Market Cap สินทรัพย์ดิจิทัลลดลงแรงในหนึ่งสัปดาห์ โอกาสหรือความเสี่ยง?

Market Cap สินทรัพย์ดิจิทัลลดลงแรงในหนึ่งสัปดาห์ โอกาสหรือความเสี่ยง?
TNN ช่อง16
26 กุมภาพันธ์ 2564 ( 04:59 )
27
Market Cap สินทรัพย์ดิจิทัลลดลงแรงในหนึ่งสัปดาห์ โอกาสหรือความเสี่ยง?

สัปดาห์ที่ผ่านหลายท่านน่าจะพอได้ยินข่าวเกี่ยวกับการปรับตัวลงของราคาสินทรัพย์ดิจิทัล อย่างเช่นบิทคอยน์ ที่ลงอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่วัน สาเหตุของการปรับตัวลดลงครั้งนี้หลัก ๆ เลยมาจากการที่ราคาบิทคอยน์ปรับตัวขึ้นสูงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี 2020 จนถึงปัจจุบัน (26/02/2021) เกือบ 700 % เมื่อราคาขึ้นสูงขนาดนี้ทำให้หลายคนที่ซื้อเอาไว้เริ่มระมัดระวังและ “จ้องหาจังหวะขายทำกำไร” อยู่ตลอดเวลา จนบุรุษท่านหนึ่งที่ Bullish กับบิทคอยน์มาก ๆ อย่างคุณอีลอน มัสก์ เจ้าพ่อเทคโนโลยีระดับโลกได้ออกมาทวิตข้อความผ่าน ทวิตเตอร์ เตือนว่าราคาของบิทคอยน์อยู่ในระดับที่สูงเกินไปแล้ว ในขณะเดียวกันคุณเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐอเมริกาได้ให้สัมภาษณ์กับ CNBC ว่า เธอไม่คิดว่าบิทคอยน์จะถูกใช้อย่างกว้างขวาง เท่ากับทองคำและมองว่าสิ่งนี้มักจะถูกใช้ในสิ่งที่ผิดกฎหมายมากกว่า รวมถึงกังวลเรื่องความผันผวนของราคา เมื่อสองคนประสานเสียงพร้อมกันแบบนี้ ความกลัวก็ครอบงำตลาดทันที เริ่มมีการเปิดเกมส์ “ชิงขาย” และหลายท่านเริ่ม Panic Sell ขายตาม ๆ กันจนราคาบิทคอยน์ปรับตัวลงจาก 60,000 ดอลลาร์สหรัฐหรือราว 1,800,000 บาท (อ้างอิงจากราคาซื้อขายของแพลตฟอร์มซิปเม็กซ์ณ วันที่ 22/02/2021) ลงมาระดับ 50,000 ดอลลาร์สหรัฐหรือ 1,400,000 บาทโดยประมาณ ถือเป็นการปรับฐานกว่า 23 % ภายในสัปดาห์เดียวครับ

 Market Cap ของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลสูงถึง 1.78ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

เมื่อการยอมรับของสินทรัพย์ดิจิทัลเพิ่มสูงขึ้นหลังการระบาดของ Covid-19 ขนาดตลาดหรือ Total Market Capitalization ก็เติบโตขึ้นกว่า 900 % จาก 1.8 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐสู่ระดับ 1.78 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในช่วงเวลาปีเศษเท่านั้น แม้ในช่วงที่สินทรัพย์ดิจิทัลมีการปรับฐานลงมา Market Cap ก็ยังอยู่ที่ระดับ 1.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยที่ Market Cap ของบิทคอยน์ตัวเดียวคิดเป็น 61 % ทั้งภาพรวมทั้งหมด แล้วเมื่อย้อนไปดูวอลลุ่มการซื้อขายย้อนหลังในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาก็ยังแสดงถึงการความสนใจที่มากขึ้น ซึ่งมีปริมาณหรือวอลลุ่มการซื้อขายสูงสุดต่อวันกว่า 2.8 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ แม้จะน้อยกว่าตลาดหุ้น ตลาดตราสารหนี้ ตลาดค่าเงิน แต่ตัวเลขเหล่านี้ก็แสดงในเห็นว่าสิ่งที่หลายคนเคยมองว่าเป็นเงินของเล่นไม่มีคุณค่าในอดีตกลับเป็นสิ่งที่ได้รับการยอมรับและเติบโตมาจนถึงทุกวันนี้

Higher Volatility Higher Return

หากมองในมุมของความเสี่ยงด้านการลงทุนนั้นมีหลากหลายปัจจัยมากที่ต้องคำนึงถึง เช่น Market Risk , Counter Party Risk แต่สิ่งเหล่านี้สามารถทำให้ลดลงได้ด้วยการ “ศึกษาหาความรู้อย่างจริงจัง” เมื่อเรารู้มากขึ้น ความเสี่ยงหลายอย่างก็จะลดลงได้ในระดับหนึ่ง ส่วนเรื่องความผันผวนของราคาสินทรัพย์เป็นสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ คาดการณ์ก็ลำบาก แต่หากเราพยายามทำความเข้าใจนิสัยของสินทรัพย์นั้น ๆ เราก็จะเห็นถึงพฤติกรรมที่เป็นปกติและเป็นธรรมชาติของมัน ดังตัวอย่างในรูปด้านล่างนี้ครับ

จากภาพด้านบนคือผลตอบแทนรายเดือนตั้งแต่ มกราคม 2015 จนถึง ธันวาคม 2020 ทุกคนจะสังเกตุเห็นว่าแม้ผลตอบแทนรายปีของ Bitcoin จะสูงมากแค่ไหนแต่ระหว่างทางก็มีติดลบให้เห็นตลอด (ช่องสีแดงคือเดือนที่ติดลบ ยิ่งลบมากสียิ่งเข้มมาก) ถ้าหากสินทรัพย์ใดมีการเติบโต นักลงทุนมอบ Value ให้กับมัน ในท้ายที่สุดมันก็จะสามารถให้ผลตอบแทนที่เป็นบวกกับพอร์ตเราได้ จากข้อมูลตรงนี้ เดือนที่ให้ผลตอบแทนติดลบ (พูดง่ายๆคือราคาลงนั่นแหละครับ) คือเดือนมกราคม มีนาคม กันยายน สังเกตุได้จากช่อง Avg. ซึ่งก็คือค่าเฉลี่ยในแต่ละเดือนของข้อมูล แต่ผมไม่ได้มาใบ้ว่าให้หลีกเลี่ยงเดือนเหล่านั้นเพื่อให้ผลตอบแทนของพอร์ตดีขึ้นนะครับ เพราะนี่คือข้อมูลในอดีต เหตุการณ์ในอนาคตไม่มีใครสามารถบอกได้ชัดเจน 100 % หรอกครับ แต่เราจะมาชี้ให้เห็นว่าสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างเช่นบิทคอยน์นั้นมีความผันผวนของราคาในระดับสูงจริง แต่ในขณะเดียวกัน Opportunity ก็สูงเช่นเดียวกัน หน้าที่ของเราในฐานะนักลงทุนหรือผู้ที่สนใจคือการบริหาร Risk & Opportunity ตลอดการเดินทางในโลกใหม่ที่เรียกว่าสินทรัพย์ดิจิทัลครับ

สนใจศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลได้ที่นี่ https://zipmex.co.th/


ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง