รีเซต

แรงงานไทย หายไปไหน? ทำไมอัตราว่างงานต่ำ แต่เศรษฐกิจไม่โตแรง เปิดความจริงใกล้ตัว ที่หลายคนมองข้าม

แรงงานไทย หายไปไหน? ทำไมอัตราว่างงานต่ำ แต่เศรษฐกิจไม่โตแรง เปิดความจริงใกล้ตัว ที่หลายคนมองข้าม
TNN ช่อง16
25 เมษายน 2569 ( 08:00 )
11

ประเทศไทย "อัตราว่างงาน" ต่ำสุดในรอบ 11 ปี แต่ทำไมเศรษฐกิจไม่โตแรงอย่างที่คิด?


ข่าวดี คือ ตอนนี้ตัวเลข “ว่างงาน” ของไทย ต่ำที่สุดในรอบ 11 ปี แต่ในอีกด้านหนึ่ง ข่าวร้ายกลับปรากฏขึ้นพร้อมกัน นั่นคือรายได้ของคนไทยกำลังลดลง คำถามสำคัญจึงเกิดขึ้นว่า เกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทย และคนว่างงานหายไปไหนกันแน่


บทวิเคราะห์เศรษฐกิจล่าสุดจาก SCB EIC ชี้ให้เห็นสิ่งที่เรียกว่า “Thai Labor Market’s Structural Paradox” หรือปัญหาเชิงโครงสร้างของตลาดแรงงานไทยภายใต้ภาวะว่างงานต่ำ 


โดยชี้ว่าหลังจากประเทศไทยผ่านพ้นวิกฤตโควิด-19 อัตราการว่างงานได้ปรับลดลงต่อเนื่อง จนล่าสุด ณ สิ้นปีที่ผ่านมา อยู่ที่ระดับ 0.81% ซึ่งถือว่าต่ำที่สุดในรอบ 11 ปี


ตามหลักเศรษฐศาสตร์ ตัวเลขเช่นนี้ควรสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของตลาดแรงงานและเศรษฐกิจโดยรวม แต่ในความเป็นจริง กลับไม่ได้เป็นเช่นนั้น


รายได้ครัวเรือนลดลง สัญญาณเตือนที่ชัดเจน


หนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญของคุณภาพชีวิต คือ “รายได้ครัวเรือน” แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยกลับสวนทางกับตัวเลขว่างงาน โดยข้อมูลจาก สำนักงานสถิติแห่งชาติ ระบุว่า รายได้ครัวเรือนไทยเฉลี่ยลดลงในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2025


คำถามสำคัญจึงตามมาว่า เหตุใดคนไทยว่างงานน้อยลง แต่รายได้กลับไม่เพิ่มขึ้น มุมมองจาก SCB EIC อธิบายว่า ตลาดแรงงานไทยกำลังเผชิญความเปราะบางเชิงโครงสร้างอย่างน้อย 3 มิติ ได้แก่ การหายไปของกำลังแรงงาน ความยากในการหางานของแรงงานจบใหม่ และแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกที่กำลังจะซ้ำเติมสถานการณ์ในอนาคต


ว่างงานต่ำ เพราะแรงงาน “หายไป” ไม่ใช่เพราะมีงานมากขึ้น


เมื่อพิจารณาให้ลึกลงไป จะพบว่าการลดลงของอัตราว่างงาน ไม่ได้เกิดจากการที่คนมีงานทำเพิ่มขึ้นทั้งหมด แต่ส่วนหนึ่งมาจากแรงงานที่ “ออกจากระบบ” ไป


จำนวนคนไทยที่อยู่นอกภาคแรงงานเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยในปี 2025 อยู่ที่ระดับ 30.2 ล้านคน เพิ่มจาก 29.6 ล้านคนในปี 2020 หรือเพิ่มขึ้นกว่า 2.23% ในระยะเวลาเพียง 5 ปี กลุ่มที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ ผู้สูงอายุ ผู้เกษียณ และผู้ที่ออกจากงานเพื่อพักผ่อนหรือดูแลครอบครัว


โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องลาออกมาดูแลผู้สูงอายุหรือผู้ป่วย รวมถึงผู้ที่ไม่หางานจากเหตุผลส่วนตัว ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนมากถึง 16% สะท้อนให้เห็นว่า ตัวเลขว่างงานที่ต่ำลง อาจเป็นเพียงภาพลวงตาที่ซ่อนความเปราะบางเอาไว้




คนวัยทำงานแบกภาระหนักขึ้น จากสังคมสูงวัย


ผลกระทบที่ตามมา คือภาระที่ตกอยู่กับคนวัยทำงาน ซึ่งต้องแบกรับทั้งค่าใช้จ่ายของตนเองและสมาชิกในครอบครัวที่ไม่มีรายได้ หลายคนจำเป็นต้องออกจากงานเพื่อดูแลผู้สูงอายุ หรือไม่สามารถเข้าสู่ตลาดแรงงานได้ตามเงื่อนไขของนายจ้าง


สถานการณ์นี้สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างที่ชัดเจนขึ้น เมื่อประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยเต็มรูปแบบ โดยข้อมูลจาก สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ระบุว่า อัตราส่วนภาระพึ่งพิงของไทยในปี 2024 อยู่ที่ 58.6% หมายความว่า คนวัยทำงาน 100 คน ต้องดูแลเด็กและผู้สูงอายุรวมกันประมาณ 58–59 คน และตัวเลขดังกล่าวยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง


เด็กจบใหม่ หางานยาก ชั่วโมงทำงานลดลง


ในขณะที่แรงงานบางส่วนหายไปจากระบบ แรงงานรุ่นใหม่กลับต้องเผชิญกับความท้าทายในการหางาน โดยข้อมูลปี 2025 ระบุว่า จำนวนผู้มีงานทำในกลุ่มอายุ 15–24 ปี ลดลง 3.4% จากปีก่อน และลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 2


นอกจากนี้ ชั่วโมงการทำงานของแรงงานอายุน้อยยังลดลงในทุกมิติ ทั้งงานต่ำกว่า 35 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ งานเต็มเวลา และการทำงานล่วงเวลาที่ลดลงถึง 10.4% เมื่อโอกาสในระบบมีจำกัด แรงงานจบใหม่จำนวนมากจึงหันไปทำงานนอกระบบ เช่น งานฟรีแลนซ์ การขับรถรับส่งสินค้า หรือการขายสินค้าออนไลน์



แรงงานนอกระบบเกินครึ่งประเทศ ความเสี่ยงที่มองไม่เห็น


อีกหนึ่งประเด็นสำคัญ คือสัดส่วนแรงงานนอกระบบที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยในปี 2025 อยู่ที่ 52.4% ของแรงงานทั้งหมด หมายความว่าแรงงานมากกว่าครึ่งของประเทศยังต้องเผชิญกับความไม่มั่นคงด้านรายได้ ขาดสวัสดิการพื้นฐาน และไม่มีการคุ้มครองทางกฎหมาย


นอกจากนี้ การอยู่ในภาคนอกระบบยังส่งผลต่อโอกาสในการออม และลดทอนความสามารถในการขยับฐานะทางสังคมของแรงงาน โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่กำลังเข้าสู่ตลาดแรงงาน


ปัจจัยโลกซ้ำเติม กดดันรายได้จริงลดลง


นอกเหนือจากปัญหาเชิงโครงสร้างภายในประเทศแล้ว เศรษฐกิจไทยยังต้องเผชิญกับแรงกดดันจากภายนอก ทั้งสงครามการค้าและความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนด้านพลังงาน การขนส่ง และการผลิตเพิ่มสูงขึ้น


ภาคธุรกิจจึงมีข้อจำกัดในการจ้างงานหรือปรับขึ้นค่าจ้าง ขณะเดียวกัน ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น ยังทำให้รายได้ที่แท้จริงของแรงงานลดลง กล่าวคือ แม้รายได้เป็นตัวเงินจะไม่เปลี่ยนแปลง แต่กำลังซื้อกลับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ


ทางออกประเทศไทย ต้องแก้โครงสร้างตลาดแรงงาน


จากสถานการณ์ทั้งหมด SCB EIC เสนอว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างของตลาดแรงงานอย่างจริงจัง ทั้งการยกระดับทักษะแรงงานให้สอดรับกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลง การพัฒนาระบบสวัสดิการเพื่อรองรับสังคมสูงวัย และการเพิ่มโอกาสให้แรงงานรุ่นใหม่เข้าถึงงานที่มีคุณภาพ


ในขณะเดียวกัน แรงงานเองก็จำเป็นต้องปรับตัว โดยเฉพาะการเรียนรู้ทักษะใหม่ และการสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงิน เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต


บทสรุป: ตัวเลขว่างงาน ไม่ได้สะท้อนความจริงทั้งหมด


ท้ายที่สุดแล้ว การที่ตัวเลขว่างงานลดลง อาจยังไม่เพียงพอที่จะสะท้อนว่าเศรษฐกิจไทยกำลังฟื้นตัวอย่างแท้จริง เพราะเบื้องหลังตัวเลขดังกล่าว ยังมีปัญหาเชิงโครงสร้างที่ซ่อนอยู่


นี่จึงเป็นโจทย์ใหญ่ของทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ และแรงงานไทย ที่ต้องร่วมกันหาทางออก และในขณะเดียวกัน คนทำงานเองก็ต้องเร่งปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง ก่อนที่จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง