รีเซต

รู้จัก ‘พยาธิใบไม้ตับ’ เช็กอาการ-อาหารเสี่ยง ตัวการร้ายมะเร็งท่อน้ำดี

รู้จัก ‘พยาธิใบไม้ตับ’ เช็กอาการ-อาหารเสี่ยง ตัวการร้ายมะเร็งท่อน้ำดี
TNN ช่อง16
8 กรกฎาคม 2569 ( 08:20 )
15

พบนิสิตติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับสูงรวมกันกว่า 4,000 ราย

หลังจากมีการตรวจคัดกรองนักศึกษาน้องใหม่ที่เข้าเรียนในปีการศึกษา 2569 โดยมีการตรวจน้องใหม่ของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม 12,733 คน พบมีคนติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับมากถึง 4,233 คน คิดเป็น 33 %  ในขณะที่มีการตรวจคัดกรองน้องใหม่ของมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม 1,922 คน พบติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ 380 ราย หรือคิดเป็น 19% นั้น

ประสิทธิภาพของชุดตรวจ OV-RDT 

สถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี ระบุว่า เรื่องของประสิทธิภาพของชุดตรวจ OV-RDT (ชื่อทางการค้า:  OV-ATK) ในปัสสาวะคนอีสาน ทางทีมผู้วิจัยจากสถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดีได้ตีพิมพ์ผลงานวิจัยในวารสาร Infectious Diseases of Poverty (2023) 12:102 (Scopus Tier 1, 95th) 

- ความไวและความจำเพาะ: เมื่อเทียบกับวิธีตรวจอุจจาระ (FECT) พบว่าชุดตรวจนี้มีความไว (Sensitivity) 94.2% และความจำเพาะ (Specificity) 93.2%

-ความสอดคล้องของผลการตรวจ: ชุดตรวจ OV-AKT มีความสอดคล้องในระดับดีเยี่ยมกับวิธีตรวจปัสสาวะแบบ ELISA และวิธี FECT (ค่า Kappa ระหว่าง 0.842–0.874)

-ขีดจำกัดในการตรวจวัด (LOD): สามารถตรวจพบแอนติเจนในปัสสาวะได้ที่ระดับความเข้มข้นต่ำสุดถึง 28.5 ng/ml

-การทำปฏิกิริยาข้าม (Cross-reactivity): มีโอกาสเกิดปฏิกิริยาข้ามกับพยาธิชนิดอื่นน้อยมากเพียง 2%

กรมควบคุมโรค เร่งสอบสวนโรคในพื้นที่มหาสารคาม

นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงวิธีมาตรฐาน (Standard) ที่ใช้กันในระดับสากลในการตรวจวินิจฉัยโรคพยาธิใบไม้ในตับ คือ การตรวจหาไข่พยาธิในอุจจาระ (Stool Examination) ด้วยกล้องจุลทรรศน์ ซึ่งเป็นการยืนยันว่ามีตัวเต็มวัยของพยาธิอาศัยอยู่ในท่อน้ำดี 

สำหรับการตรวจพบตัวเลขผู้ป่วยโรคพยาธิใบไม้ตับในเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นการตรวจคัดกรองเบื้องต้น (Screening Test) โดยใช้ OV-ATK ซึ่งเป็นเครื่องมือในการคัดกรอง สำหรับการประสานพื้นที่เบื้องต้น ได้ข้อมูลว่า เป็นการตรวจคัดกรองเชิงรุกในระหว่างกิจกรรมของนิสิต ยังไม่พบนิสิตที่มีอาการป่วย อย่างไรก็ตาม ควรมีการตรวจยืนยันเพิ่มเติมด้วยวิธีมาตรฐานเพื่อยืนยันการวินิจฉัยต่อไป

ข้อมูลผู้ป่วยในระบบเฝ้าระวังโรคดิจิทัล (DDS) กองระบาดวิทยา 

ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 7 กรกฎาคม 2569 จะพบรายงานผู้ป่วยยืนยันอยู่ที่ 2,656 ราย โดยกลุ่มอายุที่พบอัตราป่วยสูงสุด 3 ลำดับแรก คือ กลุ่มอายุ 50 – 59 ปี กลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป และกลุ่มอายุ 15 – 19 ปี และยังไม่พบรายงานผู้เสียชีวิต” เหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งการกระตุ้นให้ประชาชนเกิดความตระหนักเกี่ยวกับโรคพยาธิใบไม้ตับ 

ซึ่งติดได้จากพฤติกรรมการบริโภค “อาหารดิบ” หรือ “กึ่งสุกกึ่งดิบ” ที่ปัจจุบันเป็นกระแสวัฒนธรรมอาหาร ซึ่งผู้ป่วยยืนยันหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา การติดเชื้อเรื้อรังเป็นเวลา 10 – 20 ปี จะทำให้มีโอกาสเกิดมะเร็งท่อน้ำดี (Cholangiocarcinoma) ได้ ในเหตุการณ์นี้กรมควบคุมโรคจะสนับสนุนการลงพื้นที่เพื่อดำเนินการตรวจยืนยันตามแนวทางมาตรฐานที่แนะนำโดยองค์การอนามัยโลก โดยตรวจอุจจาระด้วยวิธี Modified Kato-Katz และให้ผู้ที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อได้รับการรักษาและติดตามดูแลอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดโรคในอนาคต”

รู้จัก โรคพยาธิใบไม้ตับ (Liver flukes)

โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า โรคพยาธิใบไม้ตับในประเทศไทย เกิดจาก พยาธิใบไม้ตับ ชนิด Opisthorchis viverrini ซึ่งมีรูปร่างแบนคล้ายใบไม้ ส่วนหัวและท้ายเรียวมน ขนาด ยาว 7-12 มม. กว้าง 2-3 มม. พบมากทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ ส่วนภาคอื่นๆ พบน้อย โรคนี้เป็นสาเหตุหลักของโรคมะเร็งท่อน้ำดีในคนไทย

การติดโรค

โรคนี้เกิดจากการกินอาหารประเภทน้ำจืดชนิดมีเกล็ดที่มีตัวอ่อนของพยาธิอยู่ หากทานดิบ หรือสุกๆ ดิบๆ เช่น ก้อยปลา ปลาหมกไฟ ปลาร้า ฯลฯ ปลาในประเทศไทยที่พบว่ามีพยาธิตัวอ่อน เช่น ปลาซิว ปลาสร้อย ปลาขาว ปลาตะเพียน ฯลฯ

อาการ

ระยะแรกๆมักจะไม่มีอาการ เมื่อมีพยาธิสะสมมากๆเป็นเวลานานจะทำให้เกิดอาการ เช่น ท้องอืด แน่นท้อง เจ็บบริเวณชายโครงขวา ออกร้อนบริเวณหน้าท้อง ถ้าปล่อยไว้นานๆ จะมีอาการอักเสบของท่อน้ำดี ตัวเหลือง ตาเหลือง ตับโต มีไข้ บางรายอาจกลายเป็นมะเร็งท่อน้ำดีในตับ และอาจถึงตายได้

วงจรชีวิต

พยาธิใบไม้ตับอาศัยอยู่ในท่อน้ำดีของตับทั้งของคนและสัตว์รังโรค เมื่อพยาธิออกไข่ ไข่จะออกมาในลำใส้ และปนออกมากับอุจจาระลงแหล่งน้ำ เมื่อหอยไซกินไข่นี้เข้าไป พยาธิจะเจริญเป็นตัวอ่อนอยู่ในหอย ตัวอ่อนระยะต่อมาจะออกจากหอยไปเจริญต่อในปลาเป็นตัวอ่อนระยะติดต่อ เมื่อคนกินปลาที่ปรุงไม่สุก ตัวอ่อนนี้จะเจริญเป็นพยาธิตัวเต็มวัยในท่อน้ำดีของตับ

เมนูเสี่ยง พยาธิใบไม้ตับ

ก้อยปลา ลาบปลาดิบ ปลาส้ม ปลาร้าดิบ ปลาจ่อม หม่ำปลา 

เมนูที่ควรระวังเป็นพิเศษ

-ก้อยปลา ลาบปลา พล่าปลา ทำจากเนื้อปลาดิบที่นำมาปรุงรส

-ปลาร้าดิบ การทำส้มตำปลาร้าดิบ แจ่วบอง หรือน้ำพริกที่ใส่ปลาร้าไม่ผ่านความร้อน

-ปลาส้ม ปลาจ่อม หม่ำปลา เมนูปลาหมักดองที่มักกินกันแบบดิบ

-ปลาปิ้ง ปลาเผา หากเนื้อปลาบริเวณกลางตัวยังดิบหรือสุกๆ ดิบๆ ก็ยังคงมีตัวอ่อนพยาธิ



ภาพจาก กรมควบคุมโรค

นายแพทย์ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า การติดพยาธิใบไม้ตับเป็นปัญหาสุขภาพที่สามารถป้องกันและรักษาได้หากได้รับการรักษาโดยเร็ว พยาธิใบไม้ตับ (Opisthorchis viverrini หรือ OV) เป็นพยาธิตัวแบนที่ติดต่อจากการรับประทานปลาน้ำจืดเกล็ดขาวที่ปรุงไม่สุก เช่น ก้อยปลาดิบ ลาบปลาดิบ ปลาส้มดิบ หรือปลาร้าดิบ 

เมื่อเข้าสู่ร่างกาย พยาธิสามารถอาศัยอยู่ในท่อน้ำดีได้นานถึง 20 – 30 ปี ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งท่อน้ำดี และยังมีความเชื่อที่ว่า การบีบมะนาว การหมัก หรือการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกับอาหาร จะสามารถฆ่าพยาธิได้ ไม่เป็นความจริง 

ทั้งนี้ โรคนี้ไม่ติดต่อจากคนสู่คน และวิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือการกินอาหารปรุงสุก ปลาร้าปรุงสุกเท่านั้น หลีกเลี่ยงเมนูปลาน้ำจืดดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการตัดวงจรโรค

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง