ความหวังใหม่ผู้ป่วยตับอักเสบบี ยาทดลองชนิดใหม่อาจช่วยหยุดการรักษาได้ในผู้ป่วยบางราย

วงการแพทย์อาจกำลังก้าวเข้าใกล้การรักษาโรคตับอักเสบบีเรื้อรังได้มากขึ้น หลังผลการศึกษาระดับนานาชาติพบว่า ยาทดลองชนิดใหม่ชื่อ “Bepirovirsen” สามารถช่วยให้ผู้ป่วยบางส่วนหยุดการรักษาได้โดยไม่พบการกลับมาของไวรัส ซึ่งนักวิจัยเรียกว่า “การรักษาหายเชิงหน้าที่” (Functional Cure)
ผลการศึกษาสองฉบับที่มีผู้ป่วยเข้าร่วมรวม 1,838 คน พบว่าประมาณ 20% ของผู้ที่ได้รับยา Bepirovirsen มีระดับไวรัสลดลงจนระบบภูมิคุ้มกันสามารถควบคุมได้เอง แม้จะหยุดใช้ยาทั้งหมดแล้วก็ตาม ขณะที่ผู้ป่วยในกลุ่มที่ได้รับยาหลอกไม่พบผลลัพธ์ลักษณะนี้เลย
ศาสตราจารย์ Seng Gee Lim จาก National University Health System ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในหัวหน้าคณะวิจัย ระบุว่า นี่เป็นครั้งแรกที่มียารักษาโรคตับอักเสบบีที่แสดงผลการรักษาในระดับนี้ โดยผลการศึกษาถูกนำเสนอในการประชุมวิชาการที่นครบาร์เซโลนา ประเทศสเปน และได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร New England Journal of Medicine
โรคตับอักเสบบีเรื้อรังเป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญของโลก สามารถนำไปสู่ภาวะตับวายหรือมะเร็งตับ และคร่าชีวิตผู้คนราว 1.1 ล้านคนต่อปี ปัจจุบันมีผู้ป่วยโรคตับอักเสบบีเรื้อรังมากกว่า 250 ล้านคนทั่วโลก และประมาณ 1.7 ล้านคนในสหรัฐอเมริกา
แม้การรักษามาตรฐานในปัจจุบันจะสามารถควบคุมระดับไวรัสได้ด้วยการรับประทานยาทุกวัน แต่ผู้ป่วยส่วนใหญ่ต้องรักษาต่อเนื่องตลอดชีวิต เนื่องจากไวรัสตับอักเสบบีมีความสามารถในการซ่อนตัวอยู่ในร่างกาย และสามารถกลับมาเพิ่มจำนวนได้อีกหากหยุดยา
Bepirovirsen ซึ่งพัฒนาโดยบริษัท GSK และ Ionis Pharmaceuticals ออกฤทธิ์โดยเข้าไปจับกับสารพันธุกรรมของไวรัส ยับยั้งการเพิ่มจำนวนของเชื้อ ลดการสร้างโปรตีนผิวไวรัส (S Protein) และช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน
ในการทดลอง ผู้ป่วยได้รับการฉีดยาสัปดาห์ละครั้งเป็นเวลา 6 เดือน ควบคู่กับยาที่ใช้อยู่เดิม หากไม่พบไวรัสเป็นเวลา 6 เดือนหลังหยุดฉีด จึงสามารถหยุดยาประจำได้ด้วย
ผลการติดตามพบว่า ผู้ป่วยประมาณ 1 ใน 5 ยังคงไม่พบไวรัสเป็นเวลาอย่างน้อย 6 เดือนหลังหยุดการรักษาทั้งหมด ซึ่งถือเป็นเป้าหมายสำคัญที่นักวิจัยพยายามค้นหามานานหลายทศวรรษ
นักวิจัยยังพบว่า ผู้ป่วยที่มีระดับ S Protein ต่ำก่อนเริ่มรักษามีแนวโน้มตอบสนองต่อยาได้ดีกว่า อย่างไรก็ตาม ยังต้องมีการศึกษาต่อเพื่อทำความเข้าใจว่าเหตุใดผู้ป่วยบางรายจึงตอบสนองต่อการรักษาได้ดีกว่าคนอื่น
ด้าน Melanie Paff รองประธานของ GSK เปิดเผยว่า จากการติดตามผู้ป่วยบางส่วนในงานวิจัยก่อนหน้านี้ พบว่าหลายรายยังคงควบคุมไวรัสได้ดีต่อเนื่องนานถึง 3 ปีหลังหยุดยา
สำหรับผลข้างเคียงที่พบ ส่วนใหญ่เป็นอาการไม่รุนแรง เช่น อาการปวดหรือรอยแดงบริเวณที่ฉีดยา รวมถึงการเพิ่มขึ้นชั่วคราวของเอนไซม์ตับบางชนิด
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่ายังจำเป็นต้องศึกษาต่อในกลุ่มผู้ป่วยที่มีภาวะตับแข็ง ระดับ S Protein สูง หรือมีภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ก่อนที่จะสามารถสรุปประสิทธิภาพของยาได้อย่างครอบคลุม
ปัจจุบัน Bepirovirsen อยู่ระหว่างการพิจารณาแบบเร่งด่วนโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) ซึ่งคาดว่าจะมีการตัดสินใจภายในเดือนตุลาคมนี้ ขณะที่หน่วยงานกำกับดูแลในยุโรป จีน และญี่ปุ่น ก็กำลังพิจารณาอนุมัติยาดังกล่าวเช่นกัน
หากได้รับการอนุมัติ ยาตัวนี้อาจกลายเป็นความหวังใหม่สำหรับผู้ป่วยโรคตับอักเสบบีเรื้อรังทั่วโลก และอาจเปลี่ยนแนวทางการรักษาโรคนี้ในอนาคตอย่างมีนัยสำคัญ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
