MBK ปรับเกมรั้งทราฟฟิก ดึงนักท่องเที่ยวระยะใกล้

#MBK #ทันหุ้น - MBK ปรับกลุ่มเป้าหมายรุกนักท่องเที่ยวระยะใกล้ทั้ง จีน อินเดีย โอเชียเนีย พร้อมขยายสหรัฐ ยุโรป ดันทราฟฟิก MBK Center ทรงตัว 8 หมื่นคนต่อวัน ด้านศูนย์พาราไดซ์ยังแข็งแกร่ง ทราฟฟิกและยอดใช้จ่ายต่อบิลเติบโต หนุนภาพรวม 4 ศูนย์ทราฟฟิกเพิ่ม 1% แม้นักท่องเที่ยวลดลง 3% เล็งอัดโปรเพิ่มจ่ายต่อหัวชดเชยจำนวน
นางสาวพุทธชาด ศรีนิศากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการตลาด บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) หรือ MBK เปิดเผยว่า บริษัทได้ติดตามข่าวสาร – สถานการณ์โลกอย่างใกล้ชิด จึงเริ่มปรับเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมาย (Market Shifting) ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2568 ที่ผ่านมา โดยหันมารุกตลาด Short Haul อาทิ นักท่องเที่ยว จีน อินเดีย โอเชียเนีย ควบคู่การขยายฐานการตลาดเข้าสู่สหรัฐอเมริกา และยุโรปมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ปริมาณทราฟฟิก (Traffic) ภายในศูนย์การค้า MBK Center ตั้งแต่ต้นปี - ปัจจุบัน (YTD) ทรงตัวในกรอบ 8 หมื่นคนต่อวัน ได้อย่างต่อเนื่อง
ด้านศูนย์การค้าพาราไดซ์ เพลส และ พาราไดซ์ พาร์ค ศรีนครินทร์ ซึ่งมุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ใกล้เคียงยังคงแข็งแกร่งต่อเนื่อง ทั้งปริมาณทราฟฟิกและยอดใช้จ่ายต่อใบเสร็จ (Spend per Receipt) โดยยังคงใช้กลยุทธ์จัดกิจกรรมทางการตลาดและโปรโมชันอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ตั้งแต่ต้นปี - ปัจจุบัน (YTD) ปริมาณทราฟฟิกภายในศูนย์การค้าทั้ง 4 แห่งภายใต้การบริหารยังคงเพิ่มขึ้น 1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) ขณะที่ปริมาณนักท่องเที่ยวสะสม YTD ปรับตัวลดลงราว 3% YoY
“ตั้งแต่ปลายปี 2568 บริษัทบุกตลาดจีนอย่างหนักผ่านแพลตฟอร์ม XiaoHongShu (เสี่ยวหงซู) การทำคอนเทนต์ และการใช้ KOL เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวซึ่งประสบผลสำเร็จตั้งแต่ในช่วง Golden Week ที่ผ่านมา ขณะเดียวกันก็ได้เพิ่มน้ำหนักการทำตลาดในกลุ่มประเทศโอเชียเนีย สหรัฐ และยังคงรักษาฐานลูกค้ากลุ่ม EU ซึ่งเป็นเป็นตลาดหลัก เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางน้อยกว่า”
@วางเกมรับทุกสถานการณ์
นางสาวพุทธชาด กล่าวว่า เบื้องต้นบริษัทได้วางแผนรับมือไว้ 3 ฉากทัศน์ (Scenarios) ตามความรุนแรงของสถานการณ์ โดยหากสถานการณ์ยืดเยื้อหรือแย่ลง จะหันมาเน้นกลุ่มคนไทย และกลุ่ม Short-Haul รวมถึงอินเดีย ที่ยังสามารถเดินทางได้สะดวกมากขึ้นควบคู่กระตุ้นยอดใช้จ่าย (Spending) จากจำนวนทราฟฟิกที่ลดลง โดยการโยกงบประมาณการตลาดมาเน้นการจัดโปรโมชันร่วมกับพันธมิตรภายในแต่ละศูนย์การค้า
“ช่วงนี้ต้องบริหารจัดการแบบฉับไว ก็ยังหวังว่าสถานการณ์จะคลี่คลายภายใน 6 เดือน แต่หากยืดเยื้อยาวนาน ก็จะโยกงบประมาณมาทำโปรโมชันมากขึ้น เพื่อกระตุ้นให้คนที่มาศูนย์ มีการใช้จ่ายต่อครั้งมากขึ้น เช่น จาก 1,000 บาท เป็น 1,200–1,300 บาท เพื่อทดแทนจำนวนคนที่หายไป”
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
