SIMAT ปั้นธุรกิจใหม่ โดดรับอานิสงส์โซลาร์

#SIMAT #ทันหุ้น – SIMAT ส่งสัญญาณปี 2569 มีลุ้นโต แม้งาน USO หมดอายุ เร่งเครื่องปั้นธุรกิจใหม่เสียบแทน รับอานิสงส์มาตรการหนุนโซลาร์รูฟท็อป ดันดีมานด์อุปกรณ์พลังงานแสงอาทิตย์โตเด่น แถมเครื่องมือแพทย์ โครงการรังสีรักษามะเร็งเสริมฐาน
นายบุญเลิศ เอี้ยวพรชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไซแมท เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ SIMAT เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า แม้สัญญางานโครงการ USO (Universal Service Obligation) จะสิ้นสุดลงเมื่อปลายปีที่ผ่านมา แต่บริษัทยังมั่นใจว่าผลการดำเนินงานปี 2569 จะเติบโตได้ต่อเนื่อง จากการเร่งสร้างธุรกิจใหม่เข้ามาทดแทนรายได้เดิมที่หายไป
ปัจจัยหนุน
ทั้งนี้ ปัจจัยบวกสำคัญมาจากมาตรการภาครัฐที่สนับสนุนการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปสำหรับบุคคลธรรมดา ประกอบกับสถานการณ์สงครามอิหร่านที่กระทบต่อต้นทุนพลังงาน โดยเฉพาะราคาน้ำมัน ส่งผลให้ความต้องการใช้อุปกรณ์พลังงานแสงอาทิตย์สำหรับที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่ม Micro Inverter
ขณะเดียวกัน ธุรกิจพลังงานทดแทนของบริษัทยังมีรายได้ประจำจากสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ขนาด 20 เมกะวัตต์ สร้างรายได้เฉลี่ยราว 5 ล้านบาทต่อเดือน เมื่อรวมกับรายได้จากการจำหน่ายอุปกรณ์พลังงานแสงอาทิตย์ จะช่วยเสริมฐานรายได้ให้แข็งแกร่งมากขึ้น
นอกจากนี้บริษัทยังมีอีกหนึ่งแหล่งรายได้ประจำจากธุรกิจเครื่องมือแพทย์ ซึ่งปัจจุบันมีการติดตั้งเครื่องมือในโรงพยาบาลแล้วกว่า 13 แห่ง และมีโอกาสขยายเพิ่มได้อีกในอนาคต รวมถึงโครงการสำคัญเครื่องรังสีรักษาโรคมะเร็งที่ร่วมกับโรงพยาบาลจุฬารัตน์ 3 อินเตอร์ ซึ่งเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ช่วยเพิ่มเสถียรภาพทางการเงินและสร้างความสมดุลให้โครงสร้างรายได้มากขึ้น โดยเน้นธุรกิจภายในประเทศเป็นหลักเพื่อลดความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก
มองกำลังซื้อ
อย่างไรก็ตาม บริษัทมองว่าปัจจัยที่ต้องติดตามคือกำลังซื้อของผู้บริโภค ซึ่งอาจได้รับผลกระทบหากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว
สำหรับโครงสร้างรายได้ ณ สิ้นปี 2568 แบ่งเป็น 6 ธุรกิจหลัก ได้แก่ 1. ธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เลเบล 24% 2. ธุรกิจสกรีนพรินติ้ง 22% 3. ธุรกิจโครงการภาครัฐ 24% 4. ธุรกิจบริการบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต 5% 5. ธุรกิจพลังงานทดแทน 11% และ 6. รายได้อื่นๆ 14% โดยในปี 2569 รายได้จากโครงการภาครัฐจะหายไป ขณะที่ธุรกิจพลังงานทดแทนและรายได้อื่นจะเข้ามาชดเชย ทำให้สัดส่วนรายได้โดยรวมคาดว่าจะไม่แตกต่างจากปีก่อนมากนัก
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
