COCOCO โบรกแนะนำ “ซื้อ” จากเดิมถือ เป้า 7.20 บาท กำไรสูงสุดรอบ 7 ไตรมาส

#ทันหุ้น #ปันผล #Thailand #ลงทุน #ตลาดหุ้น #SET #COCOCO โบรกแนะนำ “ซื้อ” จากเดิมถือ เป้า 7.20 บาท กำไรสูงสุดรอบ 7 ไตรมาส
บล.พายปรับคำแนะนำหุ้น บริษัท ไทย โคโคนัท จำกัด (มหาชน) หรือ COCOCO ขึ้นจาก “ถือ” เป็น “ซื้อ” พร้อมปรับมูลค่าพื้นฐานเป็น 7.20 บาท จากเดิม 5.80 บาท หลังมองแนวโน้มอัตราการทำกำไรจะทยอยฟื้นตัว YoY ต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังปี 2569 และอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องในปี 2570 โดยคาดว่าโรงงานแห่งใหม่ในประเทศฟิลิปปินส์ที่จะเริ่มผลิตในเดือนธันวาคม 2569 จะช่วยลดต้นทุนวัตถุดิบและลดความผันผวนของต้นทุน ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นมีเสถียรภาพมากขึ้นในระยะยาว และช่วยเพิ่มความได้เปรียบในการแข่งขันหากปรากฏการณ์เอลนีโญกลับมาในปี 2570
COCOCO รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 ที่ 122 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 58% YoY ซึ่งเป็นกำไรสูงสุดในรอบ 7 ไตรมาส ขณะที่หากตัดรายการพิเศษออก บริษัทมีกำไรปกติ 130 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 82% YoY และ 51% QoQ โดยการเติบโต YoY ได้แรงหนุนจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ขยายตัว 700 bps
ธุรกิจน้ำมะพร้าวยังชะลอตัว โดยยอดขายในไตรมาส 2/2569 ลดลง 30% YoY มาอยู่ที่ 697 ล้านบาท และลดลง YoY เป็นไตรมาสที่ 4 ติดต่อกัน ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจน้ำมะพร้าวอยู่ที่ 21.3% ลดลงเล็กน้อยจาก 21.6% ในไตรมาส 2/2568 แต่ปรับดีขึ้นจาก 20.8% ในไตรมาส 1/2569
ด้านธุรกิจกะทิเริ่มฟื้นตัว โดยยอดขายน้ำกะทิเพิ่มขึ้น 13% YoY มาอยู่ที่ 663 ล้านบาท ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 25.3% จาก 7.7% ในไตรมาส 2/2568 และจุดต่ำสุดที่ 6.4% ในไตรมาส 1/2569 จากต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง ส่วนธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงทำสถิติยอดขายสูงสุดใหม่ที่ 333 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 79% YoY จากทั้งการขายสินค้า OEM และผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ Moochie, VETMOO+ และ MunnChie
อย่างไรก็ตาม สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายเพิ่มขึ้นเป็น 14.4% ในไตรมาส 2/2569 จาก 11.8% ในไตรมาส 2/2568 โดยหลักมาจากค่าใช้จ่ายในการบริหารก่อนการเปิดดำเนินงานเชิงพาณิชย์ของโรงงานในประเทศฟิลิปปินส์
สำหรับแผนการเติบโต บริษัทตั้งเป้ากำไรสุทธิปี 2571 ที่ 800-1,000 ล้านบาท จาก 244 ล้านบาทในปี 2568 โดยธุรกิจน้ำมะพร้าวมีแผนขยายตลาดในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น รวมถึงเพิ่มส่วนแบ่งตลาดจากลูกค้าเดิมในสหรัฐฯ ยุโรป และเอเชีย พร้อมออกผลิตภัณฑ์ใหม่ทั้งในไทยและต่างประเทศ ขณะที่ตลาดจีนจะเน้นกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ที่มีคุณภาพ
ส่วนธุรกิจกะทิได้รับปัจจัยหนุนจากโรงงานใหม่ในฟิลิปปินส์ ซึ่งปัจจุบันก่อสร้างแล้ว 99% และคาดว่าจะเริ่มผลิตในเดือนธันวาคม 2569 โดยจะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในตลาดยุโรปจากด้านภาษีนำเข้า ขณะที่ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงยังเดินหน้าขยายตลาดทั้งแบรนด์ของบริษัทและ OEM พร้อมออกผลิตภัณฑ์ใหม่และขยายตลาดจาก 35 ประเทศในปี 2568 เป็น 40 ประเทศในปี 2569
บล.พายประเมินมูลค่าพื้นฐาน COCOCO ที่ 7.20 บาท ด้วยวิธี P/E Multiple ที่ 16 เท่าของประมาณการกำไรปี 2570 ซึ่งใกล้เคียงค่าเฉลี่ยกลุ่มเครื่องดื่ม หลังปรับประมาณการไปใช้กำไรฐานปี 2570 และยังคงมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มการฟื้นตัวของอัตรากำไร จึงปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อ” จากเดิม “ถือ”
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
