กลุ่มแพทย์ 163 คน จาก มช. จี้รัฐบาลเร่งตรวจโรคเชิงรุก จัดสรรวัคซีนประสิทธิภาพสูงตามงานวิจัยระดับสากล

กลุ่มแพทย์ 163 คน จาก มช. จี้รัฐบาลเร่งตรวจโรคเชิงรุก จัดสรรวัคซีนประสิทธิภาพสูงตามงานวิจัยระดับสากล
มติชน
23 กรกฎาคม 2564 ( 17:15 )
16
กลุ่มแพทย์ 163 คน จาก มช. จี้รัฐบาลเร่งตรวจโรคเชิงรุก จัดสรรวัคซีนประสิทธิภาพสูงตามงานวิจัยระดับสากล

 

เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม เพจเฟซบุ๊ก We, The People เผยแพร่แถลงการณ์จากแพทย์ประจำบ้าน แพทย์ประจำบ้านต่อยอด และอาจารย์แพทย์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ดังรายชื่อแนบ จำนวน 163 คน

 

 

โดยแถลงการณ์ดังกล่าวระบุถึงจุดยืน พร้อม 3 ข้อเรียกร้อง ใจความสำคัญว่า จากสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ในประเทศไทยเป็นวงกว้าง มีจำนวนผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ประชาชนยังไม่ได้รับการตรวจหาเชิงรุก รวมทั้งยังไม่ได้รับวัคซีนตามแผนที่วางไว้ นอกจากนี้ บุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับวัคซีนชนิดเชื้อตายครบ 2 เข็มแล้วยังติดเชื้อโควิด-19 และถึงขั้นเสียชีวิต จัดเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าวัคซีนที่รัฐบาลจัดหามาเป็นวัคซีนหลักขณะนี้ไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอในการคุมโรคระบาด โดยเฉพาะสายพันธุ์เดลต้า

 

 

การติดเชื้อของบุคลากรทางการแพทย์จำนวนมากส่งผลต่อระบบสาธารณสุข ตลอดจนความผิดพลาดในการบริหารงานของรัฐบาลและผู้เกี่ยวข้องตั้งแต่การไม่เข้าร่วม COVAX และไม่มีการตรวจเชิงรุกที่เพียงพอ มีความล่าช้าในการจัดซื้อและจัดสรรวัคซีนที่มีประสิทธิภาพให้บุคลากรทางการแพทย์และประชาชน

 

 

อย่างไรก็ตาม แพทย์ประจำบ้าน แพทย์ประจำบ้านต่อยอด และอาจารย์แพทย์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ดังรายชื่อแนบ ในฐานะบุคลากรทางการแพทย์ที่ทำงานรับมือกับวิกฤตโควิด-19 ขอเรียกร้องและแสดงจุดยืน ดังนี้

 

 

1.ให้รัฐบาลเร่งทำการตรวจโรคแบบเชิงรุก จัดหาชุดตรวจ Rapid test อย่างเร่งด่วน แจกจ่ายให้ประชาชน ในราคาที่เหมาะสม หรือไม่เสียค่าใช้จ่าย มีการให้ความรู้แก่ประชาชนในการตรวจโรคจากชุดตรวจ Rapid test ด้วยตนเอง

 

 

2.รัฐบาลต้องจัดซื้อและจัดสรรวัคซีนป้องกันโรค Covid-19 ที่มีประสิทธิภาพสูงตามหลักฐานงานวิจัยทางการแพทย์ระดับสากล เช่น mRNA vaccine, Protein subunit vaccine เป็นต้น ให้แก่บุคลากรทางการแพทย์และประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียม โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยกระทำการอย่างเร่งด่วนที่สุด รวมทั้งเปิดเผยขั้นตอนในการจัดซื้อ และจัดสรรวัคซีนอย่างโปร่งใส ดำเนินการอย่างสุจริตและไม่มีประโยชน์ทับซ้อนใดๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง