MAJOR รับไฮซีซันเต็มจอ!โบรกเชียร์ซื้อ-เป้า11บ.

#MAJOR #ทันหุ้น – MAJOR ส่งซิกไตรมาส 2/69 ฟื้นเด่น รับไฮซีซันโรงหนังเต็มตัว ปิดเทอม วันหยุดยาวหนุนทราฟฟิกคนดูแน่น ดันรายได้โฆษณา โบว์ลิ่ง คาราโอเกะ และยอดป๊อปคอร์นเร่งตัว พร้อมเดินเกมคุมต้นทุน เปลี่ยนบรรจุภัณฑ์สู่กระดาษรับธีม Green Cinema หนุนมาร์จิ้น ฟากโบรกแนะ “ซื้อ” เป้า 11 บาท
ฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAJOR เปิดเผยว่า บริษัทประเมินผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2/2569 มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องเมื่อเทียบกับงวดไตรมาส 1/2569 (QoQ) ที่ผ่านมา เนื่องจากมีปัจจัยบวกจากทั้งช่วงปิดภาคการศึกษา และมีวันหยุดยาวต่อเนื่องหลายช่วงต่อเนื่องทั้งเดือนเมษายน - มิถุนายน 2569 ส่งผลโดยตรงต่อรายได้จากธุรกิจโฆษณา (Advertising) ที่เติบโตโดดเด่น เนื่องจากเป็นช่วงที่คนออกมาเดินทางและทำกิจกรรมนอกบ้านมากขึ้น รวมถึงธุรกิจโบว์ลิ่งและคาราโอเกะ โดยได้รับปัจจัยหนุนจากการที่บริษัทต่างๆ หันมาจัดกิจกรรมในพื้นที่ที่เดินทางสะดวกมากขึ้น
@หนังดันยอด
ขณะเดียวกันก็มีภาพยนตร์ที่น่าสนใจทั้งภาพยนตร์ฮอลลีวูด และภาพยนตร์ไทยที่เป็นจุดเด่น (Key Titles) หลายเรื่อง อาทิ The Mandalorian & Grogu ภาพยนตร์จากจักรวาล Star Wars ที่เพิ่งเข้าฉายไปในช่วงสัปดาห์ก่อน (21 พ.ค.69) ซึ่งได้รับกระแสตอบรับที่ดี ทั้งยังมีภาพยนตร์ที่รอเข้าฉายต่อเนื่อง อาทิ Supergirl – ซูเปอร์เกิร์ล, และ เทอม 4 ฯลฯ
“ไตรมาส 2/2569 นี้มี “โกฮัง” ที่ทำรายได้เฉพาะในเครือเมเจอร์ไปแล้วประมาณ 60 กว่าล้านบาท ถ้า “เทอม 4” ทำรายได้ได้ดีเหมือนกับ 3 ภาคที่ผ่านมา อีกทั้งยอดจำหน่ายป๊อปคอร์นเมเจอร์ ก็เร่งตัวตามหน้าหนัง ภาพรวมก็จะถือเป็นไตรมาสที่โดดเด่น” ฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ กล่าว
พร้อมกันนี้ บริษัทยังมุ่งควบคุมต้นทุนการดำเนินงาน ท่ามกลางสถานการณ์ต้นทุนที่ปรับตัวขึ้นทั้งราคาพลาสติก, ค่าขนส่ง โดยได้พิจารณาเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์บางส่วนจากพลาสติกเป็นกระดาษ ซึ่งช่วยให้ต้นทุนต่ำลง ส่งผลดีต่ออัตรากำไรขั้นต้น (Margin)
“บัคเก็ตป๊อปคอร์นเมเจอร์ (Major Popcorn Bucket) ก็จะเลือกออกเฉพาะดีไซน์ลิมิเต็ดอิงตามภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ หรือคอลเลกชันพิเศษ ส่วนบัคเก็ตที่จำหน่ายชุดปกติก็ปรับเป็นกระดาษ ก็เข้าสู่ธีม Green Cinema ของทางบริษัทด้วย” ฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ กล่าว
@ป้า 11 บาท
บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ คาดการณ์ผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2/2569 ของ MAJOR ฟื้นตัว QoQ ตามปัจจัยฤดูกาล เนื่องจาสู่เข้าสู่ช่วง High Season ของธุรกิจโรงภาพยนตร์ อย่างไรก็ตาม เทียบ YoY ยังมีความท้าทายจากจำนวนภาพยนตร์ฮอลลีวูดฟอร์มใหญ่ที่เข้าฉายน้อยกว่าปี 2568 ที่ผ่านมา เนื่องจากภาพยนต์ฮอลลีวูดฟอร์มใหญ่หลังหลายเรื่องเลื่อนไปฉายในช่วงปลายปี ทำให้ Lineup ภาพยนตร์ในไตรมาส 2/2569 ไม่หนาแน่นเหมือนในอดีต
พร้อมกันนี้ คาดการณ์ผลการดำเนินงานในงวดครึ่งหลังของปี 2569 (2H/69) จะโดดเด่นกว่าครึ่งปีแรก จากจำนวนภาพยนตร์ที่เข้าฉายมากขึ้นทั้งจากฝั่งฮอลลีวูด อาทิ Spider-Man : Brand New Day, Avengers : Doomsday และ The Hunger Games : Sunrise on the Reaping ขณะที่ภาพยนตร์ไทยคาดเข้าฉายราว 74 เรื่อง สูงกว่าปี 2568 ที่ 55 เรื่อง ซึ่งจะช่วยหนุนรายได้จากการจำหน่ายตั๋วภาพยนตร์และป๊อปคอร์นกลับมาเติบโต YoY นอกจากนี้ ความร่วมมือกับ TKN ในการจำหน่ายป๊อปคอร์นแบบซองพร้อมรับประทาน จะช่วยเพิ่มช่องทางการชายและขยายฐานถูกค้าในวงกว้างมากขึ้น
อีกทั้ง บริษัทยังเดินหน้าควบคุมค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง ทั้งการทยอยปิดสาขาที่ไม่ทำกำไร และแผนขายธุรกิจโรงภาพยนตร์ในกัมพูชาซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2569 นี้ จึงคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ไว้ที่ 674 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.82% YoY ราคาทันปัจจุบันซื้อขายที่ PER.เพียง 8.5% คิดเป็น 2SD ของ FER เฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี ซึ่งสะท้อนปัจจัยลบไปมากแล้ว จึงแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมที่ 11 บาท
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
