหม่ เพราะเป็นเดือนสุดท้ายส่งท้ายปีแล้ว แต่หลายกิจกรรมต้องสะดุด เนื่องจากตัวเลขผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นและกระจายไปในหลายจังหวัด ทำให้รัฐบาลจำเป็นต้องออกมาตรการล็อกดาวน์ เพื่อสะกัดการแพร่เชื้อในวงกว้าง

        ล่าสุด ศูนย์ พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคช่วงเทศกาลปีใหม่ปี 64 ที่สำรวจจากประชาชน 1,223 ตัวอย่างทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 14-23 ธ.ค.63 พบว่าจะมีเงินสะพัดอยู่ที่ 91,467 ล้านบาท ติดลบ 33.6% จากปี 63 ที่มีมูลค่าใช้จ่าย 137,809 ล้านบาท หดตัวครั้งแรกในรอบ 15 ปี และมีมูลค่าต่ำสุดในรอบ 10 ปี เพราะประชาชนมีความกังวลการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยเฉพาะการระบาดรอบใหม่ที่จังหวัดสมุทรสาคร  ทำให้กิจการในช่วงปีใหม่น้อยลง ชะลอการใช้จ่าย เพราะคนอยู่บ้านมากขึ้น


        โดยนายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์ พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ระบุว่า ตั้งแต่ที่ศูนย์พยากรณ์ ทำการสำรวจการใช้จ่ายช่วงปีใหม่มา มูลค่าแต่ละปีจะเกินกว่า 100,000 ล้านบาท เพราะมีเงินที่ประชาชนไปจ่ายในการท่องเที่ยวต่างประเทศด้วย โดยเฉลี่ยกว่า 30,000 ล้านบาท แต่ปีนี้ไม่มีไปเที่ยวต่างประเทศ เหลือแต่เงินใช้จ่ายในประเทศ จึงทำให้การใช้จ่ายลดลงไปมาก แม้แต่ไปวัดทำบุญก็น้อยลงเพราะคนไม่อยากออกจากบ้าน

โควิด-19 ระบาดรอบใหม่ทำเศรษฐกิจเสียหายหนักถ้าลากยาว

          ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจฯ ประเมินว่า หากปัญหาการแพร่ระบาดที่สมุทรสาครรุนแรงมากขึ้น มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น จะทำให้เงินสะพัดในช่วงปีใหม่เหลือเพียง 80,937 ล้านบาท ติดลบ 41.3% แต่หากมีการล็อกดาวน์พื้นที่อื่นใกล้เคียงกับสมุทรสาครมากขึ้น จะมีเงินสะพัดเพียง 65,143 ล้านบาท ลดลง 52.7% ส่วนกรณีร้ายแรงที่สุดคือ ล็อกดาวน์ทั่วประเทศจะเหลือเงินสะพัด 38,819 ล้านบาท ติดลบ 71.8%

        ทั้งนี้ภายใต้สมมุติฐานที่รัฐบาล สามารถควบคุมการระบาดของโควิด-19 ภายใน 14 วัน จะกระทบต่อเม็ดเงิน หายไปจากระบบประมาณ 3-6 หมื่นล้านบาท ซึ่งรัฐบาลจะต้องติดตามการควบคุมสถานการณ์ของโควิด-19 ไม่ให้ลากยาวเกินไป เพราะกินเวลาเป็นเดือน เศรษฐกิจจะได้รับผลกระทบประมาณเดือนละ 200,000  ล้านบาท จะมีผลดึงให้ภาพรวมเศรษฐกิจไทยลดลง ร้อยละ 1.5 ได้ 

        ส่วนผลกระทบเป็นรายเคส กรณีมีการล็อกดาวน์เพียงแค่จังหวัดสมุทรสาคร จะส่งผลให้เศรษฐกิจภายในจังหวัดหดตัว 10,283 ล้านบาท หรือติดลบ 0.061%

        สำหรับ การขยายตัวทางเศรษฐกิจของสมุทรสาครในปี 2563 หอการค้าฯคาดว่าจะขยายตัว 2.48%  คิดเป็นมูลค่า 392,931 ล้านบาท หากไม่มีโควิดระบาด และแรงงานส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างด้าวถึง 69.44%  เป็นแรงงานไทย 30.56%  

ยังคงประมาณการเศรษฐกิจไว้ โต 2.8% เท่าเดิมก่อน

        นายธนวรรธน์ กล่าวว่า หอการค้าฯ ยังคงประมาณการเศรษฐกิจไทยในปีหน้าไว้ที่ 2.8 % เท่าเดิม โดยคาดว่าจะเริ่มฟื้นตัวในไตรมาสที่ 2  แต่รัฐบาลยังต้องมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม อย่างโครงการคนละครึ่ง ที่เห็นผลชัดเจนช่วยทำให้คนจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น รวมทั้งโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ที่ขยายออกไปถึงไตรมาสที่ 1 


    
          หากยังไม่เพียงพอในการฟื้นเศรษฐกิจ ก็สนับสนุนให้รัฐบาลทำต่อไปจนถึงเฟส 3 ทั้งการเพิ่มจำนวนคน และเติมวงเงินเราเที่ยวด้วยกัน 
เพราะเศรษฐกิจต้องการเงินเติมเข้าสู่ระบบอย่างน้อย 60,000 -120,000  ล้านบาท ในช่วงไตรมาสแรก เพื่อดูแลการจับจ่ายของคนทั่วประเทศ โดยเฉพาะการท่องเที่ยว ที่ได้รับผลกระทบหนัก และต้องได้รับการเยียวยา 

        ดังนั้น หอการค้าไทยยังคงสนับสนุนรัฐบาลไม่ให้มีการล็อกดาวน์ ทั้งประเทศเพราะจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ โดยต้องควบคุมไม่ให้สถานการณ์บานปลาย เพราะในกรณีแย่ที่สุดอาจกระทบให้เศรษฐกิจชะงัก หรือการขยายตัวเป็น 0%   แต่ก็เชื่อว่าภาครัฐจะคุมสถานการณ์ได้ และจะคลี่คลายในที่สุด

    

เกาะติดข่าวที่นี่

website: www.TNNTHAILAND.com
facebook : TNNONLINE
facebook live : TNN Live
twitter : TNNONLINE
Line : @TNNONLINE
Youtube Official : TNNONLINE
Instagram : TNN_ONLINE
TIKTOK : @TNNONLINE

ข่าวที่เกี่ยวข้อง