"ทรัมป์" จ่อปิดฮอร์มุซยาวกดอิหร่าน พลังงานโลกปั่นป่วน

สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้นอีกขั้น เมื่อ โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ สั่งให้ทีมที่ปรึกษาเตรียมความพร้อมสำหรับการปิดล้อมทางเรือบริเวณช่องแคบฮอร์มุซในระยะยาว เพื่อเพิ่มแรงกดดันต่ออิหร่านในช่วงที่สงครามเข้าสู่เดือนที่ 3
รายงานระบุว่า สหรัฐเลือกใช้มาตรการปิดกั้นเส้นทางเดินเรือเข้าออกท่าเรืออิหร่าน เพื่อจำกัดรายได้จากการส่งออกน้ำมัน ซึ่งถูกมองว่าเป็นทางเลือกที่มีความเสี่ยงต่ำกว่าการกลับมาใช้ปฏิบัติการทางทหารเต็มรูปแบบ หรือการถอนตัวออกจากความขัดแย้ง
แนวทางดังกล่าวสะท้อนว่า สงครามอาจเข้าสู่ภาวะหยุดยิงแบบไร้ข้อยุติ โดยยังไม่มีข้อตกลงสันติภาพที่ชัดเจน ขณะที่การสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงไม่แน่นอน
ปัจจุบัน สหรัฐดำเนินการสกัดกั้นเรือที่มุ่งหน้าเข้าและออกจากท่าเรืออิหร่าน ขณะที่อิหร่านยังคงจำกัดการผ่านของเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงพลังงานสำคัญของโลก
ก่อนหน้านี้ อิหร่านได้เสนอให้เปิดเส้นทางเดินเรือดังกล่าวอีกครั้ง แลกกับการที่สหรัฐยุติการปิดล้อมท่าเรือ แต่ข้อเสนอดังกล่าวถูกปฏิเสธ โดยสหรัฐมองว่าอิหร่านยังไม่มีความจริงใจในการเจรจา
อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าอิหร่านอาจยื่นข้อเสนอใหม่ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ผ่านการไกล่เกลี่ยของประเทศที่สาม เพื่อหาทางยุติสงคราม
ผลกระทบของสถานการณ์นี้เริ่มสะท้อนในตลาดพลังงานโลก โดยราคาน้ำมันดิบเบรนต์ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 7 ติดต่อกัน ทะลุระดับ 111 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ท่ามกลางความกังวลว่าการปิดช่องแคบฮอร์มุซอาจยืดเยื้อ
อีกด้านหนึ่ง ความตึงเครียดยังส่งแรงกระเพื่อมไปยังโครงสร้างตลาดพลังงาน เมื่อ UAE ประกาศถอนตัวจากกลุ่ม OPEC ซึ่งถือเป็นแรงสั่นสะเทือนต่อกลุ่มผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลก
สถานการณ์นี้สร้างความกังวลในวงกว้าง โดยหลายประเทศเริ่มเผชิญปัญหาการปันส่วนน้ำมันเชื้อเพลิง ขณะที่นักวิเคราะห์เตือนว่า หากความขัดแย้งยืดเยื้อ อาจกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในระยะต่อไป
ภาพรวมของวิกฤตครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่กำลังกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดทิศทางเศรษฐกิจและพลังงานของโลกในช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
