งานวิจัยชี้ ดื่มกาแฟ อาจลดความเสี่ยงโรคตับ และมะเร็งตับได้

กาแฟเป็นเครื่องดื่มที่หลายคนขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวัน นอกจากช่วยให้ร่างกายตื่นตัวแล้ว งานวิจัยล่าสุดยังพบว่า การดื่มกาแฟเป็นประจำอาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคตับและมะเร็งตับได้ แม้ในผู้ที่ดื่มมากถึงวันละ 5 ถ้วยขึ้นไป
ผลการศึกษาขนาดใหญ่ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Clinical Gastroenterology and Hepatology เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ติดตามผู้เข้าร่วมกว่า 354,000 คนเป็นเวลานานกว่า 10 ปี พบความสัมพันธ์ระหว่างการบริโภคกาแฟกับการลดความเสี่ยงของโรคตับหลายชนิด
กาแฟอาจช่วยปกป้องตับได้อย่างไร
ดร.ฮยอนซอก คิม แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคตับจากศูนย์การแพทย์ Cedars-Sinai และหัวหน้าทีมวิจัย ระบุว่า ประโยชน์ของกาแฟต่อสุขภาพตับอาจไม่ได้เกิดจากคาเฟอีนเพียงอย่างเดียว เพราะผู้ที่ดื่มกาแฟไร้คาเฟอีนก็ได้รับผลดีในลักษณะใกล้เคียงกัน
นักวิจัยจึงสันนิษฐานว่า สารต้านอนุมูลอิสระและสารประกอบทางชีวภาพในกาแฟ อาจมีบทบาทในการลดการอักเสบและชะลอการเกิดพังผืดหรือแผลเป็นในตับ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญของโรคตับเรื้อรัง
ยิ่งดื่มมาก ความเสี่ยงยิ่งลดลง
ผลการศึกษาพบว่า ปริมาณการดื่มกาแฟสัมพันธ์กับการลดความเสี่ยงของโรคตับ ดังนี้
- วันละ 1–2 ถ้วย ลดความเสี่ยงภาวะตับแข็ง 20% ลดความเสี่ยงมะเร็งตับ 24% และลดโอกาสเสียชีวิตจากโรคตับ 31%
- วันละ 3–4 ถ้วย ลดความเสี่ยงภาวะตับแข็งและมะเร็งตับได้ประมาณ 35% และลดการเสียชีวิตจากโรคตับ 41%
- วันละ 5 ถ้วยขึ้นไป ลดความเสี่ยงภาวะตับแข็ง 32% ลดความเสี่ยงมะเร็งตับ 47% และลดการเสียชีวิตจากโรคตับ 42%
นักวิจัยระบุว่า แม้การดื่มในปริมาณมากจะยังสัมพันธ์กับประโยชน์ต่อสุขภาพตับ แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนควรเพิ่มปริมาณกาแฟ เพราะความสามารถในการรับคาเฟอีนของแต่ละคนแตกต่างกัน
กาแฟใส่น้ำตาล ยังดีอยู่หรือไม่
ผลการศึกษาพบว่า ผู้ที่เติมน้ำตาลหรือสารให้ความหวานในกาแฟยังคงได้รับประโยชน์ต่อสุขภาพตับ แต่ประสิทธิภาพในการลดความเสี่ยงอาจน้อยกว่าผู้ที่ดื่มกาแฟไม่หวานเล็กน้อย
นอกจากนี้ ผู้ที่ใช้สารให้ความหวานยังพบตัวบ่งชี้การอักเสบของตับสูงขึ้น ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคไขมันพอกตับในระยะยาว จึงควรจำกัดการเติมน้ำตาล ครีมเทียม และสารให้ความหวานในเครื่องดื่ม
ดื่มกาแฟอย่างไรให้ปลอดภัย
แม้งานวิจัยจะชี้ถึงประโยชน์ของกาแฟ แต่ผู้เชี่ยวชาญยังแนะนำให้บริโภคในปริมาณที่เหมาะสม โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) แนะนำให้ผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพแข็งแรงได้รับคาเฟอีนไม่เกิน 400 มิลลิกรัมต่อวัน หรือประมาณกาแฟ 2–3 แก้วมาตรฐาน
นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟในช่วง 6 ชั่วโมงก่อนเข้านอน เพื่อป้องกันผลกระทบต่อคุณภาพการนอนหลับ โดยผู้เชี่ยวชาญหลายคนแนะนำว่าไม่ควรดื่มกาแฟหลังเวลา 15.00 น.
งานวิจัยยังพบสัญญาณที่ดีต่อสุขภาพตับ
นอกจากการติดตามอุบัติการณ์ของโรคแล้ว นักวิจัยยังใช้การตรวจ MRI และการวิเคราะห์โปรตีนในร่างกาย พบว่าผู้ดื่มกาแฟมีปริมาณไขมันสะสมในตับและการอักเสบน้อยกว่า รวมถึงมีโปรไฟล์โปรตีนที่สะท้อนสุขภาพตับที่ดีกว่า
อย่างไรก็ตาม นักวิจัยย้ำว่า ผลการศึกษานี้เป็นการศึกษาความสัมพันธ์ จึงยังไม่สามารถยืนยันได้ว่ากาแฟเป็นสาเหตุโดยตรงที่ช่วยป้องกันโรคตับ อีกทั้งผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่เป็นชาวยุโรปและค่อนข้างใส่ใจสุขภาพ จึงจำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมในประชากรกลุ่มอื่น
กาแฟอาจมีประโยชน์มากกว่าที่คิด
ก่อนหน้านี้มีงานวิจัยจำนวนมากที่พบว่า การดื่มกาแฟในปริมาณเหมาะสมมีความสัมพันธ์กับการลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังหลายชนิด เช่น โรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรคหัวใจ ภาวะหัวใจล้มเหลว โรคหลอดเลือดสมอง และภาวะสมองเสื่อม
แม้กาแฟจะมีแนวโน้มเป็นเครื่องดื่มที่ส่งผลดีต่อสุขภาพ แต่การดูแลสุขภาพตับยังควรอาศัยการรับประทานอาหารที่สมดุล ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ควบคุมน้ำหนัก งดดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก และตรวจสุขภาพตามความเหมาะสมร่วมด้วย เพื่อให้ตับแข็งแรงในระยะยาว
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
