รีเซต

เปิดมุมมอง 3 โบรกฯ ส่องกลยุทธ์ลงทุน พร้อมเสิร์ฟหุ้นเด่นวันนี้

เปิดมุมมอง 3 โบรกฯ ส่องกลยุทธ์ลงทุน พร้อมเสิร์ฟหุ้นเด่นวันนี้
ทันหุ้น
16 สิงหาคม 2565 ( 09:25 )
134
เปิดมุมมอง 3 โบรกฯ ส่องกลยุทธ์ลงทุน พร้อมเสิร์ฟหุ้นเด่นวันนี้

#SET #ทันหุ้น - บล.ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) มองแนวโน้มตลาดวันนี้ คาด SET Index แกว่งตัว Sideways กรอบ 1,615-1,630 จุด กลุ่มพลังงานคาดถ่วงตลาดหลังราคาน้ำมันปรับลงแรงกังวลเศรษฐกิจจีนชะลอ ขณะที่ Supply ทยอยปรับขึ้น อย่างไรก็ตามกระแสเงินทุนต่างชาติคาดยังไหลเข้าตลาดหุ้นไทยและประคองดัชนีจากเศรษฐกิจที่อยู่ในช่วงเร่งตัว โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่จะฟื้นชัดขึ้นใน 4Q22  ขณะที่กำไร 2Q22 ของบจ.โดยรวมออกมาดีกว่าที่เราคาดราว 10% นำโดยกลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี โรงพยาบาล แต่ Sector ที่ออกมาต่ำกว่าคาดคือค้าปลีกและรับเหมาฯ 

 

ภาพรวมเรายังชอบกลุ่ม Domestic และ Reopening Play ซึ่งได้อานิสงส์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจใน 2H22-2023 และกลับไปเท่าช่วงก่อน COVID-19  อย่างไรก็ตาม SET Index ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องและค่อนข้างเร็วราว 7% จาก Low เดือนก่อน ทำให้ Upside เริ่มจำกัดเทียบกับ SET Target ของเราที่ 1,670 จุด จึงแนะนำทำกำไรระยะสั้นบางส่วนในช่วงปรับขึ้นโดยเฉพาะเมื่อเห็น Flow ต่างชาติเริ่มชะลอและ Short ปิดสถานะ Long Index Futures อย่างหนาแน่น และรอสะสมหุ้นกลับในช่วงอ่อนตัว 

 

กลยุทธ์ : ยังเน้นลงทุนกลุ่ม Domestic และ Reopening Play // ทำกำไรบางส่วนบริเวณ 1,630+ จุด 

หุ้นเด่นเดือนส.ค. : BBL, ILINK, NSL, SAPPE, SC

 

หุ้นเด่นวันนี้ : SISB

• แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 15 บาท

• กำไร 2Q22 +24% Q-Q, +20% Y-Y ทำ New High และดีกว่าคาด 14% จากจำนวนักเรียนที่เพิ่มขึ้นเป็น 2,731 คน สูงสุดเป็นประวัติการณ์ และค่าเทอมเพิ่มจากการที่นักเรียนกลับมาเรียน on-site มีค่าอาหารกลางวันและกิจกรรมหลังเลิกเรียน และคุมรายจ่ายได้ดี

• กำไร 1H22 คิดเป็น 50% ของคาดการณ์ทั้งปี ขณะที่แนวโน้มกำไรครึ่งปีหลังคาดเร่งตัวขึ้นต่อเนื่อง เบื้องต้นประเมินว่าประมาณการกำไรปีนี้มี upside ราว 10% 

• แนวรับ 13//12.60 บาท แนวต้าน 14-14.10 บาท

 

**บล.เคทีบีเอสที จำกัด (มหาชน) คาดดัชนีฯ Sideway up ตัวแปรไต้หวัน-จีน กลับมากดดันตลาด ขณะที่กำไรตลาด 2Q22 ของไทยออกมาดี ตัวแปรของจีนเริ่มมีความกังวลในเรื่องของเศรษฐกิจ ขณะที่ธนาคารกลางของจีนมีการปรับลดดอกเบี้ย 0.10% เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

 

ประเด็นไต้หวัน-จีน เริ่มมีความร้อนระอุ เนื่องจากสหรัฐฯ มีการส่งผู้แทนสภาสหรัฐฯ คณะใหม่เยือนไต้หวัน เรามองว่าจะทำให้กระทบความสัมพันธ์ของสหรัฐฯ-จีน รวมถึงอาจจะกระทบภาคเศรษฐกิจในเรื่องการค้า

 

ยูเครน-รัสเซีย ความกังวลต่าง ๆ เริ่มคลี่คลายลง เหลือแค่เพียงด้านพลังงาน (น้ำมัน) ที่ยังถูกกดดันอยู่

 

การเมืองไทย ติดตามการครบวาระตำแหน่งนายกฯ ที่ฝ่ายค้านจะมีการยื่นต่อรัฐธรรมนูยในวันที่ 17 ส.ค. นี้ และจะทราบผลภายในสัปดาห์หน้า เรามองว่าหากมีการเปลี่ยนนายกฯ จะส่งผลกระทบต่อการลงทุนของภาครัฐฯในช่วงเปลี่ยนผ่าน

 

บริษัทที่ส่งงบมาแล้ว 805 บริษัท กำไรตลาดอยู่ที่ 3.5 แสนล้านบาท +27.1% YoY; +35.8% QoQ

 

หุ้นขึ้น XD วันนี้ ได้แก่ CPNCG, DIF, FTREIT, POPF, PPF, SIRIP และ TFM

 

ตัวเลขเศรษฐกิจวันนี้ คือ การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน ก.ค. ของสหรัฐฯ

 

# Strategy

เรายังมองตลาด น่าจะ Sideway จาก Flow ที่กลับเข้าตลาด โดยความเสี่ยงที่มีอยู่เวลานี้ จะเป็นแนวโน้มเศรษฐกิจจีน และทิศทางการเมืองไทย การเข้าลงทุน เน้นหุ้นขนาดใหญ่ ที่ผลประกอบการมีแนวโน้มดีไว้ก่อน

 

การเก็งกำไรเรื่องงบจบลงไปแล้ว จากนี้ต้องดูการปรับคำแนะนำ ของนักวิเคราะห์ในหุ้นต่างๆ ระวังหุ้นที่ถูกปรับแนวโน้มเป็นลบ หรือลดราคาที่เหมาะสมลง

 

พอร์ตหุ้นวันนี้ เรานำหุ้น FSMART*, ASIAN, CPALL ออกจากพอร์ต และนำหุ้น PTTGC, IVL , KTB เข้ามาในพอร์ต พอร์ตหุ้นประกอบด้วย PTTGC(10%), IVL(10%), KTB(10%), AOT(10%), BANPU(10%), CRC(10%), SYNEX(15%)

 

# Strategy top picks

IVL: (เป้าเชิงกลยุทธ์ 45.50 บาท) “Spread ผลิตภัณฑ์ฟื้นตัวใน 2H22 จากราคาน้ำมันที่ลดลง”

•Spread ผลิตภัณฑ์ปิโตร ฯ และ ราคา Cotton เริ่มปรับเพิ่มขึ้นใน 2H22 รับเศรษฐกิจโลกที่เริ่มฟื้นตัว และราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงและคาด(ราคาน้ำมัน)ผ่านจุดสูงสุดใน 1H22 ไปแล้ว ล่าสุดน้ำมัน Brent อยู่ที่ $94/บาเรล (Supply เริ่มเพิ่มขึ้น)

•PET Spread มีแนวโน้มทรงตัวสูงใน 2H22 Oxiteno  (ธุรกิจ IOD) จะเป็นตัวหนุนกำไรใน 2H22

•DAOL ประเมินกำไรสุทธิปี 2022-2023 ที่ 5.5 หมื่น ลบ. และ 4.08 หมื่น ลบ. +110%YoY, -26%YoY ตามลำดับ

 

Technical : DITTO, SMT

 

**บล.คิงส์ฟอร์ด จำกัด วางแนวรับดัชนี SET ที่ 1,610 – 1,615 แนวต้าน 1,630 – 1,640 ได้หนุนจาก Fund Flow แต่ค่าเงินบาทเช้านี้กลับอ่อนค่า อาจส่งผลให้เม็ดเงินชะลอตัว แนะนำซื้อ KBANK,KTB,TISCO (+สินเชื่อฟื้นตัวตามภาวะเศรษฐกิจ)/ กลุ่มเปิดเมือง BJC,CRC,PTG,MINT,CENTEL

 

TH* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 8.50 บาท) บริษัทรายงานกำไร 2Q65 ที่ 68 ล้านบาท เติบโตโดดเด่น QoQ, YoY เป็นผลจากการรับรู้รายได้บริหารหนี้เพิ่มขึ้นตามขนาดของพอร์ต NPL ส่วนใน 2H65 บริษัทเตรียมเข้าประมูลหนี้กองใหม่อีกราว 2-3 พันล้านบาท ซึ่งเป็นสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล น่าจะรู้ผลใน 3Q65 ทั้งนี้ในปี 65 น่าจะเห็นการเติบโตของกำไรราว +80%YoY โดยยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมากจากฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง D/E ที่ 0.1x มีเงินสดและเงินลงทุนระยะสั้นราว 500 ล้านบาท รวมถึงเงินที่จะได้จากการใช้สิทธิ TH-W3

 

CPF (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 29.00 บาท) กำไรสุทธิงวด 2Q65 อยู่ที่  4,208 ลบ.(-11.17% YoY, +48.07% QoQ) ได้แรงหนุนจาก ราคาสุกร(101 บาท/กก.+11.0%QoQ, +35.2%YoY) และราคาไก่(43.6บาท/กก.+11.8%QoQ, +48.8%YoY) ในไทย โดย GPM ใน 2Q65 ปรับตัวมาที่ระดับ 14.50% ( ถือว่าอยู่ในระดับที่ดีเมื่อเทียบกับดำเนินงานเฉลี่ยปกติ และสูงขึ้นจาก 1Q65 ที่ 12.81%  แม้จะต่ำกว่าจาก 2Q64 ที่16.38%) สำหรับแนวโน้มในช่วง 3Q65 เบื้องต้นเราประเมินว่าจะเห็นการฟื้นตัวที่ดีจากฐานต่ำใน 3Q64 และยังมีแรงหนุนจากปัจจัยหลักคือ 1.ราคาเนื้อสัตว์ในไทยที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยช่วง ก.ค.65 ราคาสุกรอยู่ที่ 101.0 บาท/กก.(+0.0%MoM, +38.4%YoY) และราคาไก่อยู่ที่ระดับ 45.0 บาท/กก.(+9.8%MoM, +40.6% YoY) และ 2. ส่วนแบ่งกำไรที่น่าจะฟื้นตัว (CPALL) จากการระบาดของ Covid-19 ที่ปรับตัวดีขึ้น และ จากราคาสุกรในจีนช่วงเดือน ก.ค.65 เคลื่อนไหวที่ราว 20-22 RMB/kg. ปัจจุบัน เราประมาณการกำไรสุทธิปี 65 และ 66 ที่ระดับ 16,096 ลบ. (+23.55%YoY) และ 18,935 ลบ.(+17.63%YoY) ตามลำดับ  

 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง