องค์การนามัยโลกรับรองการใช้งานมาลาเรียกับเด็กทารกครั้งแรกของโลก

องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ได้ประกาศความก้าวหน้าครั้งสำคัญในการต่อสู้กับโรคมาลาเรีย ด้วยการรับรองมาตรฐาน ยารักษาชนิดแรกที่พัฒนาขึ้นเฉพาะสำหรับทารกแรกเกิดและทารกอายุน้อยที่มีน้ำหนักระหว่าง 2–5 กิโลกรัม
โดยเป็นการรับว่ายานี้
- ผ่านมาตรฐานสากลด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และประสิทธิผล
- ช่วยเพิ่มการเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพสำหรับกลุ่มผู้ป่วยที่ขาดโอกาสมากที่สุดกลุ่มหนึ่ง
ยาที่เพิ่งได้รับการรับรองคือ artemether-lumefantrine ซึ่งเป็นสูตรยาต้านมาลาเรียตัวแรกที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับผู้ป่วยเด็กเล็กที่สุด ก่อนหน้านี้ ทารกที่เป็นมาลาเรียต้องใช้ยาที่ออกแบบมาสำหรับเด็กโต ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการให้ยาผิดขนาด เกิดผลข้างเคียง และความเป็นพิษ การรับรองนี้จะช่วยให้ภาครัฐสามารถจัดซื้อยาได้ และช่วยปิดช่องว่างด้านการรักษาที่มีมานาน สำหรับทารกประมาณ 30 ล้านคนที่เกิดในพื้นที่ที่มีการระบาดของมาลาเรียในแอฟริกาในแต่ละปี
นายทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่ของ WHO กล่าวว่า ตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมา มาลาเรียได้พรากลูกจากพ่อแม่ และพรากทั้งสุขภาพ ความมั่งคั่ง และความหวังจากชุมชนต่าง ๆ แต่วันนี้เรื่องราวกำลังเปลี่ยนไป วัคซีนใหม่ การตรวจวินิจฉัย ชุดมุ้งกันยุงรุ่นใหม่ และยาที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงยาที่ปรับให้เหมาะกับเด็กเล็กที่สุด กำลังช่วยพลิกสถานการณ์ การยุติมาลาเรียภายในช่วงชีวิตของเราไม่ใช่แค่ความฝันอีกต่อไป แต่เป็นความเป็นไปได้จริง หากมีความมุ่งมั่นทางการเมืองและการเงินอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้เราทำได้ และตอนนี้เราต้องทำ
ชุดตรวจใหม่ที่ได้รับการรับรอง
นอกจากนี้ เมื่อช่วงกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา WHO ยังได้ให้การรับรองชุดตรวจวินิจฉัยแบบรวดเร็ว ใหม่ 3 ชนิด เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายด้านการวินิจฉัยมาลาเรียที่เกิดขึ้น ชุดตรวจมาลาเรียที่ใช้กันทั่วไปสำหรับเชื้อ P. falciparum จะตรวจจับโปรตีนที่เรียกว่า HRP2 แต่จากงานวิจัยและการสำรวจใน 46 ประเทศ พบว่าเชื้อมาลาเรียบางสายพันธุ์สูญเสียยีนที่สร้างโปรตีนนี้ไป ทำให้ “มองไม่เห็น” สำหรับชุดตรวจแบบ HRP2 และเกิดผลลบลวง ในประเทศแถบแอฟริกาตะวันออก บางพื้นที่ตรวจไม่พบผู้ป่วยได้มากถึง 80% ส่งผลให้การรักษาล่าช้า อาการรุนแรงขึ้น และอาจเสียชีวิต
ชุดตรวจรุ่นใหม่แก้ปัญหานี้โดยหันไปตรวจจับโปรตีนอีกชนิดหนึ่งของเชื้อซึ่งเชื้อไม่สามารถสูญเสียได้ง่าย จึงเป็นทางเลือกที่เชื่อถือได้และมีการรับรองคุณภาพในพื้นที่ที่ชุดตรวจแบบ HRP2 ใช้ไม่ได้ผล
ปัจจุบัน WHO แนะนำให้ประเทศต่าง ๆ เปลี่ยนมาใช้ชุดตรวจทางเลือกนี้ เมื่อพบว่ามีผู้ป่วยมากกว่า 5% ที่ตรวจไม่พบจากการขาดยีน pf-hrp2 เพื่อให้การวินิจฉัยแม่นยำ การรักษาเหมาะสม และปกป้องความก้าวหน้าในการควบคุมมาลาเรีย โดยเฉพาะในชุมชนที่เปราะบาง
สถานการณ์มาลาเรียในปัจจุบัน
การประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการเปิดตัวแคมเปญวันมาลาเรียโลกปี 2026 ภายใต้แนวคิด “Driven to End Malaria: Now We Can. Now We Must.” ซึ่งเป็นการเรียกร้องให้คว้าโอกาสในตอนนี้ เพื่อปกป้องชีวิตผู้คนและสนับสนุนอนาคตที่ปลอดมาลาเรีย
ตามรายงานของ World Malaria Report 2025 ระบุว่า ในปี 2024 มีผู้ป่วยมาลาเรียประมาณ 282 ล้านราย และมีผู้เสียชีวิต 610,000 ราย เพิ่มขึ้นจากปี 2023 แม้จะมี 47 ประเทศได้รับการรับรองว่าปลอดมาลาเรีย และอีก 37 ประเทศรายงานผู้ป่วยน้อยกว่า 1,000 รายในปี 2024 แต่ความก้าวหน้าในระดับโลกกำลังชะลอตัว ความสำเร็จที่ได้มามีความเสี่ยงจากหลายปัจจัย เช่น การดื้อยา การดื้อสารกำจัดแมลง ความล้มเหลวของการวินิจฉัย และการลดลงอย่างมากของความช่วยเหลือด้านการพัฒนาระหว่างประเทศ
แม้จะมีความท้าทายเหล่านี้ แต่ก็มีความก้าวหน้าที่สำคัญ โดยตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา สามารถป้องกันการติดเชื้อมาลาเรียได้ประมาณ 2.3 พันล้านครั้ง และช่วยชีวิตผู้คนได้ 14 ล้านคนทั่วโลก
ปัจจุบันมี 25 ประเทศที่เริ่มนำวัคซีนมาลาเรียมาใช้ ปกป้องเด็กหลายล้านคน ขณะที่มุ้งกันยุงรุ่นใหม่คิดเป็น 84% ของมุ้งทั้งหมดที่แจกจ่าย ความก้าวหน้าเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า เมื่อทุกภาคส่วนร่วมมือกันพัฒนาและดำเนินการตามคำมั่นสัญญา ก็สามารถเข้าใกล้เป้าหมายการยุติมาลาเรียสำหรับทุกคนได้จริง
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
