โบรกส่อง”คนละครึ่งพลัส” VS”ไทยช่วยไทยพลัส” หุ้นไหนรับผลดี

#ทันหุ้น-บล.ฟิลลิป(ประเทศไทย) ออกบทวิเคราะห์เทียบโครงการคนละครึ่งพลัส กับโครงการไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งเป็นโครงการที่กระตุ้นเศรษฐกิจ และการใช้จ่ายในประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ กระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย ในระดับฐานรากอย่างต่อเนื่อง ลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนและ เพิ่มรายได้ให้ผู้ประกอบการรายย่อย ร้านอาหาร เครื่องดื่ม ร้านค้าทั่วไป ซึ่งโครงการคนละครึ่งพลัส มองว่า KTC และ SINGER รับผลดี ส่วนโครงการไทยช่วยไทยพลัสคาดว่า TIDLOR รับผลดี
ทั้งนี้โครงการคนละครึ่งพลัส รัฐบาลจะสนับสนุนวงเงินค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป และบริการ โดยรัฐช่วยจ่าย 50% และผู้รับสิทธิต้องจ่ายเองอีก 50% ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง รัฐบาลจะช่วยจ่ายสูงสุดไม่เกิน 200 บาท/วัน โดยผู้ยื่นภาษีเงินได้จะได้เงินจากรัฐสูงสุด 2,400 บาทส่วนผู้ที่ไม่ได้ยื่นภาษีได้สิทธิ์ 2,000บาท โดยมีผู้ได้รับสิทธิ์ทงั้หมดประมาณ 20 ล้านคน โครงการนี่อยู่ในช่วง 29 ต.ค. – 31 ธ.ค. 68 ที่ผ่านมา ฝ่ายวิจัยมองว่ากลุ่มเงินทุนจะได้ประโยชน์มากกว่ากลุ่มธนาคาร เนื่องจากสินเชื่อส่วนใหญ่ของกลุ่มเงินทุนนั้นเป็นสินเชื่อรายย่อย ซึ่งมีความอ่อนไหวกับสภาพคล่องทางการเงินมากกว่าสินเชื่อของกลุ่มธนาคารซึ่งมีสินเชื่อรายใหญ่ รวมไปถึงสินเชื่อ SME อยู่ด้วย
ฝ่ายวิจัยมองว่า KTC เป็นบริษัทที่มีสินเชื่อในช่วงคนนละครึ่งพลัสเติบโตมากที่สุด โดยเติบโตถึง 4.37% ในขณะที่ค่าเฉลี่ย 3 เดือนก่อนหน้าสินเชื่อหดตัว 1.28% แต่ถ้ามองทางด้าน NPL พบว่า SINGER เป็นบริษัทที่ NPL ลดลงมากที่สุด โดยลดลงไปถึง 2.14% จาก 19.43% ลดลงเหลือ 17.30%
**ไทยช่วยไทยพลัส
ขณะที่โครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 เป็นโครงการในลักษณะเดียวกันกับคนละครึ่งพลัส แตกต่างกันในรายละเอียดบางอย่าง โดยไทยช่วยไทยพลัส จะมีวงเงิน 1,000 บาท/คน/เดือน หรือ 4,000 บาท โดยมีระยะเวลาใช้สทิธิ์ตงั้แต่ 1 มิ.ย. – 30 ก.ย. 69 รัฐจะสนับสนุน 60% และประชาชนจ่าย 40% โดยวงเงินที่สูงกว่า ผู้ที่ได้รับสิทธิ์จำนวนมากกว่า รวมไปถึงเปอร์เซ็นต์ที่รัฐจ่ายให้มากกว่า ทำให้คาดว่าผลกระทบกับเศรษฐกิจจะมีมากกว่าโครงการคนละครึ่งพลัส
ฝ่ายวิจัยมองว่ากลุ่มเงินทุนจะได้ประโยชน์จากโครงการไทยช่วยไทยพลัส นอกจากนี้ยังจะได้ประโยชน์จากการเปิดเทอม และการเพาะปลูกฤดูกาลใหม่ ซึ่งจะช่วยให้ความต้องการสินเชื่อมีเพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตามด้วยไตรมาส 2 เป็นไตรมาสที่วันหยุดมาก อาจจะทำให้ NPL เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ฝ่ายวิจัยให้น้ำหนักการลงทุน “ลงทุนเท่ากับตลาด” โดยเลือก TIDLOR (ราคาพื้นฐาน 22.90 บาท) เป็นหุ้น Top pick ของกลุ่ม เนื่องจากการได้ประโยชน์จากโครงการไทยช่วยไทยพลัสซึ่ง TIDLOR เป็ น 1 ใน 2 บริษัท นอกเหนือจาก SINGER ที่ทั้งสินเชื่อเติบโต และ NPL ลดลงจากโครงการคนละครึ่งพลัส นอกจากนี้TIDLOR จะได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยที่ลดลง และมีความโดดเด่นทางด้านธุรกิจประกัน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
