SAPPE โบรก แนะนำ “ถือ” เป้า 30 บาท

#ทันหุ้น #Thailand #ลงทุน #SET #SAPPE โบรก แนะนำ “ถือ” เป้า 30 บาท
บล.กสิกรไทย คงคำแนะนำ “ถือ” หุ้น บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน)
SAPPE พร้อมคงราคาเป้าหมายที่ 30 บาท แม้ปรับลดประมาณการกำไรปี 2569-2570 ลง 7% และ 2% ตามลำดับ หลังมองว่าค่าใช้จ่าย SG&A มีแนวโน้มสูงกว่าคาดจากการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดหลัก รวมถึงแรงกดดันด้านต้นทุนจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ขณะที่บริษัทยังคงเป้าการเติบโตของยอดขายปี 2569 ที่ 15% แม้ยอมรับว่าความไม่แน่นอนของธุรกิจเพิ่มขึ้น
ภายหลังการประชุมนักวิเคราะห์หลังประกาศผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ฝ่ายวิจัยมีมุมมอง “เป็นกลาง” ต่อแนวโน้มธุรกิจของ SAPPE โดยผู้บริหารยังคงเป้าหมายการเติบโตของยอดขายปีนี้ไว้ที่ 15% เทียบกับการเติบโต 13.1% ในไตรมาส 1/2569 แม้คาดว่ายอดขายในตะวันออกกลางและตลาดอื่นจะปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญทั้ง YoY และ QoQ ในไตรมาส 2/2569 จากผลกระทบของความขัดแย้งในภูมิภาคดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม บริษัทคาดว่ายอดขายรวมในไตรมาส 2/2569 จะยังเติบโต QoQ จากการเข้าสู่ช่วงไฮซีซัน ขณะที่ผลกระทบด้านต้นทุนจากราคาบรรจุภัณฑ์พลาสติกและค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น คาดว่าจะกระทบต่อยอดขายราว 2-3% ของรายได้รวม ส่งผลให้ฝ่ายวิจัยประเมินว่ากำไรไตรมาส 2/2569 มีแนวโน้มลดลงทั้ง YoY และลดลงเล็กน้อย QoQ จากแรงกดดันด้านต้นทุนวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ และค่าใช้จ่ายด้านการตลาดที่เพิ่มขึ้น
อีกประเด็นสำคัญคือการแข่งขันที่ยังรุนแรงในเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นตลาดหลักของบริษัท โดยยอดขายกลุ่มเครื่องดื่มน้ำผลไม้ในช่วง YTD ปรับลดลง YoY ส่งผลให้ SAPPE มีแผนเพิ่มงบการตลาดและโปรโมชั่นเพื่อรักษาความแข็งแกร่งของแบรนด์ ท่ามกลางภาวะตลาดที่ชะลอตัว ปัจจัยดังกล่าวทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ต่อรายได้ในไตรมาส 1/2569 เพิ่มขึ้น 560bps YoY มาอยู่ที่ 21.7% และผู้บริหารคาดว่าระดับดังกล่าวจะทรงตัวต่อเนื่องตลอดปี 2569
ด้านการขยายตลาดต่างประเทศ บริษัทระบุว่ารายได้จากอินโดนีเซียอาจเริ่มรับรู้ในช่วงปลายไตรมาส 2/2569 ถึงต้นไตรมาส 3/2569 ช้ากว่าแผนเดิมเล็กน้อย เนื่องจากอยู่ระหว่างรอการอนุมัติจาก FDA ซึ่งอาจใช้เวลานานถึง 1 ปี ขณะที่อินเดียยังถูกมองเป็นตลาดที่มีศักยภาพเติบโตสูง แม้ปัจจุบันสัดส่วนรายได้ยังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่น
จากปัจจัยดังกล่าว บล.กสิกรไทยจึงปรับลดสมมติฐานยอดขายปี 2569-2570 ลง 1% และปรับเพิ่มสมมติฐาน SG&A ต่อรายได้ขึ้นเป็น 30.7% และ 30.0% ตามลำดับ เพื่อสะท้อนการแข่งขันที่สูงขึ้นและค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่เพิ่มขึ้น หลังผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ออกมาต่ำกว่าคาด
ทั้งนี้ แม้ฝ่ายวิจัยมองว่าปี 2569 อาจเห็นการฟื้นตัวของรายได้จากฐานที่ต่ำ แต่ยังคงระมัดระวังต่อความยั่งยืนของอุปสงค์สินค้า SAPPE เนื่องจากสินค้าอยู่ในกลุ่มฟุ่มเฟือย ท่ามกลางภาวะกำลังซื้อที่ยังอ่อนแอและการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดหลัก
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
