วิกฤตพลังงานโลกปะทุ อังกฤษดัน G7 เร่งใช้พลังงานสะอาด รับมือวิกฤตราคาน้ำมัน

นางเรเชล รีฟส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหราชอาณาจักร เตรียมเรียกร้องให้กลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ (G7) เร่งเดินหน้าการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด เพื่อปกป้องเศรษฐกิจจากความผันผวนของราคาน้ำมันและก๊าซในตลาดโลก
ข้อเรียกร้องดังกล่าวมีขึ้นก่อนที่รีฟส์ และนายเอ็ด มิลลิแบนด์ รัฐมนตรีพลังงานของอังกฤษ จะเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีคลังและพลังงานของ G7 โดยรีฟส์ย้ำว่า ความมั่นคงด้านพลังงานในระยะยาวต้องอาศัยพลังงานหมุนเวียนและพลังงานนิวเคลียร์เท่านั้น
รีฟส์ระบุว่า “ยิ่งเร่งเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานหมุนเวียนและนิวเคลียร์ได้เร็วเท่าไร ประเทศคู่ค้าใน G7 ก็ต้องเร่งตามให้ทัน เพราะการพึ่งพาราคาน้ำมันและก๊าซที่ผันผวนจะไม่เป็นประโยชน์ต่อใคร”
นอกจากนี้ เธอยังชี้ว่า การดำเนินการร่วมกันของประเทศในกลุ่ม G7 จะช่วยเร่งการลงทุนและสร้างแรงขับเคลื่อนในการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน พร้อมยืนยันว่ามาตรการของรัฐบาลพรรคแรงงานกำลังช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้กับครัวเรือนในสัปดาห์นี้
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังอังกฤษเปิดเผยว่า รีฟส์จะเสนอให้เร่งลงทุนในพลังงานหมุนเวียนและนิวเคลียร์ เพื่อลดการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติ รวมถึงเดินหน้าแผนปฏิรูปตามรายงาน “Fingleton review” ภายในปีนี้ เพื่อเร่งการพัฒนาโครงการพลังงานนิวเคลียร์ใหม่
ขณะเดียวกัน รีฟส์ยังเตือนว่าประเทศ G7 ไม่ควรผลักภาระไปยังประเทศอื่น หรือทำให้ความร่วมมือด้านพลังงานอ่อนแอลง ซึ่งถูกมองว่าเป็นการส่งสัญญาณถึงประเด็นการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรพลังงานรัสเซีย หรือการตั้งกำแพงการค้าใหม่
รีฟส์ยังปฏิเสธข้อเรียกร้องจากพรรคอนุรักษนิยมที่ต้องการให้อังกฤษออกใบอนุญาตสำรวจและผลิตน้ำมันและก๊าซใหม่ในทะเลเหนือ โดยระบุว่าแนวทางดังกล่าวจะไม่ช่วยลดค่าใช้จ่ายพลังงานของประชาชน หรือป้องกันวิกฤตราคาในอนาคตได้
“หนทางเดียวที่จะทำให้ค่าไฟลดลงอย่างยั่งยืน คือพลังงานสะอาดที่ผลิตได้เองภายในประเทศ ซึ่งช่วยลดการพึ่งพาตลาดก๊าซโลกที่ผันผวน” รีฟส์กล่าว
ในอีกด้านหนึ่ง นายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ เตรียมเรียกประชุมผู้นำระดับสูงจากบริษัทพลังงานและการเงินชั้นนำ อาทิ Shell, BP, Centrica และ Equinor รวมถึงบริษัทประกันภัย Lloyd’s of London บริษัทขนส่ง Maersk, CMA และสถาบันการเงินอย่าง HSBC และ Goldman Sachs ที่ทำเนียบดาวนิงสตรีต เพื่อหารือมาตรการฉุกเฉิน
การประชุมดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางวิกฤตความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก หลังอิหร่านส่งสัญญาณอาจใช้อำนาจควบคุมเส้นทางดังกล่าว รวมถึงอาจเรียกเก็บค่าผ่านทางจากเรือที่สัญจรเมื่อสถานการณ์กลับมาเปิดใช้งาน
ด้านนางเคมี บาเดนอค ผู้นำพรรคอนุรักษนิยม เตรียมเพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาล โดยเสนอให้ลดภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) สำหรับค่าไฟฟ้า และเพิ่มการขุดเจาะน้ำมันในทะเลเหนือ พร้อมเรียกร้องให้ยกเลิกโครงการพลังงานสีเขียวบางส่วน
อย่างไรก็ตาม บาเดนอคยอมรับผ่านรายการของ BBC ว่า การขุดเจาะเพิ่มเติมอาจไม่สามารถลดค่าไฟฟ้าของผู้บริโภคโดยตรงได้ แต่ระบุว่าเป็นแนวทางลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ โดยเฉพาะก๊าซจากนอร์เวย์
สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนความขัดแย้งเชิงนโยบายด้านพลังงานในอังกฤษ ที่ทวีความเข้มข้นขึ้น ท่ามกลางวิกฤตราคาพลังงานโลก และแรงกดดันจากการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำในระยะยาว
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
