PACO ผ่าวิกฤติส่งออกฉลุย ดีมานด์สูง Q2 ออเดอร์พรึ่บ

#PACO #ทันหุ้น - PACO แก้วิกฤติสถานการณ์ตะวันออกกลาง ปรับเส้นทางส่งออกผ่านโอมาน ชี้ตลาดอาฟเตอร์มาร์เก็ตยังมีความต้องการสูง ฟากผู้บริหารมั่นใจไตรมาส 2/2569 ออเดอร์ทะลัก รับไฮซีซันช่วงเดือนมีนาคม–พฤษภาคม
นายสมชาย เลิศขจรกิตติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เพรสซิเด้นท์ ออโตโมบิล อินดัสทรีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PACO เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า สถานการณ์การส่งออกไทยท่ามกลางความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ผู้ประกอบการในกลุ่มชิ้นส่วนอะไหล่ยานยนต์ (Aftermarket) ยังคงสามารถรักษายอดขาย และดำเนินการส่งออกได้อย่างต่อเนื่อง แม้จะประสบปัญหาด้านการขนส่งในช่วงแรกก็ตาม
@ ปรับกลยุทธ์โลจิสติกส์
จากเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบต่อเส้นทางเดินเรือหลักที่จะเข้าสู่ท่าเรือเจเบล อาลี (Jebel Ali) และรัฐชาร์จาห์ (Sharjah) ในช่วงสัปดาห์แรก อย่างไรก็ตามบริษัทได้เร่งปรับแผนการเดินเรือร่วมกับลูกค้า โดยเปลี่ยนไปใช้เส้นทางผ่านพอร์ตในประเทศโอมานแทน แล้วจึงใช้วิธีลากตู้คอนเทนเนอร์ทางบกเข้าไปยังดูไบ ซึ่งวิธีนี้ช่วยให้การส่งออกกลับมาดำเนินการได้ตามปกติและสามารถส่งสินค้าออกได้ทุกวัน
อย่างไรก็ตามแม้ภาพรวมเศรษฐกิจในตะวันออกกลางจะมีความกังวล แต่ตลาดชิ้นส่วนอะไหล่ทดแทนหรือ Aftermarket ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 30% ของยอดขายทั้งหมด ยังคงมีความต้องการสูง เนื่องจากลูกค้ากลุ่มผู้ค้ารายกลางและรายเล็กในพื้นที่ เช่น อิรัก อิหร่าน และคูเวต มีความคุ้นชินกับสถานการณ์ความขัดแย้ง และยังคงมีความต้องการสต๊อกสินค้าเพื่อนำไปจำหน่ายต่อ
ในขณะที่กลุ่มสินค้าประเภท OEM (การผลิตเพื่อค่ายรถยนต์) อาจได้รับผลกระทบมากกว่าจากการชะลอตัวของการผลิตรถยนต์ใหม่และการย้ายออกชั่วคราวของชาวต่างชาติในดูไบ
“บริษัทมองว่าสถานการณ์ดังกล่าวอาจเป็นเพียงความตื่นตระหนกระยะสั้น เพราะดีมานด์ของตลาดยังคงอยู่ โดยลูกค้าบางส่วนยังมีความต้องการสินค้าเพิ่มขึ้น และยอมรับต้นทุนที่สูงขึ้นเพื่อให้ได้รับสินค้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในส่วนของตลาดตะวันออกกลาง เป็นตลาดหลัก บริษัทยังคงส่งออกสินค้าได้เกือบทุกประเทศ” นายสมชายกล่าว
@ บริหารจัดการต้นทุน
สำหรับด้านต้นทุนนั้นได้รับผลกระทบจากค่าขนส่งไม่มากนัก เนื่องจากเป็นการขายในรูปแบบ FOB (Free On Board) ซึ่งลูกค้าเป็นผู้รับผิดชอบค่าระวางเรือเอง จะมีเพียงต้นทุนการขนส่งในประเทศที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันเล็กน้อย
สำหรับแนวโน้มธุรกิจในช่วงไตรมาส 1/2569 อยู่ในระดับทรงตัว ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมาย แม้จะไม่ได้เติบโตโดดเด่นมากนัก ยังมีแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบ โดยเฉพาะราคาอะลูมิเนียมที่ปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตามยังได้รับปัจจัยบวกจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าเข้ามาช่วยชดเชยบางส่วน
ขณะเดียวกัน บริษัทเข้าสู่ช่วงฤดูกาลขาย (High Season) ในช่วงเดือนมีนาคม–พฤษภาคม ส่งผลให้คำสั่งซื้อ (ออเดอร์) เข้ามาอย่างต่อเนื่องในระดับสูงอยู่แล้ว แต่ด้วยข้อจำกัดด้านกำลังการผลิต ทำให้ไม่สามารถรองรับได้ทั้งหมดในทันที ส่งผลให้ออเดอร์จำนวนมากจะทยอยรับรู้เป็นรายได้ในไตรมาส 2/2569 แทน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
