รีเซต

"บาทแข็ง"ความเสี่ยงเบอร์1ผู้ส่งออกไทย

"บาทแข็ง"ความเสี่ยงเบอร์1ผู้ส่งออกไทย
TNN ช่อง16
28 มกราคม 2569 ( 12:52 )

นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทที่แข็งค่ามากในช่วงเวลานี้ ส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และเป็นการกระทบโดยตรงต่อผู้ประกอบการ โดยเฉพาะเมื่อเงินบาทแข็งค่าขึ้นมาอยู่ในระดับ 30-31 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งถือว่าแข็งค่ามากที่สุดในรอบ 5 ปี

โดยเรื่องนี้กลายเป็นปัจจัยเสี่ยงอันดับ 1 ของผู้ประกอบการไทย แซงหน้าประเด็นภาษีนำเข้าไทยไปสหรัฐ หรือ Reciprocal Tariff ที่ถูกปรับเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 19 เพราะเรื่องภาษีเราปรับตัวกันมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ค่าเงินบาทที่แข็งขึ้นอย่างรวดเร็ว กระทบต้นทุนและรายได้ทันที

ทั้งนี้ กลุ่มสินค้าส่งออกที่ได้รับผลกระทบ มากที่สุดคือกลุ่มเกษตรและอาหาร ไม่ว่าจะเป็นยางพารา ข้าว มันสำปะหลัง น้ำตาล รวมถึงอาหารแปรรูป เนื่องจากสินค้าเหล่านี้มีกำไรไม่สูง และใช้วัตถุดิบในประเทศเป็นหลัก เมื่อเงินบาทแข็งค่าจึงกระทบรายได้ทันทีเมื่อแปลงกลับเป็นเงินบาท



โดยค่าเงินบาทที่แข็งค่าต่อเนื่อง ยังส่งผลต่อคำสั่งซื้อจากตลาดโลก เนื่องจากการค้าระหว่างประเทศยังคงใช้ดอลลาร์สหรัฐเป็นหลัก แม้บางประเทศพยายามใช้สกุลเงินอื่น แต่ก็ยังเผชิญแรงกดดันจากสหรัฐอเมริกา

ผู้ส่งออกไทยเสนอราคาสินค้าเป็นดอลลาร์สหรัฐ แต่ต้นทุนจริงเป็นเงินบาท เมื่อบาทแข็ง เราอยากขอขึ้นราคา แต่ผู้ซื้อไม่ยอมรับ เพราะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว การขายจึงยากขึ้นมาก หลายรายต้องยืนราคาเดิมถึงจะขายได้ ทั้งที่รู้ว่าขาดทุน 

ดังนั้น ประเทศไทยต้องการรัฐบาลที่มีอำนาจเต็ม เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและเจรจากับต่างประเทศได้อย่างรวดเร็ว เสถียรภาพของรัฐบาลสำคัญมาก


ส่วนล่าสุด ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการส่งออก โดยปรับเกณฑ์การนำรายได้จากต่างประเทศกลับเข้าประเทศ จากเดิมที่ต้องนำเงินรายได้เกิน 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อรายการมาแลกเป็นเงินบาททันที 

เป็นการขยายเพดานเป็น 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อรายการก่อนต้องแปลงเป็นเงินบาท เพื่อช่วยชะลอการแลกเงินบาทในช่วงที่ค่าเงินแข็งค่า และลดการขาดทุนของผู้ส่งออกได้บางส่วนเท่านัื้น 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง