"จีน" เว้นภาษี 53 ประเทศในแอฟริกาทิ้งเอสวาตินี บีบตัดสัมพันธ์ไต้หวัน

จีนประกาศมาตรการยกเว้นภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศในแอฟริกา 53 ประเทศที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีน โดยจะเริ่มมีผลตั้งแต่เดือนพฤษภาคมไปจนถึงปี 2028 ท่ามกลางความเคลื่อนไหวที่ถูกจับตาว่าเป็นทั้งเครื่องมือทางเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศ
มาตรการดังกล่าวขยายสิทธิ์จากเดิมที่ครอบคลุม 33 ประเทศยากจนที่สุดในแอฟริกา ให้เพิ่มขึ้นอีก 20 ประเทศ ส่งผลให้เกือบทั้งทวีปได้รับประโยชน์จากการค้าปลอดภาษีกับจีน ยกเว้นเพียงประเทศเดียวคือ เอสวาตินี ซึ่งยังคงมีความสัมพันธ์ทางการทูตกับ ไตหวัน
การยกเว้นเอสวาตินีออกจากมาตรการครั้งนี้ ถูกตีความอย่างกว้างขวางว่าเป็นสัญญาณชัดเจนของจีนในการใช้แรงจูงใจทางเศรษฐกิจ เป็นเครื่องมือกดดันประเทศที่ยังคงยืนข้างไต้หวัน ซึ่งปัจจุบันมีพันธมิตรทางการทูตเหลืออยู่จำกัด
ในช่วงที่ผ่านมา ความพยายามของไต้หวันในการรักษาความสัมพันธ์กับประเทศพันธมิตรเผชิญอุปสรรคมากขึ้น โดยเฉพาะในแอฟริกา ซึ่งจีนเดินหน้าขยายอิทธิพลอย่างต่อเนื่องผ่านทั้งการค้า การลงทุน และความช่วยเหลือด้านพัฒนา
แหล่งข่าวทางการจีนระบุว่า มาตรการศูนย์ภาษีครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเปิดกว้างทางเศรษฐกิจ และยกระดับความร่วมมือจีน-แอฟริกาให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ทั้งด้านการค้า การลงทุน และความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่า เบื้องหลังของนโยบายนี้มีมิติทางภูมิรัฐศาสตร์ชัดเจน โดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์โลกกำลังเปลี่ยนแปลง จากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลาง รวมถึงการแข่งขันอิทธิพลระหว่างมหาอำนาจ
ขณะที่สหรัฐให้ความสำคัญกับการรับมือสงครามและปัญหาภายในประเทศ จีนกลับใช้จังหวะนี้เร่งสร้างเครือข่ายพันธมิตรในกลุ่มประเทศโลกใต้ ผ่านการผสมผสานระหว่างนโยบายเปิดตลาด การให้สิทธิประโยชน์ทางการค้า และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน
แนวโน้มดังกล่าวอาจทำให้จีนสามารถวางตำแหน่งตัวเองเป็นกระบอกเสียงของแอฟริกา บนเวทีโลก และขยายฐานสนับสนุนในเวทีระหว่างประเทศได้มากขึ้น
ในเชิงยุทธศาสตร์ การให้สิทธิ์ปลอดภาษีไม่เพียงช่วยกระตุ้นการส่งออกของประเทศแอฟริกา แต่ยังสร้างการพึ่งพาทางเศรษฐกิจที่ลึกขึ้น ซึ่งอาจแปรเปลี่ยนเป็นอิทธิพลทางการเมืองในระยะยาว
ขณะเดียวกัน การตัดเอสวาตินีออกจากดีลครั้งนี้ กลายเป็นภาพสะท้อนของการแข่งขันระหว่าง จีน และ ไตหวัน ที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเวทีการทูต แต่ลุกลามสู่สงครามเศรษฐกิจอย่างชัดเจน
ภาพรวมทั้งหมดสะท้อนว่า โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่การค้า ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองมากขึ้น และประเทศขนาดเล็กอาจต้องเผชิญแรงกดดันให้เลือกข้างมากขึ้นเช่นกัน ในเกมอำนาจที่ทวีความเข้มข้นขึ้นทุกขณะ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
