IVL ปฏิบัติการใหญ่อินเดีย ควบรวมบรรจุภัณฑ์โตสนั่น

#IVL #ทันหุ้น – IVL ฮือฮาควบ Indovidia-EPL มูลค่า 2.3 หมื่นล้านบาท สร้างโตกลุ่มบรรจุภัณฑ์ในอินเดีย ผสมผสานบรรจุภัณฑ์ยืดหยุ่นและชนิดแข็ง ลุยตลาดเกิดใหม่ อินเดีย จีน อาเซียน และแอฟริกา ชี้บริษัทใหม่รายได้พุ่ง 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ EBITDA มากกว่า 20% โบรกชี้นำ Indovidia เข้าตลาดทุนทางอ้อม มองบวก ปักเป้า 27 บาท
บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ IVL แจ้งมติคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2569 อนุมัติการเสนอควบรวมกิจการระหว่าง Indovida India Private Limited (Indovida) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยทางอ้อมที่ IVL ถือหุ้นทั้งหมด กับ EPL Limited (EPL) ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อินเดีย
โดย EPL นับเป็นบริษัทชั้นนำระดับโลกด้านการบรรจุภัณฑ์เฉพาะทาง โดยผลิตหลอดพลาสติกชนิดลามิเนตสำหรับ อุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG) และเวชภัณฑ์ ในขณะที่ Indovida เป็นแพลตฟอร์มบรรจุภัณฑ์ PET ชนิดแข็ง ใช้ในการผลิตพรีฟอร์ม ขวด และฝาปิด โดยมีการดำเนินงานครอบคลุมในตลาดเกิดใหม่หลายแห่ง การรวมตัวครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างแพลตฟอร์มบรรจุภัณฑ์สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภคระดับโลก โดยมุ่งเน้นกลุ่มตลาดเกิดใหม่ที่มีศักยภาพการเติบโตสูง
@ควบรวมสร้างแกร่ง
สำหรับการควบรวมดังกล่าว EPL จะออกหุ้นใหม่ให้แก่ Indorama Netherlands B.V. ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ IVL เพื่อแลกกับหุ้นทั้งหมดใน Indovida หลังธุรกรรมเสร็จสิ้น IVL จะเพิ่มการถือหุ้นใน EPL จากสัดส่วน 24.9% เป็นประมาณ 51.80% และ IVL จะเข้าเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทใหม่ และ Blackstone จะถือหุ้นในบริษัทที่เกิดจากการควบรวม ในสัดส่วน 16.6% โดยธุรกรรมมีมูลค่าประมาณ 62,558 ล้านรูปีอินเดีย หรือคิดเป็นเงินไทยราว 23,778.31 ล้านบาท คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 12 เดือน
ทั้งนี้การควบรวมจะทำให้กิจการใหม่ กลายเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มบรรจุภัณฑ์ที่ผสมผสานทั้งความเชี่ยวชาญด้านบรรจุภัณฑ์แบบยืดหยุ่น (Laminated Tubes) ของ EPL กับจุดแข็งด้านบรรจุภัณฑ์ PET ชนิดแข็ง (Preforms, Bottles, Closures) ของ Indovida
รายได้กว่า 75% ของบริษัทใหม่จะมาจากตลาดเกิดใหม่ เช่น อินเดีย จีน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และแอฟริกา ซึ่งตลาดเหล่านี้มีอัตราการเติบโตสูงกว่าตลาดพัฒนาแล้วถึง 2 เท่า และยังเป็นการเสริมฐานะการเงิน คาดว่าจะช่วยลดอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนผู้ถือหุ้น (Net Debt to Equity) ของ IVL ลงจาก 1.8 เท่า เหลือประมาณ 1.50-1.55 เท่า และช่วยเพิ่มค่า ROCE ของกลุ่ม
โดยบริษัทใหม่จะมีรายได้รวมสูงถึงประมาณ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีอัตรากำไร EBITDA มากกว่า 20% ขณะเดียวกันแพลตฟอร์มใหม่จะมีมูลค่ารวมประมาณ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย EPL มีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และ Indovida มีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 0.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
@ เร่งขยายธุรกิจในอินเดีย
นายอาลก โลเฮีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม IVL กล่าวว่า การผสาน Indovida เข้ากับ EPL ถือเป็นก้าวถัดไปที่มีเหตุผลเชิงกลยุทธ์ และช่วยให้สามารถต่อยอดรากฐานดังกล่าวไปสู่รูปแบบบรรจุภัณฑ์และตลาดที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น ด้วยขนาดธุรกิจที่รวมกัน ความยืดหยุ่นด้านห่วงโซ่อุปทาน และขีดความสามารถด้านความยั่งยืน บริษัทที่เกิดจากการควบรวมนี้จะอยู่ในตำแหน่งที่แข็งแกร่งในการสร้างมูลค่าในระยะยาวให้แก่ทั้งลูกค้าและผู้ถือหุ้น และยังช่วยขับเคลื่อนเป้าหมายในการขยายธุรกิจในประเทศอินเดียในฐานะตลาดการเติบโตสำคัญภายในพอร์ตโฟลิโอระดับโลกของบริษัท
@ เติบโตสูงเป้า 27 บาท
ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) มีมุมมองเป็นบวกในระยะยาวต่อดีลนี้ เนื่องจากเป็นการต่อยอดจุดแข็งของทั้ง 2 บริษัทในตลาดเกิดใหม่ที่มีการเติบโตสูงราว 5-6% CAGR ในช่วงปี 2568-2573 ช่วยเจาะตลาดอินเดียที่มีอัตราการเติบโตสูงได้ และสามารถเจาะตลาดเอเซียเพิ่มได้ในระยะยาว สอดคล้องกับกลยุทธ์ระยะยาวที่ต้องการขยายตลาดบรรจุภัณฑ์ปลายน้ำ
การควบรวมครั้งนี้เปรียบเสมือนการนำ Indovida เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทางอ้อม และช่วยลดภาระหนี้โดยไม่ต้องใช้เงินสด นอกจากนี้ ธุรกิจหลักอย่าง PET ของ IVL กำลังเข้าสู่ช่วงฟื้นตัวจากอุปทานใหม่ที่จำกัดและบริษัทยังลดค่าใช้จ่ายได้ต่อเนื่อง รวมถึงการปิดซ่อมลดส่งให้พลิกมีกำไรปกติในปี 2569 และฟื้นตัวต่อในปี 2570 (+88% CAGR 2569-2570) แนะนำ "ซื้อ" โดยให้ราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 27.00 บาท
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
