รีเซต

1 ใน 5 ประชากรโลกมีแนวโน้มเป็นมะเร็ง

1 ใน 5 ประชากรโลกมีแนวโน้มเป็นมะเร็ง
TNN ช่อง16
31 กรกฎาคม 2569 ( 10:43 )
9

องค์การอนามัยโลก (WHO) เปิดเผยรายงานสถานการณ์โรคมะเร็งโลกประจำปี ระบุว่า 1 ใน 5 ของประชากรโลกมีแนวโน้มได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งตลอดช่วงชีวิต พร้อมเตือนว่าความเหลื่อมล้ำด้านระบบสาธารณสุขยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการป้องกัน การตรวจพบ การรักษา และโอกาสรอดชีวิตของผู้ป่วย มากกว่าปัจจัยด้านชีววิทยาของโรคในหลายกรณี

ข้อมูลล่าสุด ระบุว่าในปี 2024 มีผู้ป่วยมะเร็งทั่วโลก 20.6 ล้านคน โดยเป็นผู้ป่วยรายใหม่ 19.5 ล้านคน แบ่งเป็นผู้ชาย 9.9 ล้านคน และผู้หญิง 9.6 ล้านคน

WHO คาดการณ์ว่า ภายในปี 2050 จำนวนผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นเป็น 35 ล้านคนต่อปี และเชื่อว่าตัวเลขดังกล่าวอาจยังไม่สะท้อนผลกระทบที่แท้จริงของภาระโรคมะเร็งทั่วโลก

รายงานยังสะท้อนความเหลื่อมล้ำด้านโอกาสรอดชีวิต โดยเฉพาะในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมและมะเร็งในเด็ก พบว่าในประเทศรายได้สูง ซึ่งสามารถตรวจพบโรคได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น อัตราการรอดชีวิต 5 ปีสูงกว่า 85 เปอร์เซนต์ ขณะที่ประเทศรายได้ต่ำมีอัตรารอดชีวิตต่ำกว่า 45%

นอกจากนี้ โรคมะเร็งยังกลายเป็น สาเหตุการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรอันดับหนึ่งในปี 2021 ใน 41 ประเทศทั่วโลก

WHO ระบุว่า ปัจจุบันมีเพียง 12 ประเทศ ที่มีแนวโน้มบรรลุเป้าหมายการลดอัตราการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรจากโรคมะเร็งลง 1 ใน 3 ภายในปี 2030 ขณะที่ 48 ประเทศ กลับมีอัตราการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรจากโรคมะเร็งเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มสูงขึ้น

รายงานชี้ให้เห็นช่องว่างสำคัญในระบบสุขภาพ ได้แก่

  • การลงทุนด้านการป้องกันและการตรวจคัดกรองระยะเริ่มต้นยังไม่เพียงพอ
  • ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการตรวจวินิจฉัยและการฉายรังสีรักษา
  • บุคลากรทางการแพทย์ที่มีทักษะยังขาดแคลน
  • การวิจัยด้านโรคมะเร็งยังไม่สมดุลกับความต้องการของผู้ป่วย
  • มะเร็งไม่ได้กระทบแค่สุขภาพ แต่ยังส่งผลต่อคุณภาพชีวิต

WHO ยังสำรวจประสบการณ์ของผู้ป่วยมะเร็งและครอบครัวจากหลายประเทศ พบว่าการวินิจฉัยโรคมะเร็งมักนำไปสู่ผลกระทบหลายด้าน ทั้งความเครียด ปัญหาสุขภาพจิต ภาวะซึมเศร้า ความยากลำบากทางการเงิน และคุณภาพชีวิตที่ลดลง ขณะที่ผู้ดูแลก็ต้องเผชิญภาระจากการดูแลโดยไม่ได้รับค่าตอบแทน ความโศกเศร้าที่ยืดเยื้อ และความโดดเดี่ยวทางสังคม

แม้มาตรการควบคุมยาสูบจะประสบความสำเร็จ โดยกรอบอนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมยาสูบของ WHO มีส่วนช่วยลดอัตราการใช้ยาสูบทั่วโลกลง 27 เปอร์เซนต์  ตั้งแต่ปี 2010 แต่ WHO ระบุว่ายังต้องเร่งดำเนินมาตรการป้องกันเพิ่มเติม

ด้านการฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อ HPV ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งปากมดลูก พบว่าในประเทศที่มีโครงการฉีดวัคซีน ครอบคลุมเด็กผู้หญิงได้รับวัคซีนเข็มแรกเฉลี่ย 31 เปอร์เซนต์ เพิ่มขึ้นจาก 17 เปอร์เซนต์ ในปี 2019 แต่ยังห่างไกลจากเป้าหมาย 90% ภายในปี 2030

WHO ยังตั้งข้อสังเกตถึง "ความย้อนแย้งด้านการใช้จ่าย" ที่หลายประเทศให้ความสำคัญกับการลงทุนในเทคโนโลยีและการรักษา ขณะที่การดูแลผู้รอดชีวิตจากโรคมะเร็งและการดูแลแบบประคับประคอง (Palliative care) กลับได้รับงบประมาณและความสนใจน้อยกว่า

องค์การอนามัยโลกย้ำว่าจะเดินหน้าผลักดันให้ทั่วโลกตระหนักถึงความเหลื่อมล้ำที่ผู้ป่วยมะเร็งจำนวนมากยังคงเผชิญ และเรียกร้องให้ทุกประเทศเร่งพัฒนาระบบป้องกัน การรักษา และการดูแลที่เข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม เพื่อเพิ่มโอกาสรอดชีวิตของผู้ป่วยในอนาคต

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง