รีเซต

BCPGดันรายได้ประจำโต ย้ำลงทุนคลังเพชรบุรีคุ้มค่า

BCPGดันรายได้ประจำโต ย้ำลงทุนคลังเพชรบุรีคุ้มค่า
ทันหุ้น
28 พฤษภาคม 2569 ( 08:00 )
1

#BCP #BCPG #ทันหุ้น - BCP เผย BCPG ลงทุนโครงการคลังเพชรบุรี สร้างรายได้ประจำปีละ 900 ล้านบาท  กระแสเงินสด 700-800 ล้านบาทต่อปี  ชดเชย ADDER ทยอยหมดลง  ย้ำมูลค่าลงทุนราว 9 พันล้านบาท คุ้มค่า ผ่านการประเมินที่ปรึกษา ดีกว่าสร้างใหม่ ส่วนที่เห็นบันทึกสินทรัพย์ที่มีตัวตนที่ 6.49 พันล้านบาท เป็นการแยกรายการบันทึกทางบัญชี แจง IRR ตามแผน 8% จ่อลงทุนโครงการอินฟราสตรัคเจอร์เพิ่ม หวังสัดส่วนอีบิทดาแตะ 50% จากปัจจุบัน 15%

นายชัยวัฒน์  โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP กล่าวว่า การที่บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG  ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ BCPเข้าไปลงทุนโครงการคลังน้ำมันเพชรบุรี แทนที่ BCP จะเข้าไปลงทุนเอง เนื่องจากเป็นจัดพอร์ตบริษัท  เพราะการลงทุนในคลังน้ำมัน จะมีลักษณะคล้ายกับโรงไฟฟ้า ที่มีรายได้สม่ำเสมอไม่ผันผวน (Fixed Income) เพื่อสร้างฐานรายได้ที่มั่นคงในระยะยาว และยังเป็นการชดเชยการทยอยสิ้นสุด Adder ของโรงไฟฟ้าตั้งแต่ปี 2564 ซึ่งโครงการซึ่งการจัดตั้งบริษัท BCPG ขึ้นมาเพื่อมาดูแลความสม่ำเสมอของกระแสเงินสด

@สร้างรายได้ประจำ

ในขณะที่ธุรกิจโรงกลั่นกระแสเงินสดมีความผันผวนมาก สะท้อนจาก 2 ปีที่ผ่านมา บางมีกำไรจากสต๊อกน้ำมัน (สต๊อกเกน) บางปีขาดทุนสต๊อกน้ำมัน (สต๊อกลอส) ดังนั้นนักลงทุนกลุ่มที่รับความผันผวนได้ก็จะเลือกลงทุนในหุ้น BCP แต่ถ้าจะลงทุนในหุ้นในกลุ่มของบริษัทที่มีรายได้สม่ำเสมอก็จะลงทุนในหุ้น BCPG ซึ่งในอนาคตทาง BCPG มีแผนที่จะขยายการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับพลังงานเพิ่มเติมในอนาคต

“การลงทุนใน คลังน้ำมันเพชรบุรี ของ BCPG นั้นมีที่มาที่ไป มีความโปร่งใส   จากการพิจารณาการลงทุนอย่างละเอียด รอบคอบ และเป็นการลงทุนที่เหมาะสม ซึ่งทาง BCPG ก็มีการศึกษาเรื่องนี้มานาน และมีความระมัดระวังในการลงทุนอย่างรอบคอบ รวมถึงได้มีการจ้างที่ปรึกษาทางการเงิน ที่ปรึกษาการลงทุนเข้ามาช่วยประเมิน และผ่านการพิจารณาของบอร์ด BCPG”

@รุกลงทุนอินฟรา

นายรวี  บุญสินสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG   กล่าวว่า   บริษัทมีแผนจะขยายการลงทุนในธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจพลังงานมากขึ้น เพื่อสร้างรายได้และกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอ โดยมีเป้าหมายที่จะเพิ่มสัดส่วนกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (อีบิทดา) เป็น 50% จากปัจจุบันที่อยู่ที่ 15%  ซึ่งมาจากการลงทุนในโครงการคลังน้ำมันเพชรบุรีเพียงโครงการเดียว ที่เหลือมาจากธุรกิจพลังงานหมุนเวียน

ทั้งนี้การลงทุนในโครงการคลังน้ำมันเพชรบุรีนั้น ประกอบธุรกิจโดยบริษัท เอเชียลิงค์ เทอมินัล จำกัด (ALT) ซึ่ง BCPG ถือหุ้น 100% ใน ALT  สร้างรายได้ให้บริษัทในปีที่ผ่านมา  900 ล้านบาท ผลตอบแทนจากการลงทุน (IRR) ประมาณ 8% ซึ่งถือว่าเป็นไปตามแผนที่บริษัทคาดการณ์ไว้ ซึ่งในอนาคตรายได้ดังกล่าวและIRR จะเพิ่มขึ้นได้หากมีบริษัทใหม่ๆ เข้ามาใช้บริการมากขึ้น

“ธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนเราก็ยังคงหาโครงการใหม่ๆ เข้าลงทุน แต่เราก็จะโฟกัสในการขยายธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวกับพลังงานมากขึ้นเช่นกัน เพื่อสร้างรายได้ประจำปีละ 900 ล้านบาท และทำให้บริษัทมีกระแสเงินสดสม่ำเสมอ เข้ามาประมาณ 700-800 ล้านบาท  หลังจากที่บริษัทเข้าถือหุ้น 100% ใน ALT ในวันที่ 31 พฤษภาคม 2566 ซึ่งผลตอบแทนที่ได้ก็เป็นไปตามแผนที่บริษัทวางไว้”

@โปร่งใส

อย่างไรก็ตามการลงทุนในโครงการคลังน้ำมันเพชรบุรีได้ดำเนินการตามขั้นตอนและหลักเกณฑ์ของบริษัทจดทะเบียนอย่างครบถ้วน โปร่งใส และผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง คณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัท ตามลำดับ

ส่วนการดำเนินการทางบัญชีในงบรวมของ BCPG ที่เห็นข้อมูลสินทรัพย์ที่มีตัวตนของคลังเพชรบุรีมีมูลค่าประมาณ 6,490 ล้านบาท นั้นเป็นเพียงการจำแนกทั้งทรัพย์สินที่มีตัวตนและสิทธิหรือประโยชน์ทางเศรษฐกิจอื่นที่ต้องรับรู้ตามมาตรฐานบัญชี ซึ่งผลการวิเคราะห์แสดงว่าจากมูลค่าซื้อขายประมาณ 9,000 ล้านบาท ประกอบด้วย ส่วนสินทรัพย์ที่มีตัวตนมีมูลค่าประมาณ 6,490 ล้านบาท สินทรัพย์ไม่มีตัวตน ได้แก่มูลค่าสัญญาการใช้บริการคลังน้ำมันที่มีอยู่ปัจจุบันประมาณ 1,903 ล้านบาท  มี Goodwill 438 ล้านบาท  และมี Net Deferred Tax คือ ยอดสุทธิของภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี 109 ล้านบาท และอื่นๆ อีก 61 ล้านบาท ทำให้เมื่อรวมกันแล้วมูลค่ารวมประมาณ 9,000 ล้านบาท  

@คุ้มค่า

สำหรับราคาซื้อขายที่ 9,000 ล้านบาท ใช้วิธีประเมินจากส่วนลดกระแสเงินสด Discounted Cash Flow (DCF) โดยอ้างอิงกระแสเงินสดในอนาคตภายใต้สัญญาการให้บริการและศักยภาพของโครงสร้างพื้นฐาน ภายใต้สมมติฐานทางการเงินอย่างระมัดระวัง รวมถึงการใช้อัตราค่าบริการที่ต่ำกว่าระดับตลาดประมาณ 30-50% และอ้างอิงการประเมินของผู้เชี่ยวชาญอิสระ ซึ่งมูลค่าการลงทุนจำนวน 9,000 ล้านบาทอยู่ภายในกรอบการประเมินดังกล่าว โดยที่ปรึกษาอิสระได้ทำการศึกษาหากใช้จะสร้างคลังน้ำมันใหม่ขึ้นมาอาจต้องใช้เงินลงทุนเป็นหลักหมื่นล้านบาท และใช้เวลาในการก่อสร้างพอสมควรการซื้อดังกล่าวจึงเป็นแนวทางการลงทุนที่เหมาะสม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง