จับตาราคาเหล็กจ่อปะทุ เล็ง GLOBAL-DOHOME

#เหล็ก #ทันหุ้น - กูรูจับตากลุ่มเหล็ก-อะลูมิเนียมหลังโรงงานตะวันออกกลางถูกโจมตี มองโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นมีสูง ทั้งราคาโลก และต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น กลุ่มรับประโยชน์คือกลุ่มที่มีสต๊อกของเก่าอยู่ ชี้เงินเข้าสินค้าโภคภัณฑ์เหตุความเสี่ยงโดนดาวน์เกรดน้อย แนะมองหุ้นค้าปลีกวัสดุก่อสร้าง GLOBAL-DOHOME หลัง SSSG เริ่มเห็นสัญญาณผ่านจุดต่ำสุด
นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ "ทันหุ้น" ว่า กลุ่มที่น่าจับตามองในระยะสั้นคือ กลุ่มเหล็กและอะลูมิเนียม ซึ่งได้รับปัจจัยบวกจากการโจมตีโรงงานผลิตในพื้นที่ตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาปรับตัวสูงขึ้น โดยประเมินไม่ว่าสถานการณ์ความขัดแย้งจะยืดเยื้อหรือไม่ แต่ต้นทุนการผลิตในอนาคตมีแนวโน้มสูงขึ้นตามค่าไฟฟ้าและราคาพลังงาน ดังนั้นหุ้นในกลุ่มนี้จะได้รับผลดีจาก "สต๊อกเก่า" ที่มีต้นทุนต่ำ ขณะที่ราคาขายปรับตัวขึ้นตามกลไกราคาพลังงานและสถานการณ์โลก
โดยหุ้นที่เกี่ยวพันกับสินค้าโภคภัณฑ์จะได้รับความนิยม เนื่องจากตลาดกำลังพยายามมองหาหุ้นกลุ่มที่ไม่มีความเสี่ยงเรื่องการถูกปรับลดประมาณการกำไร ซึ่งปัจจุบันหุ้นที่อิงกับกำลังซื้อในประเทศส่วนใหญ่เผชิญความเสี่ยงดังกล่าว ทำให้เม็ดเงินลงทุน โดยเฉพาะจากนักลงทุนสถาบัน เริ่มมีการสลับกลุ่ม มาเพิ่มน้ำหนักในกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ เนื่องจากมีความเสี่ยงในการโดนดาวน์เกรดต่ำกว่า ดังนั้นมองว่ากลุ่ม Commodity อาจจะ Perform ได้นานกว่าที่หลายคนคาดคิด เพราะไม่ใช่แค่เรื่องกำไรที่ดีอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของความเสี่ยงที่ต่ำกว่ากลุ่มอื่น
"เปรียบเสมือนการเล่นหุ้นในกลุ่มแผ่นฟิล์มอย่าง AJ หรือ PTL ที่ทุกคนรู้ว่ามีของในมือจำกัดและเป็นต้นทุนเดิม เมื่อราคาตลาดพุ่งขึ้นตามราคาพลังงาน กำไรจึงมีโอกาสเติบโตโดดเด่นแม้ปริมาณขายจะเท่าเดิม" นายกิจพณกล่าว
สำหรับหุ้นที่จะได้รับประโยชน์จากสต๊อกเหล็กคือ กลุ่มค้าปลีกวัสดุก่อสร้าง เช่น Global และ DoHome แม้ที่ผ่านมาผลประกอบการและยอดขายสาขาเดิม (SSSG) จะติดลบต่อเนื่องมาประมาณ 2 ปี แต่ปัจจุบันเริ่มเห็นสัญญาณการติดลบที่น้อยลงในช่วงปลายปีที่ผ่านมา สะท้อนว่าสถานการณ์ที่แย่ที่สุดน่าจะผ่านพ้นไปแล้วและกำลังเริ่มตั้งหลักได้ใหม่ ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้นักลงทุนกล้าเข้ามาเก็งกำไรอีกครั้ง
@ สัญญาณราคาเหล็กขึ้น
นายอาทิตย์ จันทร์สว่าง ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงทิศทางการลงทุนในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับเหล็กว่า ขณะนี้เริ่มเห็นสัญญาณราคาเหล็กในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเหล็กแผ่นรีดร้อน (HRC) ที่ราคา Year to Date ปรับขึ้นมาแล้วประมาณ 13% ซึ่งการปรับตัวขึ้นของราคาเหล็กจะส่งผลดีต่อบริษัทที่มีสต็อกสินค้าจำนวนมาก อย่างไรก็ตามหากพิจารณาสินแร่เหล็ก (Iron Ore) มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น 3% และ เหล็กเส้น (Steel Rebar) มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นเพียง 1% จะพบว่ายังไม่ได้ปรับตัวขึ้นรุนแรง แต่เริ่มมีสัญญาณการขยับตัวเพิ่มขึ้น โดยมีปัจจัยกระตุ้นจากความกังวลเรื่องสถานการณ์การโจมตีโรงงานอะลูมิเนียมที่ทำให้คนเริ่มกลับมาตกใจเรื่องราคาเหล็กอีกครั้ง
@ ลุ้นรัฐเดินหน้าลงทุน
สำหรับหุ้นที่โดดเด่นและจะได้รับผลดีชัดเจนคือ GLOBAL และ DOHOME เนื่องจากลักษณะการบันทึกบัญชีจะคล้ายกับกลุ่มโรงกลั่นที่จะมีส่วนต่างจากสต๊อก (Stock Gain) เมื่อราคาเหล็กในตลาดปรับสูงขึ้น โดยมองว่าหากราคาเหล็กมีการปรับตัวขึ้นแรงอย่างมีนัยสำคัญ เช่น วันเดียวบวก 5-10% จะเป็นจังหวะที่นักลงทุนสามารถเข้าไปเก็งกำไรได้ทันทีโดยไม่ต้องรอให้ถึงสิ้นไตรมาส
ในแง่ของพื้นฐานยอมรับว่ายอดขายสาขาเดิม (SSSG) ของกลุ่มค้าปลีกวัสดุก่อสร้างยังคงเผชิญความท้าทาย เนื่องจากกำลังซื้อระดับรากหญ้าในประเทศยังอยู่ในภาวะที่ "เหนื่อย" แต่เริ่มมีปัจจัยบวกเข้ามาช่วยพยุงจากข่าวการเตรียมเปิดประมูลโครงการมอเตอร์เวย์ 3 โครงการ มูลค่ารวมกว่าแสนล้านบาทของกรมทางหลวง
หากภาครัฐสามารถผลักดันการลงทุน (Investment) ออกมาได้จริง จะเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญของ GDP ในภาวะที่การบริโภคและการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอก
@ เน้นค้าปลีก "สบายใจกว่า"
ส่วนหุ้นกลุ่มโรงผลิตเหล็ก นายอาทิตย์ ให้ความเห็นว่าอาจยังไม่ใช่รอบที่น่าสนใจเท่ากลุ่มค้าปลีกวัสดุก่อสร้าง เนื่องจากโรงเหล็กในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นการหลอมเศษเหล็ก ไม่ใช่โรงถลุงเหล็ก และกำลังเผชิญกับปัญหาเหล็กราคาถูกจากจีนเข้ามาตีตลาด
"ในแง่ของกำไรโรงเหล็ก อาจจะยังไม่เห็นภาพชัดเจน แต่ถ้าเล่นตามกระแส แนะนำให้มองไปที่กลุ่มค้าปลีกจะสบายใจกว่า เพราะได้รับอานิสงส์จากราคาเหล็กที่เพิ่มขึ้นโดยตรงจากสต็อกที่มีอยู่" นายอาทิตย์ กล่าว
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
