เปิดไทม์ไลน์ "คนละครึ่ง พลัส" จ่อชง ครม. 19 พ.ค. นี้ เริ่มใช้สิทธิ 1 มิ.ย.

กระทรวงการคลังเดินหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ โดยเตรียมเสนอโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" ซึ่งรวมถึงโครงการยอดฮิตอย่าง "คนละครึ่ง พลัส" เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 นี้ เพื่อช่วยเหลือแบ่งเบาภาระค่าครองชีพของประชาชนจากวิกฤตพลังงาน และพร้อมเปิดให้เริ่มใช้สิทธิ์จริงตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป
ไทม์ไลน์การเสนอ ครม. และวันเริ่มต้นโครงการ "คนละครึ่ง พลัส"
การขับเคลื่อนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการออก พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท มีกำหนดการและขั้นตอนสำคัญดังนี้:
12 พฤษภาคม 2569: เสนอแผนการก่อหนี้ใหม่ให้ที่ประชุม ครม. พิจารณา
14 พฤษภาคม 2569: เสนอร่าง พ.ร.ก. กู้เงินฯ ต่อสภาผู้แทนราษฎร
18 พฤษภาคม 2569: เสนอร่าง พ.ร.ก. กู้เงินฯ ต่อวุฒิสภา
19 พฤษภาคม 2569: ชงโครงการ "คนละครึ่ง พลัส" (ภายใต้แพ็กเกจไทยช่วยไทย พลัส) เข้าที่ประชุม ครม. เพื่อพิจารณาอนุมัติหลักการ
ปลายเดือนพฤษภาคม 2569: เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ
1 มิถุนายน 2569: เปิดให้ประชาชนเริ่มใช้สิทธิ์จับจ่ายใช้สอยวันแรกอย่างเป็นทางการ
"คนละครึ่ง พลัส" ภายใต้แพ็กเกจ "ไทยช่วยไทย พลัส" คืออะไร?
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า โครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" เป็นการควบรวมมาตรการช่วยเหลือประชาชน 2 กลุ่มเข้าด้วยกัน เพื่อลดความซับซ้อนในการลงทะเบียนและดูแลให้ครอบคลุมประชาชนกว่า 43 ล้านคน:
1. กลุ่มเปราะบาง (13 ล้านคน): เติมเงินช่วยเหลือโดยตรงผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อนำไปใช้จ่ายบรรเทาภาระทันที
2. กลุ่มทั่วไปที่มีกำลังซื้อ (30 ล้านคน): ช่วยเหลือผ่านโครงการ "คนละครึ่ง พลัส" โดยใช้สูตรใหม่ รัฐช่วยจ่าย (สมทบ) 60% และประชาชนออกเอง 40% เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและกำลังซื้อในประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ
กู้เงิน 4 แสนล้านพยุงเศรษฐกิจ ยันไม่เกินเพดานหนี้สาธารณะ
สำหรับการออก พ.ร.ก. กู้เงินวงเงินไม่เกิน 4 แสนล้านบาทในครั้งนี้ รัฐบาลมีความจำเป็นต้องดำเนินการเพื่อแก้ปัญหาวิกฤตพลังงาน เนื่องจากงบประมาณปี 2569 มีจำกัด
ทางด้านนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง และนางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ร่วมกันยืนยันว่า การกู้เงินครั้งนี้จะทยอยกู้ตามความจำเป็นใช้จริงในประเทศ และสัดส่วนหนี้สาธารณะของไทยจะยังคงอยู่ภายใต้เพดาน 70% ของ GDP โดยคาดว่าจะแตะระดับสูงสุดที่ 69% ในปีงบประมาณ 2571 ก่อนจะค่อย ๆ ทยอยปรับตัวลดลง
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
