สทนช.มั่นใจแล้งนี้ อีอีซี ไม่น่าห่วง

สทนช.มั่นใจแล้งนี้ อีอีซี ไม่น่าห่วง
TNN ช่อง16
5 กุมภาพันธ์ 2564 ( 15:15 )
27
สทนช.มั่นใจแล้งนี้ อีอีซี ไม่น่าห่วง

ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าติดตามความก้าวหน้าการเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บน้ำอ่างเก็บน้ำคลองหลวง รัชชโลทร อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดชลบุรี เพื่อรับมือภัยแล้งปี 2564 ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี)  พร้อมติดตามความก้าวหน้าการจัดทำผังน้ำลุ่มน้ำบางปะกง 

เลขาธิการ สทนช. กล่าวว่า  การลงพื้นที่ครั้งนี้ เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ รวมถึงความก้าวหน้าโครงการเร่งด่วนในการป้องกันผลกระทบจากสถานการณ์แล้งและเก็บกักน้ำฤดูฝน และที่สำคัญ คือ ติดตามความก้าวหน้า อีอีซี  ซึ่ง พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญและได้มอบหมายให้ สทนช. เร่งรัดติดตามแผนงานโครงการต่างๆ ทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว รวมถึงการบูรณการความร่วมมือกับภาครัฐด้านมาตรการประหยัดน้ำในทุกภาคส่วน ทั้งภาคเกษตร พื้นที่นิคมอุตสาหกรรม และติดตามแนวโน้มความต้องการใช้น้ำในพื้นที่อย่างต่อเนื่องด้วย

 สำหรับสถานการณ์น้ำในช่วงฤดูแล้งปีนี้ของภาคตะวันออกขณะนี้ พบว่า มีปริมาณน้ำรวม 1,928 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็น 62% ของปริมาณน้ำทั้งหมดในภาคตะวันออก หรือคิดเป็นน้ำใช้การได้ 1,777 ล้าน ลบ.ม. ปัจจุบันสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2563 ที่ผ่านมา มีปริมาณน้ำมากกว่า 303 ล้าน ลบ.ม. ทำให้สถานการณ์ปีนี้ ไม่น่ากังวล เนื่องจากมาตรการบริหารจัดการน้ำของกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ที่ผ่านมา ทั้งในฤดูแล้งและฤดูฝนในหลากหลายมาตรการที่ทุกหน่วยงานได้ดำเนินการร่วมกัน ส่งผลให้ปริมาณน้ำต้นทุนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับ มีโครงการต่างๆ ที่รัฐบาลได้อนุมัติงบกลางในเชิงป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพแหล่งน้ำต่างๆ เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักน้ำในช่วงฤดูฝนปี 2563 รวมทั้งสิ้น 1,451 แห่ง ดำเนินการโดย 10 หน่วยงาน มีความก้าวหน้ากว่า 90% ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จทั้งหมดภายในเดือนมีนาคมนี้ 

 พร้อมกันนี้  รัฐบาลได้มอบหมายให้ สทนช. วางแผนการดำเนินงานในเชิงป้องกันโดยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำ เพื่อสร้างความมั่นคงน้ำในพื้นที่ อีอีซี  ระยะยาว มีแผนขับเคลื่อนตั้งแต่    ปี 2563-2580 รวม 38 โครงการ ซึ่งเน้นการบริหารจัดการน้ำต้นทุนในพื้นที่แหล่งน้ำนอกลุ่มน้ำ แหล่งน้ำผิวดิน น้ำบาดาล รวมถึงพัฒนาน้ำจืดจากน้ำทะเล 

นอกจากนี้ สทนช.ในฐานะตัวแทนประเทศไทยยังมีความร่วมมือกับองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) สภาน้ำแห่งเอเชีย (AWC) และกระทรวงสิ่งแวดล้อมแห่งสาธารณรัฐเกาหลี (MoE) ในการดำเนินการศึกษาเชิงนโยบายเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำของประเทศไทย ในรูปแบบการหารือระดับประเทศด้านน้ำในประเทศไทย โดยเน้นด้านการบริหารจัดการความต้องการใช้น้ำในเขตพื้นที่ อีอีซี  และในพื้นที่ อีอีซี นี้ สทนช. ยังอยู่ในระหว่างดำเนินการศึกษาเพื่อจัดระบบเส้นทางน้ำหรือผังน้ำ ซึ่งเป็นอีกภารกิจสำคัญที่ระบุไว้ใน พ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 โดยดำเนินการคัดเลือกลุ่มน้ำบางปะกงขึ้นมาศึกษาเป็นลำดับแรก เนื่องจากมีความเชื่อมโยงกับพื้นที่ อีอีซี ซึ่งต้องมีการจัดสรรน้ำให้เหมาะสมกับทุกลุ่มผู้ใช้น้ำ และเป็นพื้นที่เป้าหมายที่ต้องมีการควบคุมคุณภาพน้ำ เพื่อช่วยประหยัดปริมาณน้ำจากแหล่งน้ำต้นทุนที่ใช้สำหรับผลักดันน้ำเค็ม ปัจจุบันได้มีการสำรวจภาพตัดลำน้ำ และวิเคราะห์ด้วยแบบจำลองทางคณิตศาสตร์เพื่อหาพื้นที่เสี่ยง ควบคู่กับการลงพื้นที่เพื่อรับฟังความคิดเห็นเป็นระยะ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายนนี้


เกาะติดข่าวที่นี่ 
website: www.TNNThailand.com 
facebook : TNNThailand 
facebook live : TNN Live 
twitter : @TNNThailand 
Line : @TNNONLINE 
Youtube Official : TNNThailand 
Instagram : @tnn_online 
TIKTOK : @tnnonline


ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง